หน้าหลัก » Blogs » เผชิญวิกฤต ปิดอัสสัมชัญ (ตอนที่ 5 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


แฟนเพจของกลุ่ม “กู้อัสสัมชัญ” กำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556 จากฝีมือของศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ โดยได้นัดหมายศิษย์เก่าและครู แต่งชุดดำประท้วงพร้อมยื่นข้อเรียกร้องต่อภราดาอานันท์ ปรีชาวุฒิ ในตอนสายของวันที่ 25 มกราคม ที่หน้าโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก โดยข้อแรกใน 6 ข้อเรียกร้องสำคัญ คือการ “ให้ภราดาอานันท์ลาออกจากการเป็น ผอ.รร.อัสสัมชัญ” พร้อมทั้งเปิดเผยเบื้องหลังชนวนก่อปัญหาต่างๆ

ภราดาอานันท์ รีบออกประกาศปิดโรงเรียนเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 25 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้เหตุการณ์ลุกลามและบานปลาย สาธารณชนต่างพุ่งเป้ามาสนใจความขัดแย้งในโรงเรียนอัสสัมชัญ เพราะวันดังกล่าวตรงกับวันปัจฉิมนิเทศของนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก พอดี และการปิดเรียนยาวดังกล่าวยังจะมีกระทบต่อการสอบโอเน็ตของนักเรียนมัธยมปลาย ที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

และเป็นสาเหตุให้ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องยื่นมือเข้ามาแก้ไขปัญหา โดยสั่งให้ โรงเรียนอัสสัมชัญต้องกลับมาเปิดตามปรกติในวันจันทร์ที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา และคณะภราดาจากเครือเซนต์คาเบรียลต้องเรียกตัวแทนครู ศิษย์เก่าและผู้ปกครอง โรงเรียนอัสสัมชัญ มาพูดคุยหาข้อยุติซึ่งได้รับคำขาดให้ปฏิบัติตามข้อเสนอทั้ง 6 ข้อ

ปรากฎว่า โรงเรียนอัสสัชัญต้องเปิดเรียนการสอนตามปรกติ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 มกราคม ศกนี้ โดยประกาศของ ภราดาอานันท์ ในเว็บไซต์ของโรงเรียน ล่าสุดมูลนิธิเซนต์คาเบรียล ออกประกาศยุติบทบาทของภราดาอานันท์ พร้อมทั้งแต่งตั้ง ภราดาสุรสิทธิ์ สุขชัย เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แล้วจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งเป็นทำหน้าที่ค้นหาความจริง และสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวหา เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

โฆษกเครือข่ายครูและศิษย์เก่ากู้วิกฤติอัสสัมชัญ กล่าวว่า พอใจกับประกาศของมูลนิธิเซนต์คาเบรียล แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าไปตามข้อเรียกร้องอื่นๆ และครูจะติดโบว์ดำจนถึงวันที่ 30 มกราคม แต่จะยุติการเคลื่อนไหวตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไปเพราะเดิมนัดสวมชุดดำทุกวันศุกร์หลังเลิกเรียน เพื่อเรียกร้องให้โรงเรียนทำตามข้อเสนอ

วิกิพีเดีย ภาคภาษาไทย กล่าวโดยสรุปได้ว่า แม้ว่าช่วงเวลานับจากนี้ไป เราไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทย แต่สิ่งที่โรงเรียนอัสสัมชัญได้สร้างสมมาจนถึงทุกวันนี้ น่าจะได้รับการจรรโลงสืบทอดต่อไปอีกยาวนาน ต้นกำเนิดจากบาทหลวงผู้เสียสละอย่างใหญ่หลวง เป็น “รากแก้ว” ที่แข็งแกร่ง แล้วยังมีพลังแห่งอุดมการณ์ซึ่งเปรียบเสมือนอาหาร น้ำ และอากาศที่จะหล่อเลี้ยงต้นไม้ให้เติบใหญ่ต่อไป

พลังดังกล่าวคือความเสียสละจากคณะครู และศิษย์เก่าจำนวนมหาศาล ยังผลให้ต้นไม้ออกดอกออกผลอุดมสมบูรณ์ ในรูปแบบของชื่อเสียง เกียรติคุณ และวัฒนธรรม ที่โรงเรียนอัสสัมชัญได้สร้างและเชิดชูไว้ ซึ่งจะไม่เป็นเพียงความทรงจำเท่านั้น แต่เป็นเรื่องราวที่ต้องอนุรักษ์ ไว้เล่าขานต่อกันถึงชนรุ่นหลัง อันเป็นความภาคภูมิใจของชาวอัสสัมชัญสืบไป

ในศตวรรษที่ 2 ของโรงเรียน คงเป็นก้าวเดินต่อไปที่ยังมั่นคงและทรงคุณค่าขึ้นตามวันเวลา ดังนั้นบันทึกประวัติของโรงเรียนอัสสัมชัญจึงยังไม่มีบทสุดท้าย เพราะอัสสัมชัญยังคงจะต้องสืบทอดคติธรรม เจตนารมณ์ และอุดมการณ์ของโรงเรียนต่อไปอีกนานแสนนาน และจะเป็นพยานหลักฐานของระวัติศาสตร์สังคมไทยที่ต้องได้รับการจารึกไว้อย่างไม่มีวันจบสิ้น

แหล่งข้อมูล

  1. ปลดภราดาอานันท์ พ้น “ผอ. อัสสัมชัญ” มติที่ประชุม 5 ฝ่าย ตั้ง กก. สอบภายใน 3 วัน - http://www.naewna.com/local/39422 [2013, January 31].
  2. มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลเซ็นคำสั่งปลด"ภ.อานันท์"มีผลทันทีhttp://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000011987 [2013, January 31].
  3. โรงเรียนอัสสัมชัญ - http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%8D [2013, January 31].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน