หน้าหลัก » Blogs » เด็กปฐมวัย - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 210 : ทฤษฎีรังสรรค์ทางสังคม (3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ทฤษฎีรังสรรค์ทางสังคม

ไวก็อตสกี้ (Vygotsky) อธิบายว่า “เขตของพัฒนาการใกล้ตัว” (Zone of Proximal Development : ZPD) คือ “ระดับพัฒนาการที่แท้จริง (Actual) ซึ่งถูกกำหนดโดยการแก้ปัญหาตามลำพัง และระดับพัฒนาการตามศักยภาพ (Potential) ซึ่งถูกกำหนดโดยการแก้ปัญหาภายใต้การแนะแนวของผู้ใหญ่ หรือการร่วมมือกับเพื่อนที่มีความสามารถเหนือกว่า” การแก้ปัญหา คือแก่นแท้ของการแนะแนวพฤติกรรม

ไวก็อตสกี้อธิบายเพิ่มเติมว่า “นั่งร้าน” (Scaffolding) คือ การใช้วิธีการสนับสนุนที่ไม่เป็นทางการ อาทิ การสนทนา การตั้งคำถาม การจำลองแบบ (Model) การแนะแนว และการช่วยเหลือเด็กให้เรียนรู้แนวความคิด ความรู้ และทักษะที่อาจไม่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เมื่อมีผู้อื่นที่มีสมรรถนะเหนือกว่า (More competent person : MCP) ให้ความช่วยเหลือ เด็กจะสามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ในสิ่งที่เขาทำไม่ได้ตามลำพัง

ใน ZDP เด็กจะสามารถมีพฤติกรรมและความสำเร็จด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า เมื่อเขาได้รับการแนะแนวและสนับสนุนจากครูและพ่อแม่ ในวิธีการ “นั่งร้าน” ครูสอนเด็กอย่างจงใจ (Intentionally) ให้มีทักษะและพฤติกรรมที่จำเป็นต่อการแนะแนวพฤติกรรมของตนเอง

วิธีการ “นั่งร้าน” สะท้อนถึงการสนทนาระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก (Adult-child discourse) ซึ่งจะรวมถึงวิธีการที่เด็กอาจแก้ปัญหาได้ แนะแนวพฤติกรรมตนเอง มีปฏิสัมพันธ์และการร่วมมือกับผู้อื่น เข้าเกณฑ์ปรกติ (Norm) ของความประพฤติทางสังคม (Social conduct) และเรียนรู้ค่านิยม (Value) ที่สัมพันธ์กับโรงเรียนและครอบครัว

ครูต้องริเริ่มและแนะแนวการสนทนาเหล่านี้ เพื่อช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะใหม่ที่จะช่วยเขาพัฒนาการควบคุมตนเอง (Self-regulation) ซึ่งปรกติมักจะผ่านการสนทนากับตนเอง (Self-discourse หรือ Private speech) โดยการเข้าใจในสิ่งที่ถูกถามในงานหรือสถานการณ์ที่กำหนด

เด็กยังต้องสามารถติดตามผล (Monitor) ในเรื่องพฤติกรรม เพื่อค้นหาว่า มีการประสานกัน (Coordination) กับสิ่งที่ใกล้ตัว (At hand) และสามารถดำรงไว้ หรือเบี่ยงเบน (Avert) สิ่งที่กำลังทำอยู่ บนพื้นฐานการตัดสินใจของตนเองหรือไม่? ในการพูดกับตนเองขณะที่กำลังทำงานอยู่เป็นสิ่งธรรมดา (Commonplace) ในชีวิตประจำวัน

กล่าวโดยสรุปก็คือ เด็กเรียนรู้ที่จะย้าย (Transfer) ความรู้ของการแก้ปัญหาและความรับผิดชอบจากผู้ใหญ่มาสู่ตนเอง อันนำไปสู่การควบคุมตนเอง (Self-regulation) ในที่สุด ซึ่งการควบคุมตนเองนี้เป็นสิ่งสำคัญในโรงเรียน และครูก็เป็นบุคคลแรกที่รับรู้ในเรื่องนี้ เด็กที่ควบคุมตนเองได้ สามารถอยู่ในอาณาบริเวณที่กำหนด (Designated) และมุ่งเน้นในงานที่ได้รับมอบหมายจากครู

นอกจากนี้ เด็กยังมีสมาธิ (Attention) เมื่อครูกำลังอภิปราย หรืออ่านเสียงดังโดยไม่สูญเสียสมาธิซึ่งทุกสายตาเพ่งเล็งไปที่ครู โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกระบวนการเรียนรู้ที่เด็ก “ผ่านประสบการณ์” (Experience) เด็กจะเรียนรู้ในไม่ช้าที่จะพูดและอาจใช้การพูดกับตนเอง (Self-talk) เพื่อช่วยการควบคุมพฤติกรรมของตนเอง

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Social Constructivism - https://en.wikipedia.org/wiki/Social_constructivism [2016, February 28].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน