หน้าหลัก » Blogs » เด็กปฐมวัย - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 250 : จากอิเล็กทรอนิกส์สู่ภาคปฏิบัติ

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ประเภทของการมีส่วนร่วม

พ่อแม่ของเด็กคนหนึ่งกล่าวว่า “ลูกของเรารู้สึกตื่นเต้นจริงๆ เมื่อเขากลับมาบ้าน พร้อมกับแสดงให้เราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงเรียน เขาอ่านด้วยคำพูดของเขาเอง และฟังเสียงของตนเองจากอินเทอร์เน็ต เขาพบว่าเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก (Fascinating) ความรู้นี้ช่วยให้เขาใช้ทรัพยากรอินเทอร์เน็ตได้ดีขึ้น และเพิ่มพูนความเข้าใจและการรับรู้ในเรื่องเทคโนโลยี และทำให้เราในฐานะพ่อแม่ยังตามโลกทัน”

มีความเป็นไปได้ที่ไม่จำกัดสำหรับครูปฐมวัยในการสร้างโปรแกรมการมีส่วนร่วมของพ่อแม่และครอบครัว ซึ่งสามารถทำให้เกิดความแตกต่างในการศึกษาของเด็ก และด้วยความช่วยเหลือของครูปฐมวัย พ่อแม่สามารถร่วมกับครูและโรงเรียนในการสร้างสัมพันธภาพที่สร้างคุณประโยชน์ (Productive) ให้แก่เด็ก

ในขณะที่คิดถึงวิธีการที่จะให้พ่อแม่และครอบครัวมีส่วนร่วม ครูปฐมวัยพึงสะท้อนถึงอิทธิพลอันทรงพลัง (Powerful influence) ที่ครอบครัวมีต่อชีวิตของเด็ก และในบริบทของหน่วยครอบครัว (Family unit) ที่เด็กเรียนรู้ในเรื่องจริยธรรม (Morality) และอุปนิสัยที่ดี (Character) ซึ่งจำเป็นต่อมิติพัฒนาการ (Developmental dimension) ของชีวิตของเด็ก

ในปัจจุบัน ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา โรงเรียนส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูปฐมวัยไปเยี่ยมตามบ้าน (Home visitation) ของเด็ก และขอให้พ่อแม่ช่วยในเรื่องการศึกษาของลูก ในโปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) โดยได้กำหนดให้ครูเยี่ยมตามบ้านปีละ 2 ครั้ง

การเยี่ยมตามบ้านดังกล่าว เริ่มกลายเป็นสิ่งธรรมดา (Commonplace) ในหลายๆ โรงเรียน แต่ก่อนไปเยี่ยมตามบ้าน ครูปฐมวัยจะได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดี แม้ว่า ไม่ทุกรัฐจะจ่ายค่าจ้างเพิ่มเติมให้ครูปฐมวัยที่เยี่ยมตามบ้าน แต่โรงเรียนรัฐหลายแห่งก็ผนวกการเยี่ยมตามบ้าน เข้ากับตารางการทำงานของครู

เพื่อให้การเยี่ยมตามบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของครูปฐมวัย โรงเรียนรัฐบางแห่งว่าจ้างครูแทน (Substitute) มารับช่วงการสอนขณะที่ครูประจำชั้นออกไปปฏิบัติหน้าที่เยี่ยมตามบ้าน ซึ่งเป็นโครงการที่แสดงให้เห็นว่า ครูและผู้บริหารโรงเรียน เต็มใจเพิ่มบทบาทของตนเอง เพื่อให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในการศึกษาของลูก

โครงการเยี่ยมตามบ้าน เป็นการสาธิตให้ประจักษ์ถึงความสนใจในครอบครัวของเด็ก และเข้าใจเด็กได้ดีขึ้น เมื่อได้เห็นสภาพแวดล้อมในตัวบ้านของเด็ก อย่างไรก็ตาม การเยี่ยมตามบ้านนี้ ไม่ควรแทนที่การประชุมระหว่างพ่อแม่กับครู (Parent-teacher conference)

ครูปฐมวัยไม่ควรใช้โครงการเยี่ยมตามบ้าน เพื่อพูดคุยถึงความก้าวหน้า (หรือถอยหลัง) ในเรื่องการเรียนของเด็ก หากสามารถเยี่ยมตามบ้านได้ก่อนที่จะมีปัญหาใดๆ ก็จะเป็นการหลีกเลี่ยงการทำให้พ่อแม่ต้องตกอยู่ในฐานะเตรียมแก้ตัว(Defensive) แต่ให้การเยี่ยมตามบ้านเป็นสัญญาณ (Signal) ถึงความกระตือรือร้น (Eager) ที่จะทำงานร่วมกับพ่อแม่

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Parent Engagement Information and Tools - https://www.michigan.gov/documents/Parent_Involvement_Part_1_12-16-04_111426_7.pdf [2016, May 30].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul