หน้าหลัก » Blogs » เด็กปฐมวัย - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 204 : แนวทางปฏิบัติพฤติกรรมเด็ก (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ภูมิหลังกับความสำเร็จของนักเรียน

ในบางชั้นเรียน เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างกระฉับกระเฉง บนพื้นฐานของมาตรฐานแกนร่วม (Common Core Standards : CCS) แต่ในชั้นเรียนอื่น ครูและนักเรียนอาจดูเหมือนไม่มีระเบียบ (Disorganized) ไม่เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง แล้วอะไรคือความแตกต่าง?

คำตอบมี 3 ประการ (1) ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (2) ชั้นเรียนที่ได้รับการจัดระเบียบ และ (3) แผนงานที่ได้รับการพินิจพิเคราะห์ (Well-thought-out) และนำไปลงมือปฏิบัติ (Well-implemented) เพื่อแนะแนว (Guiding) พฤติกรรมเด็ก ในฐานะมืออาชีพ ครูปฐมวัยมีความรับผิดชอบต่อการการแนะแนวพฤติกรรมเด็ก ในหนทางที่ใกล้ชิด (Up-close) และมีความเป็นส่วนตัว (Personal)

ครูปฐมวัยใช้เวลาส่วนมากอยู่กับเด็ก โดยปฏิบัติหน้าที่แทน (Surrogate) พ่อแม่และครอบครัว จึงจำต้องรู้วิธีที่ดีที่สุดในการแนะแนวพฤติกรรมเด็ก และช่วยให้เขากลายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ด้วยเหตุผลนานัปการ

  • ช่วยเด็กให้เรียนรู้การแนะนำตนเองและรู้จักรับผิดชอบพฤติกรรมของตนเอง นับเป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับช่วยให้เขาเรียนรู้การอ่านและการเขียน พฤติกรรมที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ต้องไปด้วยกัน หน้าที่หลักของครูปฐมวัย คือการช่วยให้เด็กเรียนรู้พฤติกรรมและทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตนอย่างมีความรับผิดชอบ
  • ช่วยเด็กให้เรียนรู้การปฏิบัติตนอย่างมีความรับผิดชอบ เป็นการวางรากฐาน (Foundation) สำหรับการอยู่อย่างสร้างสรรค์ (Productive) ตลอดชีวิต (Life-long) ครูปฐมวัย เชื่อมั่นว่า ช่วงต้นของชีวิต เป็นวัยของการก่อร่างสร้างตน (Formative) ดังนั้น พึงสอนเด็กเกี่ยวกับการอยู่อย่างรับผิดชอบ แนวทางปฏิบัติ และทักษะที่ช่วยให้เขาเรียนรู้ไปตลอดชีวิต (Life-time)
  • สาเหตุรากเหง้า (Root) ของพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย (Delinquent) หรือเบี่ยงเบน (Deviant) มักเกิดขึ้นในช่วงต้นของชีวิต การวิจัยแสดงว่า เรารู้ล่วงหน้าว่า พฤติกรรมอะไรจะนำไปสู่ปัญหาในอนาคต? ตัวอย่างเช่น การวิจัย พบว่า เด็กที่ถูกผลักไส (Rebound) จากบ้านไปโรงเรียน ด้วยทัศนคติก้าวร้าวต่อเพื่อนร่วมชั้นและครู รวมทั้งแนวโน้มที่จะทำลายความสงบสุข (Disruption) มักจะเผชิญกับผลลัพธ์ในเชิงลบ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขามีความเสี่ยงสูงที่จะสอบตก ติดสารเสพติด แสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่อต้านสังคม (Anti-social behavior) และทนทุกข์ทรมาน (Succumb) อยู่กับโรคซึมเศร้า (Depression) หรือวิตกจริต (Anxiety)
  • สาธารณชน เริ่มกังวลในเรื่องความถดถอยของหน้าที่พลเมือง (Erosion of civility) สิ่งที่สาธารณชนมองเห็น (Perceived) คือความล้มเหลว (Break-down) ของความรับผิดชอบส่วนตัวต่อพฤติกรรมที่เลวร้าย เหตุผลหนึ่งที่ใช้เงินทุนสาธารณะ (Public fund) ไปกับระบบการศึกษาทุกระดับชั้น ก็เพื่อสร้างสังคมให้แข็งแรงและดีขึ้น พ่อแม่ และสาธารณชนหวังพึ่งครูปฐมวัย ในการร่วมมือกับเพื่อนร่วมงาน (Colleague) ให้ความช่วยเหลือการเรียนรู้ของเด็กที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความร่วมมือ (Co-operative) และปฏิบัติหน้าที่ในสังคมประชาธิปไตย (Democratic society) การอยู่ร่วมกับผู้อื่นและแนวทางปฏิบัติของพฤติกรรม ซึ่งเอื้ออำนวยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Accomplishments) เป็นพฤติกรรมที่มีความหมายทางวัฒนธรรมและสังคม

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Guiding children’s behavior in child care – http://ncac.acecqa.gov.au/family-resources/factsheets/guiding_children's_behaviour.pdf [2016, February 14].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน