หน้าหลัก » Blogs » เด็กปฐมวัย - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 239 : เด็กขาดเรียนเรื้อรัง

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เด็กในครอบครัวไร้ที่อยู่

เรามักพูดถึงเด็กในชั้นเรียนเสมือนหนึ่งว่า เขาเป็นส่วนหนึ่งตามธรรมชาติของกระบวนการการศึกษา เราสมมุติเอาเอง (Take it for granted) ว่าเด็กจะอยู่ในชั้นเรียนทุกๆ วัน เพื่อให้ครูสอน แต่จะเกิดอะไรขึ้น หากเด็กไม่มาโรงเรียน อย่าว่าแต่เด็กเข้าห้องเรียนหรือไม่? ครูเองก็อาจคิดว่า ถ้าไม่มีเด็กอยู่ในชั้นเรียนเลย เขาจะเรียนรู้ได้อย่างไร?

มีการนิยามกันว่า “การขาดเรียนเรื้อรัง” (Chronic school absence) คือ การขาดเรียนเกิน 10% ของจำนวนวันเปิดเรียนทั้งปีของโรงเรียน ซึ่งปัญหานี้ ยังไม่เกิดขึ้นกับโรงเรียนทุกแห่ง [ยกเว้นโรงเรียนใน 3 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบเรื้อรัง] แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้กับเด็กเป็นรายบุคคล

ในสหรัฐอเมริกา เกือบ 10% ของโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษาปีที่ 1 ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดเรียนเรื้อรัง ในบางชุมชน การขาดเรียนเรื้อรังเกิดขึ้นถึง 25% ในบรรดาเด็กปฐมวัย (อนุบาลถึงประถม 3) ทั่วทั้งประเทศ โรงเรียนรัฐในบางเขต (District) ได้รับผลกระทบระหว่าง 1% ถึง 50%

ผลการวิจัยสรุปว่า การขาดเรียนเรื้อรังมีผลกระทบในเชิงลบต่อผลการเรียนของเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในความยากจน (Poverty) แต่เด็กทุกคนไม่ว่าจะมีสถานะทางเศรษฐกิจ-สังคมใด มักมีผลการเรียนที่ย่ำแย่ในประถม 1 หากขาดเรียนเรื้อรังระหว่างที่อยู่ในโรงเรียนอนุบาล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลการอ่าน (Reading performance) ของเด็กที่พ่อแม่อพยพมาจากทวีปอเมริกาใต้ (Hispanic) จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และผลกระทบในเชิงลบนี้ จะคงดำเนินต่อเนื่องไปจนเมื่อเด็กสิ้นสุดการศึกษาประถม 5 หากเป็นเด็กที่อยู่ในความยากจน

การแก้ปัญหาเด็กขาดเรียนเรื้อรัง ดูเหมือนจะอยู่ที่การทำให้เด็กมาโรงเรียนทุกวันที่เปิดเรียน อย่างไรก็ตาม การบรรลุจุดประสงค์นี้ได้ ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจ (Collaboration) ของโรงเรียน ครอบครัว ชุมชน และ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง) ครู ซึ่งมีบาทบาทสำคัญดังต่อไปนี้

  • ใช้ความพยายามทุกวิถีทางที่จะให้พ่อแม่ทุกคนมีส่วนร่วม เมื่อพ่อแม่รู้สึกว่าครูได้ให้คุณค่า (Value) แก่เขาและลูกของเขา ย่อมมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมและส่งลูกไปโรงเรียน
  • มุ่งเน้นที่เด็กและครอบครัวในเรื่องความสำคัญของการเข้าเรียน (Attendance) ครูพึงพูดถึงความสำคัญในเรื่องนี้ในการประชุมทุกๆ เช้าก่อนเริ่มสอน พร้อมทั้งส่งจดหมายข่าวไปยังพ่อแม่ และสื่อสารให้ทราบถึงเหตุผลที่เด็กจำเป็นต้องไปโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ
  • เมื่อเด็กขาดเรียน ครูควรติดต่อพ่อแม่ทันที สอบถามถึงสาเหตุของการขาดเรียน และสิ่งที่พ่อแม่อยากให้ครูช่วยเพื่อให้เด็กไปโรงเรียนทุกวัน
  • เสนอสิ่งจูงใจ (Incentive) ในชั้นเรียน สำหรับการเข้าเรียนอย่างต่อเนื่อง อันได้แก่ การออกประกาศนียบัตรรับรอง การแจกรางวัล การนำเด็กออกไปทัศนศึกษา เป็นต้น

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Chronic Elementary Absenteeism: A Problem Hidden in Plain Sight - http://www.edweek.org/media/chronicabsence-15chang.pdf [2016, May 5].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน