หน้าหลัก » Blogs » เด็กปฐมวัย - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 208 : ทฤษฎีรังสรรค์ทางสังคม (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


แนวทางปฏิบัติพฤติกรรมเด็ก

ครูปฐมวัยสามารถใช้ทฤษฎีการเรียนรู้และพัฒนาการในการนำทาง (Guide) การสอน เพียงต้องคุ้นเคย (Acquaint) กับทฤษฎีของเปียเจต์ (Piaget) ไวก็อตสกี้ (Vygotsky) มาสโลว์ (Maslow) และเอริคสัน (Erikson) เมื่อประยุกต์ใช้กับการแนะแนวพฤติกรรมของเด็ก

โดยเฉพาะทฤษฎีของเปียเจต์และไวก็อตสกี้ สนับสนุนวิธีการรังสรรค์ (Constructivist approach) ในการเรียนรู้และพฤติกรรม ในวิธีการนี้ ครูเชื่อมั่นว่า เด็กสามารถรังสรรค์หรือสร้างกลุ่มพฤติกรรมที่เป็นผลลัพธ์จากการเรียนรู้จากประสบการณ์ และจากการตัดสินใจที่นำไปสู่การกระทำที่รับผิดชอบ (Responsible action)

บทบาทหลักของครูในวิธีการรังสรรค์ก็คือ แนะแนวและช่วยให้เด็กสร้างพฤติกรรม และใช้มันในหนทางที่เหมาะสมทางสังคม (Socially appropriate) โดยคาดการณ์ล่วงหน้า (Pro-active) กระบวนการนี้ เกิดขึ้นทั้งที่บ้านและในชั้นเรียน

ไวก็อตสกี้พูดถึงเรื่อง “นั่งร้าน” (Scaffolding) ว่าเป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนจากครู พ่อแม่ ผู้ดูแล หรือเพื่อนฝูง (Peer) เพื่อให้เด็กสามารถทำงาน (Task) ให้เสร็จสมบูรณ์ หากปราศจากความช่วยเหลือดังกล่าว เด็กจะไม่สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามลำพังได้

ไวก็อตสกี้ยังมีทฤษฎีว่าด้วยเรื่อง “เขตของพัฒนาการใกล้ตัว” (Zone of proximal development : ZPD) ซึ่งหมายถึงช่วง (Range) ของงาน ที่เด็กสามารถทำโดยได้รับความช่วยเหลือจากหุ้นส่วน [ครู พ่อแม่ ผู้ดูแล หรือเพื่อนฝูง] ที่มีสรรถนะ (Competency) สูงกว่า เด็กสามารถทำงานในส่วนที่อยู่ใต้เขต ZPD ได้ตามลำพัง แต่ไม่สามารถเรียนรู้งาน แนวความคิด (Concept) และข้อมูล (Information) ในส่วนที่อยู่เหนือเขต ZPD แม้จะได้รับความช่วยเหลือ

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ZPD เป็นภาวะของจิตและสังคม ในเรื่องพัฒนาการความคิดและการเรียนรู้ ในสิ่งที่เด็กกำลังจะ “ก้าวข้ามไป” (Go beyond) และบรรลุระดับสูงสุดด้วยความช่วยเหลือ จากผู้ที่มีสรรถนะเหนือกว่า ในหนทางนี้ การเรียนรู้และพัฒนาการจึงเป็นการกระทำทางสังคม ตัวอย่างของระดับสมรรถนะได้แก่ (1) ครูทำเป็นตัวอย่างให้เด็กดู (2) ครูลงมือทำด้วยความช่วยเหลือของเด็ก (3) เด็กทำด้วยความช่วยเหลือของครู และ (4) เด็กทำเองตามลำพัง (Independently)

ทั้งทฤษฎี “นั่งร้าน” และ ZPD เป็นวิธี (Means) ที่เอื้ออำนวยให้ครูแนะแนวพฤติกรรมเด็ก นอกจากนี้ ทฤษฎีรังสรรค์ของไวก็อตสกี้ยังมีอีก 2 แนวความคิดที่จำเป็น (Essential) และเป็นประโยชน์ อันได้แก่ การสนทนาระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก (Adult-child discourse) และการสนทนาภายในระหว่างบุคคลกับตัวเขาเอง (Self-discourse หรือ Private speech)

ไวก็อตสกี้ เชื่อมั่นว่า การพัฒนาความรู้และพฤติกรรมของเด็กเกิดขึ้นในบริบทของความสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้ใหญ่และเพื่อนฝูง กล่าวคือ การเรียนรู้และพัฒนาการเด็กเป็นสื่อกลางทางสังคม (Socially mediated) ในขณะที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่มีสมรรถนะสูงกว่า ในขณะที่เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ภาษาจนช่ำชอง (Master) และความสัมพันธ์ทางสังคมอย่างเหมาะ เขาจะควบคุมพฤติกรรมอย่างจงใจ (Intentionally) ไปด้วย

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Basic Tips Child Care Providers Can Use to Guide Children's Behavior – http://www.extension.org/pages/25703/basic-tips-child-care-providers-can-use-to-guide-childrens-behavior#.VYlm4Pntmko [2016, February 21].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน