หน้าหลัก » Blogs » อ่านเถิด...เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน (ตอนที่ 6)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ยังอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเรื่องการทำความเข้าใจการอ่าน (Comprehension) เรียกชื่อว่า “SQ3R” ซึ่งย่อมาจาก Survey, Question, Read, Recite และ Review หรือ การสำรวจ การตั้งคำถาม การอ่าน การท่องจำ และการทบทวน กล่าวคือ ผู้อ่านจะต้องสำรวจทุกหน้าบทของเนื้อเรื่อง ด้วยการกวาดตามองชื่อบท หัวข้อใหญ่ และ หัวข้อย่อย รวมคำถามท้ายบท

ผู้อ่านก็ต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้ กวาดตามองไปแล้ว เช่น “ครูเคยสอนเกี่ยวกับบทนี้ ไว้ว่าอย่างไร?” จากนั้น ก็เริ่มอ่าน ในหนังสือที่แบ่งเป็นหน้าบท (Chapter) ผู้อ่านจะอ่านคำส่วนใหญ่ก่อน ส่วนในหนังสือเรียน ให้อ่านเพื่อมองหาคำ สำคัญ ซึ่งผู้อ่านเคยเห็นมาก่อนแล้ว ตอนที่กวาดตาครั้งแรกสุด (ชื่อเรื่อง หัวข้อย่อยของแต่ละบท และคำถามท้ายบท)

หลังจากที่อ่าน ส่วนหนึ่งของหนังสือจบแล้ว ทวนสิ่งที่เพิ่งอ่านออกมาดังๆ การสรุปความสิ่งที่เพิ่งอ่านด้วย การออกเสียงนั้น จะช่วยเชื่อมเนื้อหาที่อ่านมาในความทรงจำของผู้อ่าน และขั้นตอนสุดท้ายก็คือการทบทวนสิ่งที่ได้อ่านไป แล้ว ด้วยการเขียนทวนประเด็นสำคัญจากแต่ละบท จะทำให้เราเข้าใจข้อมูลเหล่านั้นได้ดีขึ้น

การทำความเข้าใจการอ่านและคำศัพท์นั้น เป็นสิ่งที่เกี่ยวโยงกันอย่างแยกไม่ได้ ความสามารถในการถอด หรือ ระบุความหมาย และออกเสียงคำแต่ละคำ ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก แต่การรู้ความหมายของคำนั้นๆ ส่งผลกระทบ โดยตรงอย่างใหญ่หลวง ต่อการจะรู้ว่าเนื้อหาแต่ละตอนนั้นมีความหมายว่าอย่างไร

เด็กนักเรียนที่รู้ศัพท์น้อยกว่าคนอื่น จะเข้าใจสิ่งที่ตนอ่านได้น้อยกว่า ดังนั้น จึงมีการแนะนำกันว่าวิธีที่ทรงพลังที่สุด ในการพัฒนาการทำความเข้าใจการอ่าน ก็คือการพัฒนาคำศัพท์ของเรานั่นเอง ซึ่งในเรื่องนี้ มีอยู่ 3 วิธีด้วยกัน กล่าวคือ เน้น (1) การสอนศัพท์ยากอย่างเข้มข้น (2) การสอนศัพท์ที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างๆ และ (3) การสอนการเรียนศัพท์วิธีใหม่

ในวิธีแรกนั้น คำศัพท์มีอยู่ด้วยกัน 3 “ระดับ” ชั้นต่ำสุด (ระดับที่ 1) เป็นศัพท์พื้นๆทั่วไป อย่างเช่นในการสอนศัพท์ภาษาอังกฤษ คำว่า eat (กิน) และ fish (ปลา) ในขณะที่ชั้นบนสุด (ระดับที่ 3) จะเป็นคำที่เน้นเนื้อความหมาย อย่าง photo-synthesis (การสังเคราะห์แสง) และ geopolitical (ที่เกี่ยวกับภูมิศาสตร์การเมือง) ส่วนคำจากระดับที่ 2 นั้นถือว่าเป็นศัพท์ วิชาการทั่วไป เช่นคำว่า analyze (วิเคราะห์) และ frequent (บ่อยถี่) ครูผู้สอนควรเน้นสอนคำศัพท์ระดับที่ 2 อย่างมี “คุณภาพ” โดยการยกตัวอย่างการใช้ศัพท์ต่างๆ เพื่อช่วยให้เด็กนักเรียนได้ฝึกฝนการใช้ศัพท์เหล่านี้ ในหลากหลายรูปแบบ

ในวิธีการที่ 2 เป็นการสอนแบบกว้างๆ ทีละหลายๆ คำ แต่มีลักษณะตรงกันข้ามกับแบบแรกโดยสิ้นเชิงโดยเน้นที่ “ปริมาณ” คำศัพท์ กล่าวคือ ครูยิ่งสอนศัพท์ให้เด็กนักเรียนได้ “มาก” เท่าไร ก็จะยิ่งมีประโยชน์มากเท่านั้น จากนั้นจึงค่อยอ่าน หนังสือให้เด็กนักเรียนฟัง โดยให้ความหมายศัพท์แต่ละคำเพียงสั้นๆเ ท่านั้น เช่น ให้คำไวพจน์ (Synonym = ศัพท์อีกคำที่มี ความหมายเหมือนกัน) จากนั้นครูจึงค่อยตอกย้ำด้วยการชี้ให้เด็กนักเรียนเห็นศัพท์ที่ได้สอนไปพร้อมความหมาย

ในวิธีสุดท้าย สามารถแบ่งออกเป็นการสอนให้ใช้ “บริบท” (Context) และการสอนให้ใช้ “หน่วยคำ” (Morpheme) ซึ่งมีผลวิจัยแล้วว่า ก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางบวกต่อความรู้เรื่องศัพท์ของเด็กนักเรียน ได้มากกว่าการสอนให้ใช้ “บริบท” ในการเรียน ศัพท์ เช่นการใช้คำนำหน้า (Prefix) คำเสริมท้าย (Suffix) และรากศัพท์ (Roots) แต่ก็แนะนำว่าควรแบ่ง การสอนทั้งสองแบบ เท่าๆกัน ตามแต่โอกาสและสถานการณ์

แหล่งข้อมูล:

  1. Reading comprehension - http://en.wikipedia.org/wiki/Reading_comprehension [2013, May 5].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
proudproud_