หน้าหลัก » บทความ » การเคลื่อนไหวประกอบเพลง (Music & movement)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การเคลื่อนไหวประกอบเพลง (Music & movement) หมายถึง การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายด้วยการแสดงท่าทางให้สอดคล้องและเข้ากับจังหวะ ทำนอง และเสียงเพลง การเคลื่อนไหวประกอบเพลงเป็นกิจกรรมการเคลื่อนไหวประเภทหนึ่งที่จัดอยู่ในช่วงกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กำหนดไว้ในตารางกิจกรรมประจำวันสำหรับเด็กปฐม วัย การเคลื่อนไหวประกอบเพลง มุ่งส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับจังหวะ ทำนอง และเสียงเพลง จากการใช้ร่าง กายเป็นสื่อในการแสดงออกทางอารมณ์ และความคิดสร้างสรรค์ในการแสดงท่าทางต่างๆให้สอดคล้องจังหวะ ท่วงทำนอง และเนื้อหาของเพลง โดยครูอาจจัดให้เด็กเคลื่อนไหวประกอบเพลงทั้งเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เด็กได้ รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาไปพร้อมๆกัน

การเคลื่อนไหวประกอบเพลงมีความสำคัญและความเป็นมาอย่างไร?

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้กำหนดกิจกรรมตามตารางกิจกรรมประจำวันให้มีความเหมาะสมต่อการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาไว้ 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเสรีหรือเล่นตามมุม กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมเกมการศึกษา และกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายอย่างอิสระตามจังหวะ โดยใช้เสียงเพลง คำคล้องจอง จังหวะ และดนตรีที่ใช้ประกอบ ได้แก่ เสียงตบมือ เสียงเพลง เสียงเคาะไม้ เคาะเหล็ก รำมะนา กลอง ฯลฯ มาประกอบในการเคลื่อนไหว เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมพัฒนาทางด้านร่าง กาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ได้แก่ แขน ขา ลำตัว และการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ การเคลื่อนไหวและจังหวะมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากสำหรับมนุษย์ โดยเฉพาะในสภาพสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และการแข่งขัน ทำให้คนมีความเครียดมากขึ้น การผ่อนคลายด้วยการเคลื่อนไหวหรือการร้องเพลงจะทำให้คนเราสามารถผ่อนคลายความตึงเครียดได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ การเคลื่อนไหวและจังหวะจึงมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิดจน ถึงสิ้นอายุขัย โดยเฉพาะเด็กแรกเกิดจะมีการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติโดยไม่ต้องรับการฝึกหัด เช่น การดิ้นไปมา การไขว่ คว้าเพื่อจับสิ่งของ การพลิกหมุนตัว ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกายและการสื่อความหมาย เช่น เด็กทารกจะยกแขนและมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อต้องการให้แม่รู้ว่าเด็กอยากให้อุ้ม เด็กจะเบี่ยงหน้าหนีเมื่อไม่พอใจหรือไม่ต้องการกินยา เป็นต้น การเคลื่อนไหวของเด็กแต่ละครั้ง เป็นการสะสมขั้นพื้นฐานในการที่เด็กจะได้มาซึ่งความรู้อันจะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในขั้นต่อไป การเคลื่อนไหวและจังหวะเป็นกระบวนการสำรวจความสามารถของตนเองโดยใช้การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆให้เข้ากับจังหวะดนตรี เพื่อหาข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข เด็กจึงควรได้รับการพัฒนาทักษะทางกลไกไปพร้อมกับทักษะอื่นๆ ภรณี คุรุรัตนะ กล่าวว่า การส่งเสริมให้เด็กมีอิสระในการเคลื่อนไหวให้เหมาะสมกับพัฒนาการและวัยของเด็ก จะช่วยให้เด็กได้แสดงออกถึงความรู้สึกและอารมณ์อย่างเปิดเผยและเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นการส่ง เสริมให้เด็กมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะให้กับเด็กตั้งแต่ยังเล็ก จะช่วยให้เด็กเกิดทักษะพื้นฐานในการเรียนวิชาต่างๆ เช่น ภาษา ดนตรี นาฏศิลป์ ฯลฯ

การเคลื่อนไหวเบื้องต้นสำหรับเด็กปฐมวัยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (Non locomotor Movement) เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายเมื่ออยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งและไม่เคลื่อน ไหวออกจากจุดนั้นเลย ได้แก่ การก้มตัว การเหยียดตัว การบิดตัว การหมุนตัว การโยกตัว การแกว่ง หรือการหมุนเหวี่ยง การเอียง การดัน การดึง การสั่น การตี
  2. การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ (Locomotor Movement) เป็นการเคลื่อนไหวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ได้แก่ การเดิน การวิ่ง การก้าวกระโดด การกระโดดเขย่ง การวิ่งเขย่ง การวิ่งสลับเท้า การลื่นไถล การควบม้า การก้าวชิด
  3. การเคลื่อนไหวพร้อมกับอุปกรณ์หรือวัตถุ (Movement with Equipment & Material) การเคลื่อนไหวพร้อมกับอุปกรณ์หรือวัตถุ ทำให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหวโดยใช้อุปกรณ์หรือวัตถุอย่างหนึ่งอย่างใดประกอบ การใช้อุปกรณ์ประกอบนี้ช่วยทำให้เด็กได้มีการพัฒนาในด้านการทำงานประสานกันระหว่างประสาทมือกับประสาทตา ประสาทเท้ากับตา และประสาทมือ เท้า และตาให้ดีขึ้น ตามปกติเด็กจะมีความสนุกสนานกับการเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์นี้มาก ดังนั้นจึงควรจัดอุปกรณ์หรือวัตถุอื่นๆที่สามารถให้เด็กได้ใช้ประกอบในการเล่นหรือการเคลื่อนไหวนี้ให้มากที่สุด อุปกรณ์ที่จัดหาได้ง่าย เช่น ลูกบอล ถุงถั่ว ห่วงยางขนาดใหญ่ ริบบิ้นผ้าสีต่างๆ หนังสือพิมพ์ ลูกโป่ง อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีประสบการณ์ในการเคลื่อนไหวได้อย่างดีและกว้างขวาง

สำหรับการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะที่ครูควรจัดให้กับเด็กปฐมวัยที่โรงเรียน สำนักงานคณะกรรมการการประถม ศึกษาแห่งชาติ ได้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้

  1. กิจกรรมพื้นฐาน เป็นกิจกรรมที่ฝึกทำทุกครั้งก่อนที่จะทำกิจกรรมอื่นๆ ลักษณะของกิจกรรมจะเน้นในเรื่องจังหวะ การเคลื่อนไหวหรือทำท่าทางอย่างอิสระ ให้เด็กทราบถึงข้อตกลงในเรื่องสัญญาณและจังหวะ ครูจะใช้เครื่องเคาะจังหวะชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยครูจะทำความเข้าใจกับเด็กก่อนว่า สัญญาณนั้นหมายถึงอะไร เช่น เคาะจังหวะ 1 ครั้งสม่ำเสมอ ให้เด็กเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆตามจังหวะ เคาะจังหวะ 2 ครั้ง แสดงว่าให้เด็กหยุดการเคลื่อนไหวทันทีและอยู่ในท่าทางนั้นๆ
  2. กิจกรรมสัมพันธ์กับเนื้อหา เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกาย โดยเน้นการทบทวนเรื่องที่ได้รับรู้จากกิจกรรมอื่นๆและนำมาสัมพันธ์กับเนื้อหา หรือยึดเนื้อหาจากหน่วยการเรียนรู้เป็นหลัก โดยมีรูปแบบการจัดกิจกรรมหลายวิธี ดังนี้
    1. การเคลื่อนไหวตามคำสั่ง เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายตามที่ครูออกคำสั่ง เช่น ให้จัดกลุ่มตามจำนวน การทำท่าทางตามคำสั่ง ฯลฯ
    2. การเคลื่อนไหวตามข้อตกลง เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายตามข้อกำหนด เช่น การฝึกความจำ สถานที่ สัญญาณ ท่าทาง เกมการละเล่นต่างๆ ฯลฯ
    3. การเคลื่อนไหวแบบผู้นำ ผู้ตาม เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกาย ทำท่าทางเป็นผู้นำและให้เพื่อนปฏิบัติตาม สลับหมุนเปลี่ยนกันไป
    4. การเคลื่อนไหวท่าทางตามจินตนาการ เป็นการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวที่ให้เด็กแสดงท่าทางตามความคิดจินตนาการโดยฟังคำบรรยายเรื่องราว เพลง ทำนอง โดยทำท่าทางจินตนาการประกอบอุปกรณ์ เช่น ริบบิ้น เชือก ฯลฯ
    5. การเคลื่อนไหวประกอบเพลงหรือคำคล้องจอง เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายหรือบริหารร่างกายอย่างอิสระประกอบเพลงหรือคำคล้องจอง

เพลงเป็นคำประพันธ์หรือร้อยกรอง หรือเสียงของดนตรีที่มนุษย์สร้างขึ้นมา โดยมีเนื้อร้องและทำนองเพื่อใช้บรรเลงหรือสำหรับขับร้อง ปัจจุบันการสอนโดยใช้เพลงหรือกิจกรรมเข้าจังหวะมีบทบาทสำคัญในการช่วยในเรื่องการเรียนทุกรายวิชา และทุกระดับการศึกษา โดยเฉพาะในระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา ทั้งนี้เพราะธรรมชาติของเด็กวัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงจะมีความสนใจในการร้องเพลง หรือการเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆให้เข้ากับจังหวะเพลง ครูจึงจัดกิจกรรมโดยใช้เพลงประกอบท่าทางเป็นสื่อในการเรียนการสอน เพื่อเร้าความสนใจหรือก่อให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่ง หมายที่ครูตั้งเอาไว้ โดยบรรจุเนื้อหาที่ครูต้องการให้เด็กเรียนรู้เนื้อเพลง และเลือกเพลงที่มีทำนองเพลงที่คุ้นเคยอยู่แล้วเป็นการช่วยให้เด็กร้องเพลงนั้นได้อย่างสนุกสนาน และได้รับความรู้ตามที่ครูต้องการโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการนำเพลงมาสอนเด็กในวัยต่างๆนั้น เยาวพา เดชะคุปต์ พบว่ามีการนำมาใช้กับเด็กเล็กมากที่สุด เนื่องจากเด็กวัยนี้ชอบความสนุกสนาน เป็นวัยที่ชอบเรียนรู้และชอบเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพลงจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เด็กๆมีโอกาสเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลงได้ นอกจากนี้เพลงยังช่วยให้เด็กได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา

กิจกรรมการเคลื่อนไหวประกอบเพลงเป็นกิจกรรมที่ช่วยปูพื้นฐานที่ดี และช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความสามารถในด้านจัง หวะ ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เพลงที่มีท่าทางประกอบและการเล่นประกอบเพลงช่วยให้เด็กมีความสนใจและจดจ่ออยู่กับกิจกรรมที่ทำ (Concentration) เด็กจะรู้จักบังคับการเคลื่อนไหวของร่างกายในส่วนต่างๆ เช่น นิ้วมือ ข้อมือให้เกิดขึ้นพร้อมๆกันตามจังหวะ การเลือกเพลงมาใช้ในกิจกรรมเคลื่อนไหวนั้นมีหลักการเลือกดังนี้

  1. เนื้อหาง่ายๆ ใช้คำง่ายๆ เพื่อให้เด็กฟังแล้วเข้าใจเนื้อร้องได้
  2. เนื้อเพลงสั้น ไม่ยาวจนเกินไป จนเด็กจะจำยากและเบื่อหน่าย และเนื้อเพลงควรสอดแทรกคุณธรรมไปด้วย
  3. มีทำนองและระดับเสียงไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เพราะเด็กส่วนมากไม่สามารถทำเสียงต่ำมากๆได้ เสียงจะหายไปในลำคอ ยากแก่การร้อง ถ้าเสียงสูงมากๆเด็กก็ไม่สามารถร้องไปได้ เด็กจะชอบร้องเพลงที่ไม่เร็วหรือช้ามากเกินไป
  4. สามารถทำท่าทางประกอบได้ง่าย จะทำให้เด็กมีความสนใจในเพลงได้มาก
  5. เป็นเพลงที่สอดคล้องกับหัวเรื่องหรือหน่วยการเรียนในแต่ละสัปดาห์ การที่ครูเลือกเพลงประจำหน่วยการเรียนรู้ได้สอด คล้องกัน จะเป็นย้ำทวนความรู้และความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนให้เด็กเข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การเลือกเพลงมาใช้ประกอบกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ จึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมสอดคล้องและสามารถพัฒนาเด็กได้หลายๆด้านไปพร้อมกัน

การเคลื่อนไหวประกอบเพลงมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การเคลื่อนไหวประกอบเพลงในระดับปฐมวัยนั้น นอกจากการที่เด็กได้เคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาด้านร่างกายแล้ว การคัดเลือกเพลงที่เหมาะสมกับวัยของเด็กและสอดคล้องกับการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อยไปกว่ากัน การใช้เพลงประกอบกิจกรรมเคลื่อนไหวสามารถพัฒนาเด็กปฐมวัยได้ดังนี้

  • การพัฒนาทางด้านร่างกายและสุขภาพพลานามัยของเด็ก เด็กมีโอกาสทำท่าทางประกอบและเคลื่อนไหวไปตามเนื้อเพลง เช่น เพลงแปรงฟัน เพลงอาบน้ำ เพลงดื่มนม ฯลฯ
  • การพัฒนาทางด้านอารมณ์ ขณะที่เด็กเข้าร่วมกิจกรรมการเคลื่อนไหวประกอบเพลง เด็กจะมีจิตใจร่าเริงแจ่มใส มีความสนุกสนาน คลายความตึงเครียด อีกทั้งยังช่วยให้เด็กมีความกล้าแสดงออกและมั่นใจในตนเอง
  • การพัฒนาทางด้านสังคม เพลงเป็นสื่ออย่างหนึ่งที่สามารถชักจูงให้เด็กๆและครูมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพลงบางเพลงเด็กต้องทำท่าทางร่วมกัน ทำให้เด็กมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น
  • การพัฒนาทางด้านสติปัญญา เนื้อหาในเพลงที่ใช้ในการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ช่วยให้เด็กพัฒนาความ สามารถในด้านต่างๆ เช่น
    • ด้านภาษา เมื่อเด็กทำท่าทางประกอบเพลง การที่จะสังเกตว่าเด็กเข้าใจเนื้อหาหรือความหมายของเนื้อเพลง ดูได้จากท่า ทางที่เด็กทำ
    • ด้านคณิตศาสตร์ เพลงช่วยให้เด็กได้จดจำและเข้าใจเกี่ยวกับจำนวนและความหมายของคำบางคำทางคณิตศาสตร์ เช่น เพลงนกกระจิบ เพลงลูกแมว ฯลฯ
    • ด้านวิทยาศาสตร์และธรรมชาติศึกษา มีเพลงหลายเพลงที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติรอบๆตัวเด็ก เช่น เกี่ยวกับสัตว์ พืช ปรากฏการณ์ธรรมชาติ อาทิ เพลง ทะเลแสนงาม เพลงธรรมชาติ เพลงนกน้อยฯลฯ เด็กจะสามารถเข้าใจธรรมชาติรอบตัวจากเพลงเหล่านี้และสามารถจดจำได้แม่นยำ

ครูจัดกิจกรรมให้ลูกเคลื่อนไหวประกอบเพลงที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูส่งเสริมให้เด็กได้เข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะดังนี้

  • ในกิจกรรมยามเช้า หลังเคารพธงชาติ ครูอาจจัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวประกอบเพลงทุกวัน เช่น แอโรบิค กายบริหารประกอบเพลงอนุบาล
  • ในการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ วันละไม่น้อยกว่า 15 – 20 นาที ครูจะเลือกและจัดหาเพลงที่นำมาจัดกิจ กรรมให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กได้ย้ำทวนการเรียนรู้เกี่ยวกับมโนทัศน์ จัดเตรียมสื่อวัสดุอุปกรณ์ที่นำมา ใช้ประกอบในการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบเพลงอย่างเพียงพอและเหมาะสมกับวัยเด็ก และส่งเสริมให้เด็กคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการแสดงท่าทางประกอบเพลงอย่างอิสระด้วยตัวเด็กเอง โดยสร้างบรรยากาศให้เด็กมีความมั่นใจและอยากเข้าร่วมกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ นอกจากนี้ ครูอาจบูรณาการทักษะด้านต่างๆจากการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ เช่น ทักษะด้านภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ
  • ครูจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบเพลงในกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเคลื่อนไหวประกอบเพลงในกิจกรรมการละเล่นพื้น บ้านของไทย การเล่นรีรีข้าวสาร งูกินหาง ฯลฯ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมให้ลูกเคลื่อนไหวประกอบเพลงอย่างไร?

