หน้าหลัก » Blogs » อ่านเถิด...เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในเรื่องของการพัฒนาทักษะการอ่านนั้น สิ่งที่ช่วยเราเรียนรู้เรื่องการอ่าน คือ กระบวนการรับรู้ผ่านการวิเคราะห์ศัพท์ (Lexical cognitive process) และกระบวนการรองจากการวิเคราะห์ศัพท์ (Sub-lexical cognitive process) ซึ่งกระบวนการหลังนี้ประกอบด้วยการสอนอ่านหนังสือ ด้วยวิธีจับคู่ตัวอักษรหรือกลุ่มตัวอักษรกับเสียงโดยอาศัยวิธีการเรียนผ่านการออกเสียง (Phonics)

ส่วนกระบวนแรก หรือการรับรู้ผ่านการวิเคราะห์ศัพท์นั้น ตรงกันข้าม เพราะเป็นกระบวนการที่ได้มาซึ่งคำศัพท์หรือวลี โดยไม่สนใจตัวอักษรหรือกลุ่มตัวอักษรที่ประกอบเป็นคำๆ นั้นขึ้นมา กล่าวคือเป็นการเรียนรู้คำศัพท์จากการเรียนทั้งภาษา มีคำวิจารณ์ว่าการเรียนทั้งภาษาโดยไม่สนใจการออกเสียงนั้น ถือเป็นการทำลายการเรียนวิธีสะกดคำ

คำวิจารณ์ดังกล่าวมีหลักฐานสนับสนุน จากการที่กิจกรรมสมองในเด็กเล็กและเด็กโต สามารถใช้พยากรณ์ทักษะการอ่านในอนาคตของเด็กได้ พื้นที่สมองส่วนที่เกี่ยวกับการสะกดคำและการออกเสียงเป็นส่วนที่สำคัญต่อการอ่าน เด็กเล็กที่มีกระบวนการอ่านออกเสียงที่มีประสิทธินั้น เมื่อโตขึ้น จะมีทักษะการอ่านที่ดีกว่าเด็กโตที่เน้นประมวลผลแบบสะกดทั้งคำ

ในวิธีการอ่านนั้น มีหลากหลายอัตรา แตกต่างกันไปตามสิ่งที่อ่านและวัตถุประสงค์ของการอ่าน ดังนี้ :

  • การอ่านออกเสียงในใจ (Sub-vocalized reading) เป็นการอ่านที่ผสมผสานการอ่านแบบไล่สายตา (Sight reading) เข้ากับการอ่านออกเสียงในใจ ผู้สนับสนุนการอ่านเร็ว (Speed reading) อาจรู้สึกว่าวิธีการนี้เป็นการสร้างนิสัยที่ไม่ดี ซึ่งจะทำให้การอ่านและการทำความเข้าใจเนื้อหาเป็นไปได้ช้าลง แต่มีหลายกรณีศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่า ได้ตรงกันข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอ่านออกเสียงในใจแบบนี้มีประสิทธิภาพมากกับบทอ่านที่เข้าใจยาก
  • การอ่านเร็ว (Speed reading) เป็นขั้นตอนการเพิ่มความเร็วในการอ่าน โดยไม่สูญเสียความเข้าใจเนื้อหา หรือการจดจำ ขั้นตอนของการอ่านเร็วประกอบด้วยการอ่านแบบมองผ่าน (Skimming) หรือการแบ่งคำในเนื้อหาที่อ่านเป็นท่อนๆ เพื่อเพิ่มอัตราความเร็วในการอ่าน
  • การอ่านเพื่อสอบทาน (Proof-reading) เป็นการอ่านชนิดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาข้อผิดพลาดทางการพิมพ์ ผู้ที่ทำหน้าที่นี้เป็นอาชีพสามารถอ่านแบบนี้ได้อย่าง การอ่านเพื่อสอบทานแบบนี้อาจทำให้ขาดการเข้าใจเนื้อหาไปชั่วขณะ ยกเว้นเวลาที่จำเป็นต้องเลือกหาข้อผิดพลาดจากเนื้อหาบางส่วน
  • ไม่ว่าจะใช้วิธีการอ่านใด ต้องคำนึงถึงการประเมินผลการอ่าน การทำความเข้าใจจากการอ่าน (Reading comprehension) คือระดับความเข้าใจในเนื้อหาหรือข้อความที่อ่าน ความเข้าใจดังกล่าวได้มาจากการทำปฎิกิริยากัน ระหว่างถ้อยคำที่เขียนกับการที่ถ้อยคำอ่าน ซึ่งจะกระตุ้นความรู้นอกเหนือจากข้อความในบทอ่าน

    แหล่งข้อมูล:

    1. Reading (process) - http://en.wikipedia.org/wiki/Reading_%28process%29 [2013, May 2].
    2. Reading comprehension - http://en.wikipedia.org/wiki/Reading_comprehension [2013, May 2].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน