หน้าหลัก » Blogs » เด็กแพ้อาหารเพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัว (ตอนที่ 2 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เด็กแพ้อาหารเพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัว

เมื่อตอนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เกริ่นถึงงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับการแพ้อาหาร งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร the Journal of Allergy and Clinical Immunology ทำการวิจัยโดยการดูดฝุ่นในห้องนั่งเล่นที่บ้านของเด็กอายุ 3-15 เดือน เพื่อนำฝุ่นมาตรวจดูว่ามีปริมาณโปรตีนถั่วปนเปื้อนอยู่มากน้อยเพียงใด งานวิจัยนี้ทดสอบกับเด็ก 359 คน ที่มีความเสี่ยงว่าจะแพ้ถั่วลิสง เพราะแพ้นมวัว หรือไข่ หรือมีอาการผิวหนังอักเสบปานกลางถึงขั้นรุนแรง และได้รับการทดสอบแล้วว่าแพ้นมวัวหรือไข่

ผลการวิจัยพบว่า การสูดฝุ่นละอองที่มีโปรตีนถั่วปนเปื้อนอยู่นั้น สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการแพ้ถั่วลิสงขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว และความเสี่ยงนี้จะยิ่งเพิ่มขึ้นในกรณีที่เด็กที่มีอาการผิวหนังอักเสบ

Dr Helen A Brough หัวหน้าคณะวิจัยจาก Department of Paediatric Allergy, King's College London กล่าวว่า งานวิจัยนี้เป็นการเสริมผลการวิจัยที่เพิ่มขึ้นว่าการได้รับโปรตีนถั่วผ่านทางผิวหนังที่มีแผลสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการแพ้ถั่วได้ งานวิจัยชิ้นก่อนๆแสดให้เห็นว่า ทารกที่ได้รับการรักษาอาการผิวหนังอักเสบด้วยการใช้ครีมที่ผสมน้ำมันถั่วลิสงในช่วงอายุ 0-6 เดือนนั้น มีแนวโน้มที่จะแพ้ถั่วลิสงเมื่อมีอายุมากขึ้น

ศาสตราจารย์ Gideon Lack, นักวิจัยอาวุโสจาก the Department of Paediatric Allergy, King's College London กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนทฤษฎี Dual-Allergen-Exposure ซึ่งเชื่อว่าการแพ้อาหารพัฒนามาจากการได้รับสารก่อภูมิแพ้มาทางผิวหนัง โดยเฉพาะผิวหนังที่เป็นแผล ในขณะที่การรับประทานโปรตีนของอาหารเหล่านี้สามารถป้องกันการแพ้ได้ ปัจจุบันได้มีการยกเลิกคำแนะนำให้มารดาที่ตั้งครรภ์งดรับประทานถั่วลิสงเพื่อป้องกันการแพ้ถั่วลิสงในเด็กแล้ว อาจเป็นไปได้ว่า การที่เด็กจะอาหารหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเวลาและความสมดุลในการรับประทาน หรือสัมผัสอาหารบางชนิด

การที่บางคนมีปฏิกิริยาต่อการแพ้มากกว่าคนอื่นนั้น เว็บไซต์ Medical News Today ให้เหตุผลว่าเกิดจาก

  1. บุคคลในครอบครัวมีประวัติการแพ้อาหาร – ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวที่มีอาการแพ้อาหารจะมีแนวโน้มที่จะแพ้อาหารมากกว่าผู้อื่นถึง 7 เท่า นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการแพ้อาหารอาจเกิดได้จากพันธุกรรมที่ส่งต่อกันใน
  2. ประวัติการแพ้สิ่งอื่นๆ – ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด (Athma) โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) จะมีความเสี่ยงในการแพ้อาหารมากกว่าผู้ที่ไม่มีอาการแพ้เลย
  3. วิตามินดี - การแพ้อาหารเกิดขึ้นมากกว่าในประเทศที่ไกลจากเส้นศูนย์สูตร ซึ่งมีปริมาณแสงอาทิตย์ต่ำ แสดงให้เห็นว่าการได้รับปริมาณวิตามินดีต่ำอาจเพิ่มความเสี่ยงในการแพ้อาหารได้

ไม่ว่าการแพ้อาหารจะเกิดได้อย่างไร แต่หากสงสัยว่าตัวท่านหรือบุตรหลานแพ้อาหารก็ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการทดสอบและรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งหากได้รับการยืนยันว่าแพ้อาหารชนิดใดแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้น ผู้ที่แพ้อาหารควรมีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิแพ้และวิธีการรักษา รวมทั้งควรปรึกษาแพทย์เป็นประจำ

แหล่งข้อมูล:

  1. Nut Allergy Girl, 4, Stopped Breathing http://www.mirror.co.uk/news/uk-news/nut-allergy-girl-stopped-breathing-4050385 [November 28, 2014]
  2. What is food allergy? What to do when a food allergy is suspected http://www.medicalnewstoday.com/articles/14384.php [November 29, 2014]
  3. Peanut allergy in children with eczema during infancy linked to peanut in household dust http://www.medicalnewstoday.com/releases/285707.php [November 29, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
supawan