การตอบสนองต่อจังหวะและดนตรีหรือเพลงของเด็กปฐมวัยสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและทุกสถานที่ แม้จะอยู่ที่บ้านของเด็กเอง ดังนั้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองจึงเป็นบุคคลสำคัญในการที่จะกระตุ้นและเสริมสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับการเคลื่อน ไหวและจังหวะโดยเฉพาะการเคลื่อนไหวประเพลง พ่อแม่สามารถสนับสนุนได้ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

  • พ่อแม่ควรเป็นผู้เห็นคุณค่าทางด้านดนตรีหรือมีสุนทรียภาพทางด้านดนตรี เพื่อให้ลูกได้ซึมซับพฤติกรรมที่ดีทางด้านดนตรีจากพ่อแม่ ด้วยการที่พ่อแม่อาจร้องเพลงให้ลูกฟัง ส่งเสริมให้ลูกทำท่าทางประกอบอย่างสร้างสรรค์
  • จัดหาเพลง ซีดีเพลงที่มีความเหมาะสมกับวัยเด็กมาเปิดให้เด็กฟังบ่อยๆ และสนับสนุนให้เด็กคิดท่าทางประกอบเพลงอย่างสร้างสรรค์
  • ส่งเสริมการเคลื่อนไหวประกอบเพลงให้กับลูกจากสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน เช่น เปิดโอกาสให้ลูกเต้นประกอบเพลงจากรายการโทรทัศน์ที่มีความเหมาะสม เช่น เพลงจากรายการเจ้าขุนทอง เพลงจากละครโทรทัศน์ที่เหมาะสมกับเด็ก
  • สนับสนุนให้เด็กเข้าร่วมกิจกรรมการแสดงออกทางดนตรีตามที่โรงเรียนจัด เช่น กิจกรรมการแสดงของนักเรียนในงานการแสดงที่โรงเรียนจัดขึ้น หรือการแข่งขันการเต้นรำของหน่วยงานการศึกษาในระดับต่างๆ รวมทั้งการส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออกทางด้านดนตรีและการเคลื่อนไหวในระดับที่สูงขึ้น เช่น การเข้าแข่งขันหรือประกวดการร้องเพลง การเต้นที่หน่วยงานต่างๆจัดประกวด
  • พ่อแม่ควรร่วมมือกับครูและสถานศึกษาในการส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออกซึ่งการเคลื่อนไหวและดนตรีอย่างเต็มตามศักยภาพ โดยครูอาจให้ผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมกับเด็กที่โรงเรียน หรือครูอาจจะเชิญวิทยากรที่เป็นผู้ปกครองมาร่วมกิจ กรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะในห้องเรียนปฐมวัย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบเพลง เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ครูปฐมวัยควรจัดให้กับเด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายส่วนต่างๆตามจังหวะเพลง พร้อมทั้งแสดงท่าทางประกอบเพลงตามความคิดและจินตนาการของเด็ก ครูปฐมวัยไม่ควรกำหนดท่าทางประกอบเพลงและให้เด็กทำท่าทางตามครู เนื่องจากกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะเป็นกิจกรรมที่เด็กควรได้รับความเป็นอิสระในด้านการแสดงออกด้วยท่าทางที่เขาคิดขึ้นเอง ทั้งนี้จะทำให้เด็กแสดงความกล้าที่จะแสดงออกและเกิดความมั่น ใจในตนเอง สำหรับกิจกรรมการเคลื่อนไหวประกอบเพลงจะมีขั้นตอนของการจัดกิจกรรมแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ กิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ได้แก่ การเคลื่อนไหวช้า เร็ว และกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับเนื้อหา ได้แก่ การเคลื่อน ไหวตามเพลงที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้

บรรณานุกรม

  1. ภรณี คุรุรัตนะ. (2526). ละครสร้างสรรค์สำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ : ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
  2. เยาวพา เดชะคุปต์. (2542). ดนตรีและกิจกรรมเข้าจังหวะสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : บริษัทสำนักพิมพ์แม็ค จำกัด.
  3. ศึกษาธิการ,กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2536). “วิธีสอนกิจกรรมพื้นฐานในการเคลื่อนไหวประกอบเพลง” ในแผนการจัดประสบการณ์ชั้นเด็กเล็ก. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน
Poonpawan Rojjana NichananM PoonPat First.fame