หน้าหลัก » Blogs » เริม: อันตรายใกล้ตัวลูกน้อย (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ข่าวพ่อเป็นโรคเริมจูบลูกวัย 2 สัปดาห์เสียชีวิตที่ได้กล่าวถึงในตอนที่แล้วนั้น นับเป็นการเน้นย้ำให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กเล็กระมัดระวังไม่เข้าใกล้ชิดกับเด็กเมื่อตัวเองป่วย แม้จะป่วยด้วยโรคติดต่อที่ไม่เป็นอันตรายมากนักในผู้ใหญ่ แต่เป็นอันตรายมากสำหรับเด็กซึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีพอ

โรคเริมนั้น ถึงแม้จะรักษาไม่หายขาด และสามารถที่จะเป็นซ้ำได้อีกตลอดชีวิต แต่ก็มีวิธีการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยเพื่อไม่ให้เกิดโรคขึ้นซ้ำบ่อยๆ และไม่ให้แพร่กระจายสู่ผู้อื่น วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคเริมมีดัง

นี้

  1. ห้ามบีบตุ่มแผล และห้ามลอกสะเก็ดหนังออกจนกว่าสะเก็ดหนังพร้อมจะลอกออกเอง
  2. หากมีความเจ็บปวดมาก ผู้ป่วยสามารถใช้น้ำแข็งประคบบริเวณตุ่มแผลได้ หรือหาซื้อครีมที่ใช้ทาเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่แผลและบรรเทาอาการเจ็บตึงได้ตามร้ายขายยาทั่วไป
  3. อาจใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดร่วมด้วยได้
  4. ควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดความเครียด
  5. เริมที่ริมฝีปากอาจมีสาเหตุมาจากปากแห้งแตกเป็นแผล จึงควรทาผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ปากเมื่อรู้สึกว่าปากแห้ง
  6. ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสตุ่มแผล เพื่อป้องกันไม่ให้เริมกระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย
  7. ห้ามไม่ให้ตุ่มแผลสัมผัสผู้อื่นโดยตรง เช่น จูบ หรือหอมแก้ม
  8. ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว ช้อน ส้อม ร่วมกับผู้อื่น
  9. ไม่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือ ทารก เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้อาจได้รับอันตรายถึงชีวิตหากติดเชื้อเริม
  10. ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) แผลเปิดตามร่างกาย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยโรคนี้ติดเชื้อเริม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง และควรล้างมือให้สะอาดหากมีความจำเป็นต้องสัมผัสผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ

อีกตัวอย่างหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นถึงอันตรายของโรคเริมที่สามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรงหากแพร่ไปยังผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครอบครัว Greenhalgh เมื่อคุณพ่อซึ่งเป็นโรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) กำเริบในช่วงที่ภรรยาของเขากำลังเจ็บท้องคลอด เขาจึงเดินทางกลับบ้านเพื่อพักผ่อนหลังจากลูกชายของเขาคลอดแล้ว แต่เมื่อกลับถึงบ้านเขาพบว่ามีผื่นขึ้นบริเวณกว้าง เมื่อตื่นขึ้นมาหลังจากนอนหลับไปไม่กี่ชั่วโมง กลับมีผื่นตุ่มแผลแสบคันขึ้นเกือบทั่วตัว

หลังจากพยายามรักษาด้วยยารักษาโรคผิวหนังอักเสบที่เขาใช้ประจำ อาการกลับแย่ลง เขาจึงตัดสินใจไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แพทย์ได้วินิจฉัยว่าเขาเป็น Eczema herpeticum หรือการติดเชื้อเริมในผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบ แพทย์คาดว่าเขาติดเชื้อนี้จากตามที่สาธารณะ เช่น ลูกบิดประตู ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยารุนแรงกับผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ แพทย์จึงให้คุณพ่อท่านนี้แยกบ้านจากลูกชายแรกคลอดของเขาเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ แม้ว่าจะแยกบ้านแล้วก็ตาม ยังคงมีรายงานว่า หลังจากกลับจากโรงพยาบาลได้ 2 สัปดาห์ ทารกน้อยมีผื่นขึ้นตามตัวคล้ายคุณพ่อ คุณแม่จึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาลทันที และแพทย์ช่วยเหลือไว้ได้ทันท่วงที

จากข่าวทั้งสองข่าว จะเห็นได้ว่าหากผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองและระมัดระวังในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำแล้วนั้น จะสามารถลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเริมซ้ำอีก และลดการแพร่กระจายของเชื้อเริมซึ่งอาจช่วยชีวิตคนอีกหลายคนไว้ได้ พ่อแม่จึงควรระวังเรื่องสุขภาพของตัวเองและลูกน้อย หากติดเชื้อควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

แหล่งข้อมูล

  1. Father banned from seeing his newborn son after contracting horrendous herpes rash which could have killed the child http://www.dailymail.co.uk/health/article-2372289/Father-banned-seeing-newborn-son-contracting-horrendous-herpes-rash-killed-child.html#ixzz2i3JYFEUl [October 20, 2013]
  2. Herpes simplex http://en.wikipedia.org/wiki/Herpes_simplex [October 20, 2013]
  3. Cold sores http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/tutorials/coldsores/htm/_no_50_no_0.htm [October 20, 2013

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน