หน้าหลัก » บทความ » เด็กบ้านแตก (Children with Divorced Parents Problems)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

เด็กบ้านแตก

เด็กบ้านแตก (Children with Divorced Parents Problems) หมายถึง เด็กที่ได้รับผลกระทบจากการหย่าร้างของพ่อแม่ หรือการถูกทอดทิ้งจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ เมื่อพ่อแม่ตัดสินใจแยกทางกัน ลูกจะรู้สึกเหมือนโลกของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ความรู้สึกที่สูญเสียไปของเด็กที่พ่อแม่หย่าร้างกันอาจมีหลายระดับแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่า พ่อแม่เลิกกันอย่างไร ตอนนั้นเด็กอายุเท่าไร เด็กเข้าถึงปัญหาแค่ไหน รวมไปถึงกำลังใจที่เด็กได้รับจากพ่อแม่ บุคคลอื่นในครอบครัว และเพื่อน ดังนั้น การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงและพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงอายุจะทำให้พ่อแม่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการปรับตัวและการเจริญเติบโตของลูก เมื่อพ่อแม่ตัดสินใจแยกทางกัน ซึ่งจากการสำรวจของสำนักงานสำมะโนประชากร ประเทศสหรัฐอเมริกา (The U.S. Census Bureau) พบว่า ปัจจุบัน ร้อยละ 50 ของคู่สมรสที่แต่งงานครั้งแรกลงเอยด้วยการหย่าร้าง และสองในสามของการหย่าร้างเกิดขึ้นในครอบครัวที่มีบุตรแล้ว แต่อะไรคือผลกระทบของการหย่าร้างทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อเด็กที่แท้จริงนั้น คำตอบที่แตกต่างกันทั้งจากผู้เชี่ยวชาญในวงการและผู้เชี่ยวชาญตามสื่อต่างๆ อาจทำให้พ่อและแม่กังวลไม่น้อย อย่างไรก็ตามจากผลการสำรวจพบว่า ในระยะยาวแล้ว เด็กที่มาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกันประมาณร้อยละ 80 เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จและสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ดี และเมื่อเด็กเติบโตไป ประสบการณ์ที่พ่อแม่แยกทางกันจะค่อยๆ กลายเป็นเพียงความทรงจำที่ห่างไกลออกไป และมีผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนเด็กที่มีพ่อแม่หย่าร้างกันอีกร้อยละ 20 ที่เหลือนั้นประสบปัญหามากมายทั้งทางจิตใจและสังคม จนส่งผลกระทบต่อชีวิตพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เด็กเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางจิต เสพยาเสพติด และมีความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวมากกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า สัญญาณเตือนที่น่าเป็นห่วงของเด็กที่พ่อแม่แยกทางกัน ได้แก่ อาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร มีอารมณ์ฉุนเฉียว เศร้ามากเกินกว่าปกติ หวาดกลัว หรือมีอาการทรุดลง เป็นต้น

ปัญหาเด็กบ้านแตกมีลักษณะอย่างไร?

ในขณะที่เด็กบางคนสามารถผ่านพ้นการแยกทางของพ่อแม่ได้โดยแทบไม่มีปัญหา แต่เด็กบางคนกลับประสบปัญหาต่างๆ มากมาย เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กจะรู้สึกไม่สบายใจในหลายรูปแบบ แต่การให้เวลา ความรัก และการสร้างความมั่นใจจะสามารถเยียวยาจิตใจของเด็กได้ แต่หากลูกยังคงรู้สึกเศร้าโศกมากเป็นระยะเวลานาน พ่อแม่อาจจำเป็นต้องพาลูกไปพบจิตแพทย์ แม้ว่าความรู้สึกที่รุนแรงอาจเป็นอะไรที่ยากจะรับมือสำหรับเด็ก แต่ปฏิกิริยาโดยทั่วไปที่พบได้เมื่อพ่อแม่ของเด็กหย่าร้างกัน มีดังนี้

  • อารมณ์ฉุนเฉียว เด็กอาจแสดงความรู้สึกโกรธเคือง ขุ่นข้องใจมากกับทั้งพ่อและแม่ที่ทำลายความปกติสุขที่เขาคุ้นเคยมาตลอด
  • วิตกกังวล เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กจะรูสึกวิตกกังกลเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต
  • ซึมเศร้า เป็นเรื่องธรรมดาที่ความโศกเศร้าที่เกิดจากสถานภาพของครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไปจะเกิดขึ้นภายในจิตใจเด็ก และเมื่อความโศกเศร้าบวกกับความรู้สึกสิ้นหวังและหมดหนทางแล้ว เด็กอาจมีอาการซึมเศร้าได้

เด็กอาจมีปัญหาทางจิตใจและพฤติกรรมเมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันหรือตัดสินใจแยกทางกัน โดยความรู้สึกหนึ่งที่จะมีอิทธิพลต่อเด็กมาก คือ ความรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย ซึ่งจะแสดงออกในรูปแบบของพฤติกรรมที่เด็กกว่าวัย เช่น ฉี่รดที่นอน ยึดติดกับพ่อแม่มากผิดปกติ ฝันร้าย วิตกกังวล และไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นหลังจากที่ได้พบกับพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งที่ปกติเขาไม่ได้อยู่ด้วย นอกจากนี้ ในกรณีที่เด็กเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว อาจมีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความเครียดและกังวลใจมาก ในรูปแบบของการทำตัวไม่ดีและปลีกตัวออกจากคนรอบข้าง ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจรบกวนใจเด็กมากจนไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ

ปัญหาเด็กบ้านแตกมีสาเหตุมาจากอะไร?

เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กที่มีพ่อแม่หย่าร้างกันจะเกิดความรู้สึกไม่ดีต่างๆ มากมายในระยะแรก เช่น รู้สึกสูญเสีย กลัวจะถูกทอดทิ้ง โกรธเคืองพ่อแม่ กังวลใจ รู้สึกไม่มั่งคงปลอดภัย และแปลกแยก ฯลฯ แต่ทั้งนี้ความรู้สึกเหล่านี้อาจรุนแรงขึ้นได้หากเด็กต้องเข้าสู่ภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมรอบตัวครั้งใหญ่ในชีวิตหลังจากพ่อแม่แยกทางกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้าน ย้ายโรงเรียน เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วครอบครัวที่ประสบปัญหาการหย่าร้างมักมีความตึงเครียดทางการเงินตามมาด้วย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่เคยมีปัญหาทางการเงินเลยก็ตาม นอกจากนี้ หากพ่อแม่มีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดและทะเลาะกันรุนแรงก่อนการหย่าร้าง อาจส่งผลให้ลูกเกิดความรู้สึกสับสนได้ เด็กบางคนอาจยึดติดกับการการหย่าร้างของพ่อแม่มากและอยากให้พ่อแม่กลับมาคืนดีกันจนนำไปสู่ความเครียดและกังวลต่างๆ พ่อแม่ต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ไม่ว่าความสัมพันธ์ของพ่อแม่จะเป็นอย่างไร ทั้งสองคนต่างมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของลูก

ปัญหาบ้านแตก/พ่อแม่หย่าร้างมีความสำคัญอย่างไร?

เด็กอาจต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัวยอมรับการแยกทางกันของพ่อแม่ เขาจะมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีอาการแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าลูกยังจมอยู่กับความเศร้า ความกังวล และความโกรธเคือง มากเกินไป และอาจจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ โดยอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลที่น่าเป็นห่วงของเด็กที่มีพ่อแม่แยกทางกัน มีดังนี้

  • นอนไม่หลับ
  • ทำร้ายตัวเอง ไม่ยอมรับประทานอาหาร
  • ไม่มีสมาธิ
  • อารมณ์ฉุนเฉียวบ่อยๆ และใช้ความรุนแรง
  • มีปัญหาที่โรงเรียน
  • ปลีกตัวออกห่างจากคนรอบข้าง
  • เลิกทำสิ่งที่ตนเองชอบ

เมื่อพบอาการที่น่าเป็นห่วงเหล่านี้ พ่อแม่ควรปรึกษาแพทย์ ครู หรือนักจิตบำบัดเพื่อขอคำแนะนำในการรับมือกับปัญหาเป็นอย่างๆ ไป เพื่อให้เด็กสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ไม่กลายเป็นเด็กมีปัญหา ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในภายภาคหน้าหรือกลายเป็นปัญหาสังคม

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาเด็กบ้านแตกได้อย่างไร?

สำหรับเด็กแล้ว การหย่าร้างของพ่อแม่เป็นประสบการณ์ที่เครียด เศร้าโศก และสับสน ไม่ว่าเด็กวัยใดก็มักรู้สึกไม่มั่นคงและขุ่นเคืองกับการที่พ่อแม่จะเลิกกัน ทั้งนี้ พ่อแม่สามารถช่วยกันบรรเทาความเจ็บปวดของลูกได้ การช่วยให้ลูกรับมือกับการหย่าร้างได้นั้น ย่อมหมายถึงการสร้างความมั่งคงภายในบ้านขึ้นมาใหม่และการเข้าหาลูกด้วยทัศนคติที่ดี รวมไปถึงการสร้างความมั่นใจให้กับลูกด้วย การแยกทางกันของพ่อแม่อาจไม่ใช่เหตุการณ์ที่เด็กจะสามารถผ่านพ้นไปได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดเอาไว้ แต่เคล็ดลับต่อไปนี้สามารถช่วยให้ลูกของคุณรับมือกับประสบการณ์นี้ได้

พ่อแม่ที่กำลังแยกทางกันสามารถช่วยลูกได้โดยปฏิบัติดังนี้

  • ทำให้ลูกมั่นใจว่าไม่ว่าพ่อแม่จะเลิกกันหรือไม่ เขายังมีทั้งพ่อและแม่ที่รักและห่วงใยเขาเสมอ
  • ไม่นำลูกเข้ามาแบกรับภาระหน้าที่และความวิตกกังวลของผู้ใหญ่
  • บอกลูกให้ชัดเจนว่าการแยกทางกันเป็นความรับผิดชอบของพ่อแม่ ไม่ใช่ความผิดของลูก

เคล็ดลับที่พ่อแม่สามารถปฏิบัติเพื่อช่วยบรรเทาความโศกเศร้าของลูกมีดังนี้

  • เปิดใจให้กว้างและพูดคุยกับลูกอย่างเปิดอก เด็กไม่เพียงแต่ต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยังต้องการรู้สึกว่าการถามคำถามเป็นเรื่องที่ทำได้
  • ย้ำกับลูกเสมอว่าไม่ว่าความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่จะเป็นอย่างไร เขาจะยังคงเป็นที่รักของพ่อแม่เสมอ
  • ใช้เวลากับลูกให้มากขึ้น
  • มาพบลูกตามนัดเสมอ
  • แสดงให้เห็นว่า พ่อแม่รับฟังความคิดเห็นของลูก แต่บอกลูกให้เด็ดขาดว่าพ่อแม่เป็นผู้รับผิดชอบในการตัดสินใจ
  • ดำเนินกิจกรรมทุกอย่างตามปกติ เช่น ไปเยี่ยมเยียนเพื่อน หรือญาติๆ
  • เปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การทำแบบนี้จะทำให้ลูกรู้สึกว่า พ่อแม่และคนรอบข้างรักเขาเสมอและชีวิตของเขายังเป็นไปตามปกติ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ตาม

นอกจากนี้ พ่อแม่ต้องตระหนักเสมอว่าจะต้องไม่ดึงลูกเข้ามาในความขัดแย้งของพ่อแม่ และสิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรปฏิบัติ มีดังนี้

  • อย่าถามลูกว่าจะเลือกข้างใคร เช่น ถามลูกว่าอยากจะย้ายไปอยู่กับใครมากกว่ากันหลังจากการแยกทาง
  • อย่าเช็คกับลูกว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่
  • อย่าใช้ลูกเป็นเครื่องมือในการตอบโต้อีกฝ่ายหนึ่ง
  • อย่าวิพากษ์วิจารณ์อีกฝ่ายหนึ่งให้ลูกฟัง
  • อย่าหวังว่าลูกจะสามารถทำอะไรที่อีกฝ่ายเคยทำได้

หากพ่อแม่ไม่สามารถช่วยลูกรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้ พ่อแม่อาจจำเป็นต้องพาลูกไปปรึกษาแพทย์ที่สามารถให้คำแนะนำและความช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ แต่บางครอบครัวอาจจำเป็นต้องขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านจิตวิทยาเด็ก อย่างไรก็ตาม หากมีการรับมืออย่างถูกต้องแล้ว เด็กส่วนใหญ่จะสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ดี และไม่มีปัญหาในระยะยาว

เกร็ดความรู้เพื่อครู

โรงเรียนมีบทบาทสำคัญในการช่วยปรับทัศนคติของเด็กที่มีต่อการหย่าร้างของพ่อแม่ เคล็ดลับต่อไปนี้จะแนะนำวิธีการที่ครูสามารถนำไปช่วยเด็กให้ผ่านพ้นจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของครอบครัวได้ ทั้งนี้การร่วมมือกันระหว่างพ่อแม่และครูสามารถช่วยให้เด็กรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เคล็ดลับที่ครูสามารถใช้ช่วยเหลือเด็กที่พ่อแม่แยกทางกันได้ มีดังนี้

  • ตรวจสอบสถานภาพครอบครัวของเด็ก ครูสามารถทราบข้อมูลนี้ได้ด้วยการให้พ่อแม่กรอกข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของครอบครัวลงในเอกสารวันปฐมนิเทศ หรืออาจสอบถามสถานภาพทางครอบครัวจากพ่อหรือแม่โดยตรง เว้นที่ในแบบสอบถามให้พ่อและแม่กรอกเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ที่ติดต่อได้ของแต่ละคน หากมีเหตุการณ์ให้ต้องติดต่อในอนาคต
  • มีความอดทน ครูต้องมีความอดทนเป็นพิเศษกับเด็กที่ประสบปัญหา ทั้งนี้เด็กที่พ่อแม่แยกทางกันอาจมีการแสดงออกทางอารมณ์และพฤติกรรมในรูปแบบและระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมภายในครอบครัว การจัดการเรียนสอนเรื่องความรู้สึก การแสดงความรู้สึก และการปฏิบัติตนต่อผู้อื่นจะมีประโยชน์ต่อเด็กเหล่านี้มาก รวมทั้งนักเรียนคนอื่นภายในชั้นเรียนด้วย
  • ดำเนินการเรียนการสอนในชั้นเรียนให้เป็นไปตามปกติมากที่สุด การที่ทุกอย่างคาดเดาได้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กที่ประสบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในครอบครัวรู้สึกสบายใจ ซึ่งถือเป็นการมอบความมั่นคงและปลอดภัยให้กับเด็กในเวลาที่ต้องการมากที่สุด
  • พบปะพูดคุยกับพ่อแม่ของเด็ก หากเด็กมีการแสดงออกทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ที่น่าเป็นห่วง ครูควรหาทางคุยกับพ่อแม่ของเด็กเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยอาจจำเป็นต้องคุยกับพ่อแม่ทีละคนแยกกัน ครูควรสนับสนุนให้พ่อและแม่คุยกับเด็กด้วยตนเองถึงปัญหาที่บ้านและให้พ่อแม่ย้ำกับเด็กเสมอว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเด็ก และพ่อแม่ยังรักและห่วงใยเขาเสมอ
  • ให้ความเท่าเทียมกับพ่อและแม่ ครูควรบอกให้พ่อแม่ทั้งสองคนทราบถึงพฤติกรรมของเด็กที่โรงเรียน หากมีการจัดประชุมผู้ปกครองก็ควรหาเวลานั่งคุยกับทั้งพ่อและแม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนให้พ่อแม่เข้าใจความเป็นไปของลูก และเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายเดียวกันที่ทั้งครูและพ่อแม่มีคือ การที่เด็กมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
  • สอนเด็กถึงโครงสร้างครอบครัว ครูควรชี้แจงให้เด็กทราบว่าครอบครัวไม่ได้หมายถึงต้องมีพ่อและแม่เพียงอย่างเดียว แต่ครอบครัวอาจมีความหมายครอบคลุมได้หลายอย่าง และไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะมีครอบครัวที่รักและห่วงใยเขาเสมอ แม้จะเป็นในรูปแบบที่แตกต่างออกไป

บรรณานุกรม

  1. Divorce: A Parents' Guide for Supporting Children - http://www.nasponline.org/resources/parenting/divorce_ho.aspx [2013, May 22]
  2. Children and Divorce - Helping Kids Cope with Separation and Divorce - http://www.helpguide.org/mental/children_divorce.htm [2013, May 22]
  3. Divorce or separation of parents - the impact on children and adolescents: information for parents, carers and anyone who works with young people - http://www.rcpsych.ac.uk/expertadvice/parentsandyouthinfo/parentscarers/divorceorseparation.aspx [2013, May 22]
  4. Tips for Teachers on How to Help Preschoolers Deal with Divorce -http://www.brighthubeducation.com/teaching-preschool/65301-helping-students-deal-with-divorce-in-their-family [2013, May 22]
  5. Helping Children Adjust to Divorce: A Guide for Teachers - http://extension.missouri.edu/p/GH6611 [2013, May 22]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน