หน้าหลัก » Blogs » อ่านหนังสือเถิดจะเกิดผล (ตอนที่ 3 และเป็นตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เมื่อสองตอนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้นำเสนอถึงบ้านหนังสืออัจฉริยะของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งลักษณะและความเป็นมาของห้องสมุดสาธารณะไปแล้ว ในตอนที่ 3 นี้ ผู้เขียนจะขอนำเสนอการปลูกฝังการรักการอ่านให้แก่เด็กๆค่ะ

การปลูกฝังการรักการอ่านนั้น ควรส่งเสริมกันตั้งแต่ยังเล็ก โดยเฉพาะช่วงที่สมองมีการพัฒนามากที่สุดในช่วงอายุ 0-6 ขวบ ผู้ปกครองอาจเริ่มจากการเลือกหนังสือให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก

ในขวบปีแรก เด็กจะชอบดูหนังสือที่มีรูปลายเส้นง่ายๆ รายละเอียดไม่มากนัก และชอบรูปวาดของเด็กเล็กๆวัยใกล้เคียงกัน

ส่วนเด็กๆ ในช่วงอายุ 1-3 ขวบ หนังสือที่เหมาะกับเด็กๆวัยนี้คือ หนังสือที่มีลายเส้นไม่มาก สะอาดตา และมีรูปถ่ายจากของจริง เด็กวัยนี้จะสามารถชี้รูปและบอกได้ว่ารูปที่เห็นนั้นคืออะไร เช่น สุนัข แมว กล้วย นอกจากนั้น เด็กวัยนี้จะชอบหนังสือที่มีพื้นผิวสัมผัสหลากหลาย หนังสือที่มีเสียง หรือหนังสือที่เขาสามารถมีส่วนร่วมฝึกทักษะด้วยตนเอง เช่น ผูกเชือก หรือมีรูให้สอดนิ้วเข้าไปตามหน้าต่างๆ ได้ ข้อควรระวังคือ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น อาจชอบฉีก กัด และเลียหนังสือ ผู้ปกครองจึงควรหาหนังสือที่ทนมือเด็ก เช่น หนังสือผ้า หรือหนังสือลอยน้ำที่เป็นพลาสติก เป็นต้น

เด็ก 3-4 ขวบนั้น ชอบหนังสือเกี่ยวกับตัวการ์ตูนที่เขาคุ้นเคย เด็กผู้ชายจะชอบหนังสือเกี่ยวกับยานพาหนะ และหุ่นยนต์ เด็กผู้หญิงจะชอบเรื่องจินตนาการ เช่น สัตว์ประหลาดและนางฟ้า

ส่วนเด็กในวัย 5-6 ขวบ จะชอบหนังสือที่มีสัตว์พูดได้ และมีสังคมคล้ายๆ สังคมของเขา เด็กในวัยนี้จะชอบนิทานเรื่องจินตนาการ เช่น เกี่ยวกับยักษ์ คนแคระ นางเงือก เจ้าชาย เจ้าหญิง แต่บางครั้งเด็กก็แยกเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านในหนังสือกับเรื่องจริงไม่ออก นอกจากนั้น เด็กในวัยนี้ชอบอ่านหนังสือที่สอนนับเลขเพราะเริ่มนับเลขได้คล่องแล้ว

หนังสือที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหนังสือที่เหมาะกับวัย ยังมีหนังสืออีกหลายลักษณะที่เหมาะสมกับเด็กเป็นรายบุคคลไปค่ะ ผู้ปกครองยังสามารถเลือกหนังสือที่เหมาะกับพัฒนาการของเด็กแต่ละคนให้บุตรหลานได้อ่าน ถือว่าเป็นการปลูกฝังการรักการอ่านทั้งสิ้นค่ะ

ส่วนในเรื่องของวิธีการปลูกฝังการรักการอ่านให้แก่เด็กๆ โอปราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) พิธีกรชื่อดังของสหรัฐอเมริกาได้เขียนเคล็ดลับในเรื่องนี้ไว้หลายข้อในเว็บไซต์ของเธอ เช่น

  1. ผู้ปกครองต้องเป็นตัวอย่างที่ดี เด็กๆจะรักการอ่านมากขึ้นถ้าเขาเห็นคุณทำเป็นตัวอย่าง
  2. เธอยังได้ยกสถิติจากหนังสือ Good Housekeeping ฉบับเดือนกรกฎาคม 2000 ด้วยว่า นักเรียนชั้นประถมของสหรัฐ ร้อยละ 77 มีทักษะการอ่านที่เท่าเดิมหรือต่ำกว่าเดิมเมื่อกลับเข้าเรียนในเทอมถัดไป เพราะฉะนั้นควรมีหนังสือไว้ให้เด็กๆอ่านที่บ้านด้วย
  3. ให้พาลูกๆของคุณไปห้องสมุด และต้องให้เด็กๆได้ยืมหนังสือออกมาด้วย
  4. ลองให้ลูกของคุณแนะนำหนังสือให้คุณอ่าน

หวังว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้ประเทศไทยมีหนอนหนังสือตัวน้อยๆเพิ่มขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อยค่ะ

แหล่งข้อมูล:

  1. หนังสือช่วยในการพัฒนาสมองเด็กได้ http://mcot-web.mcot.net/fm99/healthy/view/id/50220d0f0b01dac409001c8e#.UebMKdJ7JHM
  2. Get Your Children to Read http://www.oprah.com/relationships/Getting-Children-to-Read

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน