หน้าหลัก » Blogs » เด็กปฐมวัย - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 232 : ครอบครัวที่พ่อแม่ทำงาน (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ครอบครัวที่พ่อแม่ทำงาน

ครอบครัวทุกวันนี้ ไม่ใช่ครอบครัวเมื่อวานนี้ และจะก็จะไม่ใช่ครอบครัววันพรุ่งนี้ อันที่จริง โครงสร้างครอบครัวกำลังเปลี่ยนแปลงโดยที่เด็กอยู่กับพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว [หลังหย่าร้าง] (Single parent) เด็กอยู่กับลุงป้าน้าอา หรือเด็กอยู่กับปู่ย่าตายาย เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องใครเป็นพ่อแม่? และอะไรคือครอบครัว? มีผลกระทบมาก (Tremendous implications) สำหรับพ่อแม่ การเลี้ยงลูก (Rearing) การศึกษา และวิธีการที่ครูจะให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในชั้นเรียน (Class participation)

ในสหรัฐอเมริกา จำนวนแม่ทำงานได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อไม่นานมานี้ ใน 51.4% ของครอบครัวคู่สมรส (Married-couple) ทั้งสามีและภรรยาต้องทำงาน ประมาณ 65% ของแม่ทำงานมีลูกอายุต่ำกว่า 6 ขวบ และ 77% ของแม่ทำงาน มีลูกอยู่ระหว่าง 6 ถึง 17 ปี สภาวะเช่นนี้ก่อให้เกิดความต้องการโปรแกรมเด็กปฐมวัยโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม การดูแลเด็กเล็ก (Child care) มีคุณภาพต่ำ ความรับผิดชอบหนึ่งของครูมืออาชีพก็คือ การเป็นพันธมิตรกับพ่อแม่ ในการยกระดับคุณภาพของการดูแลเด็กเล็ก และทำให้การดูแลดังกล่าวไม่แพงนัก (Affordable) และสามารถเข้าถึงได้ (Accessible) อีกความรับผิดชอบหนึ่งคือ การร่วมมือ (Collaborate) กับพ่อแม่และช่วยเขาให้การศึกษาลูก

สำหรับพ่อแม่ทำงานจำนวนมาก การมีส่วนร่วมในโรงเรียนของลูก อาจดูเหมือนเป็นความฝันที่เป็นไปไม่ได้ (Impossible dream) เนื่องจากกิจกรรมของโรงเรียนส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่าง 8.00 น. กับ 16.00 น. แต่การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้น เมื่อครูและโรงเรียนพบว่า เขาต้องหาหนทางที่สร้างสรรค์ (Creative) ในการให้พ่อแม่มีส่วนร่วม ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • เปิดประตูโรงเรียนให้ยาวนานขึ้น – ทุกวันนี้ พ่อแม่ที่ทำงานจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องมาที่โรงเรียนในช่วงเวลาปรกติ แต่เขาจำเป็นต้องพบครูและผู้บริหารโรงเรียนในเวลาอื่น ครูจึงต้องหาเวลาที่จะติดต่อกับพ่อแม่ทำงานทั้งต่อหน้า หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้พ่อแม่มีส่วนร่วมตามที่ต้องการ
  • ประชุมกับพ่อแม่ทางไกล (Distance conference) โดยใช้สไก๊ป (Skype) เป็นเครื่องมือ
  • ส่งข้อมูลทางอีเมลโดยตรงถึงพ่อแม่ แทนการส่งข้อความ (Note) ถึงบ้านผ่านเด็ก
  • ส่งถุงโครงงาน (Project bag) ไปยังพ่อแม่ที่ทำงาน โดยกำหนดให้ทำงานที่มอบหมาย ณ ที่บ้าน อาทิ ตัดแปะแผ่นบางๆ (Laminate) และใส่ไส้แฟ้ม (Stuffing folder)
  • เสนอเวลาสะดวกอื่นให้พ่อแม่เลือก เพื่อการประชุมหรือพบปะ อาจเป็นตอนเย็นในวันธรรมดา หรือเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์

ในอีกมิติหนึ่ง ผู้เป็นพ่อ (Father) เริ่มค้นพบความสุขจากการร่วมเลี้ยงดูและมีปฏิสัมพันธ์กับลูก ในสหรัฐอเมริกา จำนวนพ่อที่อยู่กับบ้าน เพื่อเป็น “เสาหลัก” ในการดูแล ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทศวรรษที่ผ่านมา ใน ปี พ.ศ. 2544 พ่อจำนวน81,000 คน อยู่บ้านเพื่อเลี้ยงลูก เมื่อเปรียบเทียบกับ 176,000 คน ใน ปี พ.ศ. 2554 ผู้ชายเริ่มมีบทบาทสำคัญในการให้การดูแลขั้นพื้นฐาน ความรัก และการทะนุถนอม (Nurturance) แก่ลูก โดยมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครอบครัวก่อน ระหว่าง และหลังการเกิดของลูก กล่าวคือ ตลอดกระบวนการการเลี้ยงเด็ก

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Working parents - https://en.wikipedia.org/wiki/Working_parent [2016, April 18].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน