หน้าหลัก » Blogs » เด็กเล็กปลอดภัย ไว้ก่อนได้อย่างไร? (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เด็กเล็กไม่ว่าจะเป็นเพศ (Gender) หรือเชื้อชาติ (Race) ใด ล้วนล่อแหลมต่อการลักพาตัว ในสหรัฐอเมริกา มีเด็กถูกลักพาตัว ปีละไม่ต่ำกว่า 200,000 คน โดยสมาชิกภายในครอบครัวเอง ที่พยายามมิให้ผู้ปกครง (Caretaker) มีสิทธิดูแล (Custodial) เด็ก ประมาณ 7% จะเป็นเด็กแรกเกิด ถึง 5 ขวบ 12% จะเป็นเด็กที่มีอายุ ระหว่าง 6 ถึง 11 ขวบ และ 98% ของเด็กดังกล่าว ได้กลับบ้านในที่สุด โดยไม่มีเด็กถูกฆ่าตายเลย

อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กอีกปีละประมาณ 60,000 คนที่ถูกลักพาตัว โดยบุคคลที่มิใช่สมาชิกในครอบครัว ด้วยวิธีการใช้กำลังหรือกักขัง (Detain) เด็กไว้ในช่วงเวลาสั้น ที่มักเชื่อมโยงไปยังอาชญากรรมอื่น ประมาณ 65% เป็นเด็กหญิง และ99% ของเด็กดังกล่าว ได้กลับบ้านในที่สุด แต่มีประมาณ 100 กว่าคนที่อยู่ในประเภทลักพาตัวที่รุนแรง โดยคนแปลกหน้าที่กักขังเด็กชั่วข้ามคืนเพื่อเรียกค่าไถ่ (Ransom) หรืออาจถูกฆ่าตาย มีเพียง 60% ของเด็กในประเภทนี้ ที่ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

เมื่อผู้ลักพาตัว มิได้เป็นญาติกับเด็ก จะเป็นคนที่รู้จักครอบครัวเด็ก 21% เพื่อน 17% เพื่อนบ้าน 5% พี่เลี้ยงเด็ก 4% ซึ่งเมื่อรวมมกันแล้วพอๆ กับคนแปลกหน้า 45% และมากกว่า 50% ของการลักพาตัว เกิดขึ้นตามท้องถนน ในยานพาหนะ หรือจากสวนสาธารณ เกือบ 75% ของเด็กที่ถูกลักพาตัว โดยสมาชิกในครอบครัว เกิดขึ้นที่บ้านเด็กเอง หรือลานหญ้าของบ้านอื่น

ในกรณีฉุกเฉิน จะทำอย่างไร? โทรศัพท์แจ้ง 191 ส่วนมาตรการป้องกันล่วงหน้า (Precautionary) ได้แก่การมีรายละเอียดของรูปพรรณสัณฐานของเด็ก ถ่ายรูปสี ของเด็กทุกๆ 6 เดือนเพื่อเก็บไว้ พร้อมตัวอย่างลายนิ้วมือ (Fingerprint) รู้ที่เก็บแฟ้มประวัติการรักษาพยาบาลของเด็ก และให้ทันตแพทย์เก็บภาพถ่ายฟัน (Dental chart) ของลูกไว้

ในกรณีเด็กหาย รีบแจ้งตำรวจท้องที่ จำกัดการเข้า-ออกในบ้าน จนกว่าตำรวจรับแจ้งความ จะมาสำรวจบ้านและเก็บหลักฐานบางอย่างก่อน ซึ่งรวมทั้งลายนิ้วมือ ภาพถ่าย รูปพรรณสัณฐาน ภาพถ่ายฟัน ข้อเท็จจริง และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องการสูญหายของเด็ก เพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวน

เว็บไซต์ MedinePlus ซึ่งให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ ได้เสนอภาพรวมโดยทั่วไป ของขั้นตอนที่พ่อแม่จะอำนวยความปลอดภัยให้ลูก

  • ติดตั้งที่นั่งเด็กโดยเฉพาะและเข็มขัดนิรภัย ในรถยนต์ของครอบครัว
  • สอนเด็กให้ข้ามถนนอย่างปลอดภัย
  • ให้เด็กสวมชุดป้องกัน (Gear) ที่เหมาะสม ในการเล่นกีฬา
  • เก็บยา สิ่งซักล้าง และสารอันตรายอื่นๆ ในตู้ที่ล็อคด้วยกุญแจ
  • ทำบ้านให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก
  • อย่าปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพัง (Unattended)

ข้อสุดท้าย คือกรณีที่เกิดขึ้นกับ น้องเอย ที่มีอันเป็นไปจนสมองบวม เพราะขาดการเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ ที่อ้างว่าดูแลไม่ทั่วถึง เมื่อเด็กได้วิ่งย้อนกลับขึ้นไปบนรถตู้เพราะว่าลืมกระเป๋า ในขณะที่คนขับก็ได้ล็อครถ แล้วนำรถไปจอดนอกโรงเรียน โดยไม่รู้ว่าเด็กอยู่บนรถ จนโรงเรียนเลิกครูเปิดรถจึงรู้ว่า เด็กนอนหมดสติอยู่ในรถตู้เพราะขาดออกซิเจนไปหลายชั่วโมง แม้จะรีบส่งโรงพยาบาล ก็สายไปเสียแล้วสำหรับพัฒนาการสมอง

แหล่งข้อมูล

  1. สลดครูลืมเด็กในรถตู้ 3ขวบโคม่า ตากแดดเปรี้ยง4ชม. ขาดอากาศ สมองบวม แม่บุกร้อง"ปวีณา" ช่วย - http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1365130344&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, April 14].
  2. Child Safety - http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/childsafety.html [2013, April 14].
  3. What you can do to protect your child - https://www.ncjrs.gov/html/ojjdp/psc_english_02/intro.html [2013, April 13].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน