หน้าหลัก » Blogs » เด็ก LD เก่งได้หากใส่ใจ (ตอนที่ 2 และเป็นตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในตอนที่แล้วผู้เขียนได้กล่าวถึงโครงการประกวดหนังสือสำหรับเด็ก LD ไปแล้ว ผู้ปกครองหลายท่านคงต้องการทราบว่า LD นั้นคืออะไร และส่งผลอะไรต่อเด็กบ้าง

LD (Learning Disabilities) เป็นความผิดปกติของกระบวนการเรียนรู้ มีสาเหตุมาจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง และ/หรือพันธุกรรม ทำให้ผลการเรียนของเด็กต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง โดยที่เด็กมีสติปัญญาอยู่ในระดับปกติและมีความสามารถด้านอื่นๆปกติดี LD แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่

  1. ความบกพร่องด้านการอ่าน (Reading disorder)

    ความบกพร่องด้านการอ่านเป็นปัญหาที่พบได้มากที่สุดของเด็ก LD ทั้งหมด เด็กมีปัญหาในการจดจำ พยัญชนะ สระ และขาดทักษะในการสะกดคำ จึงอ่านหนังสือไม่ออกหรืออ่านช้า อ่านออกเสียงไม่ชัด ผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้ และจับใจความเรื่องที่อ่านไม่ได้ เด็กกลุ่มนี้จึงมีความสามารถในการอ่านหนังสือต่ำกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างน้อย 2 ระดับชั้นปี

  2. ความบกพร่องด้านการเขียนสะกดคำ (Disorder of Written Expression)

    ส่วนใหญ่จะพบร่วมกับความบกพร่องด้านการอ่าน เด็กมีปัญหาในการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ บางครั้งเรียงลำดับอักษรผิด จึงเขียนหนังสือและสะกดคำผิด เด็กกลุ่มนี้จึงมีความสามารถในการเขียนสะกดคำต่ำกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างน้อย 2 ระดับชั้นปีเนื่องจากไม่สามารถแสดงออก ผ่านการเขียนได้ตามระดับชั้นเรียน

  3. ความบกพร่องด้านคณิตศาสตร์ (Math disability)

    เด็กที่มีความบกพร่องด้านคณิตศาสตร์นั้น จะไม่สามสารถทำความเข้าใจค่าของตัวเลข การนับจำนวน การจำสูตรคูณ การใช้สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ทำให้ไม่สามารถคำนวณคำตอบจากการบวก ลบ คูณ หาร ตามกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ได้ จึงมีความสามารถในการคิดคำนวณ ต่ำกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างน้อย 2 ระดับชั้นปี

ปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ที่อาจพบร่วมด้วย คือการที่เด็กมักจะรู้สึกหงุดหงิดและรู้สึกด้อยที่ตนเองทำไม่ได้เท่าเพื่อนๆ และอาจแสดงพฤติกรรม ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการอ่านการเขียน
  2. ไม่มีสมาธิในการเรียน ทำงานช้า ทำงานไม่เสร็จทำงานสะเพร่า
  3. ความจำไม่ดี
  4. รู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้
  5. ไม่มั่นใจในตนเอง มักตอบว่า “ทำไม่ได้” หรือ “ไม่รู้”
  6. อารมณ์ ขึ้นๆ ลงๆ หงุดหงิดง่าย ไม่อดทน
  7. ก้าวร้าวกับเพื่อน พี่น้อง ครู หรือพ่อแม่
  8. ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง

อย่างไรก็ตาม ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล หน่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่าเด็กบางคนที่เป็น LD อาการจะหายไปได้เมื่อโตขึ้น อาจเป็นเพราะว่าสมองกลุ่มนี้พัฒนาช้า แต่สามารถพัฒนาได้ในที่สุด แต่เด็กส่วนใหญ่อาการยังคงอยู่ หากไม่ทำการช่วยเหลือแล้ว มักนำไปสู่การล้มเหลวในการเรียนและปัญหาทางอารมณ์

แหล่งข้อมูล

  1. ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล ภาวะการเรียนบกพร่อง (Learning Disorders – LD) http://www.autisticthailand.com/sthaiparentscouncil/LD/LDcontent/LD4.htm [2013, August 24]
  2. โรค LD http://www.ramamental.com/medicalstudent/childandteen/ld/ [2013, August 24]
  3. Learning Disability http://en.wikipedia.org/wiki/Learning_disability [2013, August 24]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul