หน้าหลัก » Blogs » เด็กเล็กปลอดภัย ไว้ก่อนได้อย่างไร? (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางไปเยี่ยมอาการเด็กหญิงมนัสนันท์ ทองภู่ หรือ น้องเอย อายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล 1 โรงเรียนอนุบาลอนุบาลอนงค์เวท ในจังหวัดสมุทรปราการ ที่ป่วยสมองบวมเพราะขาดอากาศหายใจ นอกพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลกรุงเทพ

หลังนางรัตนา นครโสภา อายุ 34 ปี มารดาเข้าร้องเรียนมูลนิธิว่า สาเหตุมาจากลูกสาวถูกครูลืมทิ้งไว้ในรถตู้ของโรงเรียนประมาณ 4 ชั่วโมง พ.ต.ท.สุทธิชน ธงชัยภูมิ พนักงานสอบสวน (สบ 2) สภ.บางปู ได้เรียกนางสาวดาวรอง ศรีสุมัง อายุ 37 ปี ครูพี่เลี้ยงช่วยสอน มาสอบปากคำหลังถูกผู้ปกครองน้องเอย แจ้งความเอาผิดพร้อมผู้เกี่ยวข้อง

หลังสอบปากคำเพื่อตั้งข้อหาผู้เข้าข่ายกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้เด็กได้รับบาดเจ็บจนล้มป่วย ทราบว่า นายสันติภาพ หวานใจ อายุ 35 ปีเป็นคนขับ หลังรถตู้มาถึงโรงเรียน ได้ปล่อยให้เด็กๆ ทยอยลงจากรถ ระหว่างนั้นมีเด็กนักเรียนคนอื่นอาเจียน ครูพี่เลี้ยงจึงพาไปล้างตัวที่ห้องน้ำ โดยไม่ทราบว่าน้องเอยได้กลับไปขึ้นรถ จนมาทราบอีกครั้งหลังโรงเรียนใกล้เลิก

เด็ก คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด (Precious) ของชาติ แต่เด็กก็ขาดทักษะที่จะคุ้มครองตนเอง จึงเป็นความรับผิดชอบของพ่อแม่และครู ที่จะต้องปกป้อง (Safeguard) เด็ก และสอนทักษะเพื่อความปลอดภัย คำถามที่มักอยู่ในใจพ่อแม่ ก็คือ จะคุยกับลูก เรื่องความปลอดภัยส่วนตัว อย่างไร?

อันที่จริง ผู้ที่เหมาะสมที่จะสอนเด็กในเรื่องนี้ ก็คือพ่อแม่อยู่แล้ว และควรเริ่มต้นที่ทักษะความปลอดภัยส่วนตัวที่ได้ประสิทธิผล อาทิ การสอนลูกให้หัดคิดอย่างชาญฉลาด มีอุปนิสัยที่เข้มแข็ง และรู้จักรวมตัวกันกับผู้อื่น (Sticking Together) [กล่าวคือไม่แยกตัวออกไปตามลำพัง] ไม่มีวุฒิภาวะ (Maturity) ใดที่ถือว่า เป็นวัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสอนลูกเรื่องความปลอดภัย ทันทีที่เด็กพอรู้เรื่องและฝึกฝนทักษะความปลอดภัยได้ ก็ควรเริ่มสอน โดยไม่ต้องกำหนดอายุ ระดับการศึกษาและพัฒนาการ

การสอนลูกเรื่องความปลอดภัยเริ่มต้นด้วยการฟังเด็ก ในสิ่งที่เขาชอบและไม่ชอบ รู้กิจกรรมประจำวัน และนิสัยใจคอ ส่งเสริมให้มีการสื่อสารอย่างเปิดเผย ให้ลูกรู้ว่า เขาสามารถพูดคุยกับพ่อแม่ได้ในทุกสถานการณ์ ให้เขามั่นใจได้ว่า ความกังวลอันดับแรกของพ่อแม่คือความปลอดภัยของลูก

สอนให้เด็กรับรู้ว่า อาณาบริเวณไหนที่เด็กไปได้ ผู้คนที่เขาอาจไปพบเห็น และสิ่งของอะไรที่เขาเล่นได้ ตอกย้ำระบบคู่หู (Buddy system) กล่าวคือ ไปไหนมาไหนให้เพื่อนคู่หูรับรู้ การปฏิเสธมิใช่สิ่งไม่ดี [กล่าวคือ ต้องรู้จักปฏิเสธในกรณีใดบ้าง] และรู้จักไว้วางใจสัญชาตญาณ (Instinct) ตนเอง

พ่อแม่จะช่วยลูกให้อยู่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร? เริ่มภายในบ้านก่อน เด็กควรรู้ชื่อเต็ม หมายเลขโทรศัพท์ และวิธีใช้โทรศัพท์ ติดข้อมูลการติดต่อไว้ ณ ที่ซึ่งเด็กจะมองเห็นได้ง่าย อาทิ หมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงานของพ่อแม่ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น เด็กควรติดต่อผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ ในกรณีฉุกเฉินหรือมีความกลัวเกิดขึ้น ในกรณีที่จะมีพี่เลี้ยง ต้องเลือกพี่เลี้ยงเด็กด้วยความระมัดระวัง โดยมีแหล่งตรวจสอบที่อ้างอิงได้ จากครอบครัว ญาติสนิท มิตรสหาย และเพื่อนบ้าน หากเลือกพี่เลี้ยงเด็กคนใดแล้ว ให้ลองมาพบเด็กโดยไม่คาดหมาย เพื่อจะดูว่า ลูกทำอะไรอยู่? ลองถามเด็กดูถึงประสบการณ์กับพี่เลี้บง และฟังอย่างตั้งใจถึงปฏิกิริยาของเขา

แหล่งข้อมูล

  1. สลดครูลืมเด็กในรถตู้ 3ขวบโคม่า ตากแดดเปรี้ยง4ชม. ขาดอากาศ สมองบวม แม่บุกร้อง"ปวีณา" ช่วย - http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1365130344&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, April 12].
  2. What you can do to protect your child - https://www.ncjrs.gov/html/ojjdp/psc_english_02/intro.html [2013, April 12].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน