หน้าหลัก » Blogs » เด็กปฐมวัย - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 253 : จากครอบครัวสู่ชุมชน

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มาตรฐานแกนร่วม

การพบปะระหว่างพ่อแม่กับครูปฐมวัย อาจดำเนินไปอย่างไม่ต้องมีพิธีรีตอง (Casual) แต่ครูปฐมวัยต้องให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการวางแผนพบปะอย่างเป็นทางการ (Serious) และเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ครูปฐมวัยต้องไม่ทำให้ครอบครัวรู้สึกผิดหวัง (Frustration) หรือไม่รู้ว่าครูปฐมวัยต้องการอะไร? และครอบครัวพึงสนองตอบอย่างไร?

การสื่อสารกับครอบครัวทุกครั้ง พึงลงเอยด้วยความรู้สึกในเชิงบวก การโทรศัพท์ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ได้ประสิทธิผล ในการติดต่อกับครอบครัว โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถจัดการพบปะซึ่งหน้า (Face-to-face) ต่อไปนี้เป็นแนวทางที่เหมาะสมในการติดต่อกับพ่อแม่ทางโทรศัพท์

  • เนื่องจากครูปฐมวัยไม่สามารถมองเห็นหน้าพ่อแม่ในการพูดคุยทางโทรศัพท์ การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น (Rapport) อาจใช้เวลายาวนานมากกว่าการพบปะกันซึ่งหน้า แต่เวลาที่ใช้ไปในเบื้องต้นเพื่อเอาชนะความกลัวและความหวาดวิตกของครอบครัว จะให้ผลตอบแทน (Dividend) ที่คุ้มค่าในภายหน้า
  • ต้องพยายามทำความกระจ่าง ในสิ่งที่ครูปฐมวัยพูด และสิ่งที่พ่อแม่และครูปฐมวัยตกลงกันว่าจะทำ โดยอาจใช้วิธีการทวนซ้ำ
  • อย่าทำอะไรผลีผลาม (Hurried) ตามปรกติการสื่อสารทางโทรศัพท์มีข้อจำกัดในเรื่องเวลา แต่สำหรับครูปฐมวัยที่ใส่ใจ (Care) กับครอบครัวและเด็กนักเรียน การติดต่อทางโทรศัพท์อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบการสนับสนุนครอบครัว

เพื่อให้แน่ใจว่า ความจำเป็นของเด็กได้รับการสนองตอบ และสิทธิของเด็กได้รับการจรรโลงไว้ (Uphold) จะต้องมีระบบการสื่อสารที่สอดคล้องกันและเป็นที่ตกลงยอมรับกัน (Mutually agreed) ความสำเร็จ ณ ที่บ้านและที่โรงเรียนต้องได้รับการปรับปรุงให้แข็งแกร่ง (Strengthen) เมื่อมีการสื่อสารซึ่งกันและกัน (Reciprocal) ในเชิงบวก

พ่อแม่และครูปฐมวัยรู้ว่า เมื่อเขาปันกัน (Share) ไปมา (Back and forth) ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด (Optimal) แก่เด็กทุกคน เพราะต่างฝ่ายต่างมีข้อมูลเกี่ยกับกับเด็กที่อีกฝ่ายหนึ่งอาจไม่มี ดังนั้น การยิ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน ระหว่างพ่อแม่กับครูปฐมวัย ก็ยิ่งสามารถร่วมมือ (Collaborate) กันมากขึ้นในการช่วยเหลือเด็ก

โปรแกรมที่ให้พ่อแม่และครอบครัวมีส่วนร่วมจะยังไม่สมบูรณ์หากปราศจากการมีส่วนร่วมของชุมชน ครูปฐมวัยย่อมเข้าใจดีว่า การทำงานตามลำพังด้วยทรัพยากร (Resource) ที่จำกัดของโปรแกรม ไม่เพียงพอที่จะสนองตอบความจำเป็นของเด็กและครอบครัวในคริสต์ศตวรรษที่ 21 จึงต้องหาหนทางเชื่อมโยงครอบครัวกับบริการและทรัพยากรของชุมชน

งานที่ท้าทายนักวิชาชีพปฐมวัย ไม่เพียงแต่แสวงหาการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ในกิจกรรมของโรงเรียน แต่ยังขยายขอบเขตไปยังการทำให้ชีวิตของครอบครัวและเด็กดีขึ้น โดยให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง (Focus) ของกิจกรรมทั้งปวง ในความพยายามนี้ จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรชุมชนที่จะจัดหาเครื่องมือที่มีคุณค่า (Valuable) โดยที่ภาคธุรกิจ [ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน] สามารถเป็นพันธมิตร (Partner) กับโรงเรียนเพื่อเพิ่มพูนทั้งโอกาสทางการศึกษาและชีวิตของครอบครัว

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Guidelines on Effective Community Involvement and Consultation - http://www.rtpi.org.uk/media/6313/Guidlelines-on-effective-community-involvement.pdf [2016, June 6].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน