หน้าหลัก » Blogs » เด็กปฐมวัย - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 235 : ครอบครัวพ่อแม่หย่าร้าง (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ครอบครัวพ่อแม่หย่าร้าง

ครูยังสามารถทำให้พ่อแม่หย่าร้างมีส่วนร่วมดังนี้

  • ครูปฐมวัยพึงแนะนำหนทางที่พ่อแม่หย่าร้าง สามารถใช้เวลากับลูกอย่างมีความหมาย หากเด็กมีปัญหาในการทำตามคำสั่ง (Direction) ครูพึงแสดงให้เห็นว่าจะใช้สถานการณ์ที่บ้านอย่างไรในการช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น เด็กเรียนรู้ที่จะทำตามคำสั่ง ในการช่วยเรื่องกิจธุระ (Errand) เตรียมอาหาร (Meal preparation) หรือทำงานบ้าน (Housework)
  • ครูพึงเรียนรู้วิถีชีวิต (Lifestyle) หรือสภาวะการดำรงชีวิต (Living condition) ตัวอย่างเช่น ครูควรแนะนำให้เด็กทุกคนมีสถานที่เฉพาะสำหรับศึกษา แต่นี่อาจเป็นการเรียกร้อง (Demand) ที่เป็นไปไม่ได้ในบางบ้าน ครูอาจต้องตามไปเยี่ยมบ้านของเด็กในบางชุมชน ครูคงต้องตัดสินใจว่า ครอบครัวควรมีส่วนร่วมกิจกรรมอะไร และพึงคาดหวังอะไรจากครอบครัวในระหว่างปีการศึกษา ครูยังต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมของบ้าน เมื่อร้องขอให้เด็กนำบางรายการ (Item) จากบ้านมาที่โรงเรียน หรือมอบหมายการบ้านให้ทำ และเมื่อครูขอความช่วยเหลือจากครอบครัวหย่าร้าง ครูพึงอ่อนไหว (Sensitive) ต่อข้อจำกัดของเวลาของพ่อแม่หย่าร้าง
  • ครูพึงช่วยพัฒนากลุ่มสนับสนุนสำหรับครอบครัวหย่าร้างภายในโรงเรียน อาทิ กลุ่มอภิปราย และชั้นเรียนสำหรับพ่อแม่หย่าร้าง นอกจากนี้ ครูต้องให้แน่ใจว่า ได้รวมความจำเป็นและความสามารถของครอบครัวหย่าร้างที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมและโปรแกรมของโรงเรียน
  • ครูพึงหลีกเลี่ยงข้อสมมุติฐานที่เด็กอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริง (Biological parents) [เพราะเด็กอาจอยู่กับคู่สมรสใหม่ของพ่อแม่ที่หย่าร้าง เป็นต้น]

ความสำคัญของการให้พ่อแม่หย่าร้างมีส่วนร่วมในการศึกษาของลูกและในโรงเรียน เป็นสิ่งที่ควรได้รับการตอกย้ำ (Emphasize) การมีส่วนร่วมของพ่อมแม่หย่างร้าง สร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ (Beneficial outcome) สำหรับทั้งเด็กและพ่อแม่หย่าร้างของเขา

ผลการวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ของโปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) แสดงให้เห็นว่า การที่พ่อแม่มีส่วนร่วมในโปรแกรม ทำให้พ่อแม่เพิ่มการ “ลงทุน” (Invest) ในเรื่องความเอาใจใส่ (Attentive) ต่อลูก และความเต็มใจที่จะใช้เวลากับลูกมากขึ้น ในการอ่านให้ลูกฟัง ทำกิจกรรมคณิตศาสตร์ร่วมกับลูก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มีความหมายต่อครูปฐมวัย ดังนี้

  • การทราบว่า พ่อแม่มีแนวโน้มที่จะ “ลงทุน” ในเด็ก เมื่อพ่อแม่มีส่วนร่วม ทำให้ครูพึงพยายามให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในโปรแกรมเรียนของลูก
  • ครูพึงให้พ่อแม่มีส่วนร่วมแต่เนิ่นๆ ในโปรแกรมตั้งแต่ต้นปีการศึกษา โดยให้พ่อแม่รับรู้ถึงกิจกรรมของลูกในวันแรกที่เปิดเทอม เชื้อเชิญพ่อแม่มาเยี่ยมชมชั้นเรียน และแจ้งความรู้สึกภาคภูมิใจในฐานะครูของลูก
  • ครูพึงเป็นผู้สนับสนุน (Advocate) ให้พ่อแม่เอาลูกเข้าเรียน (Enroll) ในโปรแกรมวัยก่อนเข้าเรียน (Pre-school) ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจว่า พ่อแม่มีส่วนร่วมในกระบวนการเข้าโรงเรียน (Schooling process) ของลูกตั้งแต่เริ่มแรก

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Single Parent - https://en.wikipedia.org/wiki/Single_parent [2016, April 25].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน