หน้าหลัก » Blogs » อ่านเถิด...เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน (ตอนที่ 7 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในช่วงปีคริสต์ทศวรรษ 1980 (ประมาณ พ.ศ. 2523) นั้นถือว่ามีการสอนการทำความเข้าใจการอ่าน (Reading comprehension) ที่น้อยมากในประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2537 Palinscar และ Brown จึงได้พัฒนาวิธีการที่เรียกว่า การสอนซึ่งกันและกัน (Reciprocal teaching) ระหว่างครูกับเด็กนักเรียน โดยสอนให้เด็กนักเรียนคาดเดา สรุปความ อ่านให้กระจ่าง และถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาจากบทอ่าน ปรากฏว่า วิธีการดังกล่าวให้ผลลัพธ์ในทางบวก

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การใช้ยุทธการสรุปความหลังอ่านแต่ละย่อหน้าจบ ก็ได้กลายมาเป็น “เครื่องมือทางจิต” (Mental tool) ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยสร้างความเข้าใจการอ่านให้เด็กนักเรียน หลักความคิดของเรื่องนี้ คือการที่เด็กนักเรียนจะได้ พัฒนาทักษะความเข้าใจ การอ่านที่แข็งแรงขึ้นด้วยตนเอง ด้วย “เครื่องมือทางจิต” ที่ครูผู้สอนมอบให้

นอกจากนี้ ก็ยังมียุทธการทางการอ่านแบบอื่นอีกมากมาย คณะกรรมการการอ่านระดับชาติ (National Reading Panel) ระบุผลกระทบทางบวกของวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการสรุปความ การถาม-ตอบคำถาม การเฝ้าสังเกต การทำความเข้าใจ การจัดระเบียบรูปภาพ (Graphic organization) และการเรียนรู้แบบบูรณาการ คณะกรรมการยังได้เน้นย้ำว่า การผสมผสานยุทธการที่หลากหลาย อย่างที่ทำกันในการสอนซึ่งกันและกันนั้น มีประสิทธิภาพจริง

ยุทธในการทำความเข้าใจการอ่านที่มีประสิทธิภาพนั้น มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยพัฒนาการทำความ เข้าใจการอ่าน เพราะยุทธการเหล่านี้มีการสอนแบบเฉพาะทาง เพื่อการพัฒนาและรักษาทักษะการทำความเข้าใจไว้ การนำหลักการต่อไปนี้ไปปรับใช้ พร้อมกับมีการตอบกลับ (Feedback) อย่างสม่ำเสมอนั้น ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยพัฒนา ทักษะการทำความเข้าใจการอ่านในคนทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ได้รับผลกระทบจากอาการบกพร่องทางจิต :

  • กำหนดเป้าหมาย
  • กวาดตาดูโครงสร้างประโยคและบทอ่านก่อนลงมืออ่าน
  • กระตุ้นความรู้ภูมิหลังของเรื่องดังกล่าว
  • ตั้งคำถามกับตนเอง
  • สรุปความ
  • ตอบกลับและเฝ้าสังเกต

ปัจจุบัน หลักสูตรการทำความเข้าใจการอ่านส่วนใหญ่ก็สอนยุทธการการอ่านเหล่านี้ให้เด็กนักเรียน โดยใช้การสอน แบบที่ยังอาจเน้นบทบาทของครูเป็นหลัก แต่มีการให้เด็กนักเรียนฝึกฝนเองเพิ่มเติมมากขึ้น แต่ยุทธการที่ดีกว่านั้นคือการการทำความเข้าใจการอ่านผ่านการร่วมอภิปรายหรือออกความคิดเห็น ซึ่งประกอบด้วยบทเรียนที่มี “บทสนทนา เชิงการสอน” (Instructional conversation) โดยเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้ใช้ความคิดในระดับที่สูงขึ้น

จุดประสงค์ของยุทธการนี้ ก็คือเพื่อสนับสนุนให้เกิดการคิดเชิงวิจารณ์และเชิงสุนทรียศาสตร์ (Critical and aesthetic thinking) จากบทอ่าน กล่าวคือ การอภิปรายในชั้นเรียนนั้น ช่วยให้เด็กนักเรียนมีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะทำให้เขาเกิดความคิด ใหม่ๆ พร้อมความสนุกสนานไปด้วย

แหล่งข้อมูล:

  1. Reading comprehension - http://en.wikipedia.org/wiki/Reading_comprehension [2013, May 5].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน