หน้าหลัก » Blogs » เผชิญวิกฤต ปิดอัสสัมชัญ (ตอนที่ 4)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


กรณีที่เป็นข่าวของโรงเรียนอัสสัมชัญในขณะนี้ ได้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก เมื่อมีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยระบุปัญหาภายใน ว่ามีฝ่ายบริหารร่วมมือกับนักการเมืองและข้าราชการบางคน แก้กฎหมายการรวมนักเรียนประถมศึกษาในซอยเซนต์หลุยส์กับนักเรียนมัธยมศึกษาที่บางรัก และมีการให้ครูเซ็นชื่อลาออกล่วงหน้า เพื่อเป็นการข่มขู่ผู้ไม่ให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากการสร้างโรงเรียนอัสสัมชัญ ภาคภาษาอังกฤษ ที่บริเวณพระราม 2 คลองโคกขาม ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีการซื้อที่ดินจำนวน 231 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินเปล่าที่อยู่ติดกับโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ในบริเวณดังกล่าวยังเดินทางไปมาอย่างลำบาก เป็นการเอื้อประโยชน์ให้หมู่บ้านจัดสรรแห่งนั้น ซึ่งนำไปโฆษณาว่า โครงการของตนอยู่ติดกับโรงเรียนอัสสัมชัญใหม่

ตามแผนแม่บท (Master Plan) ของโรงเรียนอัสสัมชัญภาคภาษาอังกฤษนี้ จะมีความสามารถในการรองรับนักเรียนได้ถึง 1,800 คน แม้ว่าในปัจจุบัน จะมีนักเรียนภาคภาษาอังกฤษเพียง 900 กว่าคน แล้วยังมีแผนการสร้างสวนสาธารณะ ทะเลสาบ ระบบไฟฟ้าใต้ดิน อาคารเรียนทันสมัย สนามกีฬาฟุตบอล อัฒจันทร์ขนาด 15,000 ที่นั่ง สนามซ้อมฟุตบอล 2 สนาม สนามกรีฑา 9 ลู่วิ่ง สนามโรงยิมเนเซียมที่มีสนามบาสเกตบอล สนามวอลเลย์บอล สนามแบดมินตัน 4 สนาม สนามตะกร้อ 6 สนาม พร้อม 5,000 ที่นั่ง ศูนย์ฟิตเนส ห้องแอโรบิก ห้องเซาน่า ห้องเทควันโด สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิกที่สามารถบรรจุผู้ชมได้ 1,000 ที่นั่ง สนามเทนนิสมาตรฐาน และสนามเทนนิสผิวแข็งอีก 8 สนาม ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงหอพักสำหรับครูภาคภาษาอังกฤษขนาด 200 คน ทั้งหมดนี้เป็นมูลค่าก่อสร้าง 2,500 ล้านบาท

การสร้างโรงเรียนใหม่ และสนามกีฬาขนาดใหญ่ (ซึ่งมีเนื้อที่ถึง 83-3-20 ไร่) จนเป็นสนามกีฬาระดับชาติได้ นั้น ทำให้เกิดปัญหาวิกฤตการเงิน (ซึ่งเป็นเงินจากโรงเรียนอัสสัมชัญมัธยมศึกษามาใช้ในการก่อสร้าง) จนเกิดการเชื่อมโยงถึงความต้องการควบรวมโรงเรียนอัสสัมชัญประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเข้าด้วยกันนั้น เพื่อนำเงินในส่วนของโรงเรียนอัสสัมชัญประถมศึกษาไปใช้ในการสร้างโรงเรียนใหม่นี้ด้วย และในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหารโรงเรียนยังมีการออกพันธบัตรกู้ยืม ให้ผู้ปกครองซื้อไปโดยไม่มีดอกเบี้ย และจะคืนให้เมื่อบุตรสำเร็จการศึกษา

ภาวะการเงินตึงของโรงเรียนอัสสัมชัญ ยังถูกเชื่อมโยงไปถึงการบีบไม่ขึ้นเงินเดือนให้ครู และการลด “ค่าวิทยฐานะ” จาก 2,000 บาทต่อเดือน มาเป็น 1,500 บาท และล่าสุดได้ยกเลิกค่าวิทยฐานะ หลังจากเปลี่ยนชื่อเป็น “ค่าครองชีพ” ซึ่งครูอาจารย์ในโรงเรียนนี้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่ต่ำมาก น้อยกว่าข้าราชการที่มีเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาทด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่โรงเรียนได้รับเงินบริจาคจากผู้ปกครองในการสอบเข้าโรงเรียนในระดับประถมศึกษานับหลายแสนบาทต่อราย

ถ้าการควบรวมและย้ายนักเรียนทั้งหมดกว่า 5,000 คน และครูกว่า 500 คน ไปที่โรงเรียนอัสสัมชัญ พระราม 2 ได้สำเร็จ ก็มีกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดยักษ์ที่สนใจจะซื้อที่ดินโรงเรียนอัสสัมชัญประถมศึกษาที่เซนต์หลุยส์ ซึ่งมีเนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน และราคาประเมินคร่าวๆ โดยกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังอยู่ที่ 450,000 - 600,000 บาทต่อตารางวา ส่วนที่ดินโรงเรียนอัสสัมชัญมัธยมศึกษาที่บางรัก ซึ่งมีเนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน และราคาประเมินคร่าวๆ อยูที่ 180,000-450,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งถือเป็นสุดยอด “ทำเลทอง” ที่ยังคงเหลืออยู่ในย่านสีลม-สาทร จากมูลค่าที่ดินประมาณ 800 กว่าล้านบาท สามารถพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมหรือโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ากว่า 4.5 พันล้านบาทได้ และสามารถทำกำไรได้ประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 2 พันกว่าล้านบาท

แหล่งข้อมูล

  1. แก๊งโฟร์ซีซั่นส์จ้องฮุบ “อัสสัมชัญ” ปั้นโครงการสำเร็จกำไรกว่า 2 พันล้าน - http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000010979 [2013, January 30].
  2. เปิดชนวนไล่ “ผอ. อัสสัมชัญบางรัก” - http://www.naewna.com/local/39370 [2013, January 30].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน