หน้าหลัก » Blogs » เรียนรู้ผ่านโครงงาน รากฐานใหม่ปฐมวัย (ตอนที่ 4 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การใช้โครงงานเป็นฐานในการเรียน (Project-based learning : PBL) คือ การเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม กลุ่มนักเรียนจะตัดสินใจเลือกโครงงานที่จะทำ และต้องทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เมื่อนักเรียนใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารกัน พวกเขาจะทำหน้าที่เป็นผู้รับและผู้ส่ง ในการถ่ายทอดข้อมูลจากครูหรือหนังสือเรียน

ครูจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการสร้างสรรค์บรรยากาศในห้อง ให้นักเรียนมีความรับผิดชอบร่วมกัน ครูจะเป็นผู้กำหนดคำถามให้นักเรียนได้เรียนรู้ เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนเข้าใจสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ครูจะไม่บอกคำตอบกับนักเรียนก่อนด้วยเพราะจะทำลายขั้นตอนการเรียนรู้ของนักเรียน

เมื่อโครงงานเสร็จสิ้น ครูจะบอกข้อติชม เพื่อจะช่วยให้พัฒนาทักษะต่างๆ ให้กับนักเรียนสำหรับโครงงานชิ้นต่อไป หน้าที่ของนักเรียนคือ การตั้งคำถาม สร้างฐานความรู้ และฝึกแก้ปัญหาตามสถานการณ์จริงด้วย นอกเหนือไปจากการเรียนวิทยาศาสตร์ นักเรียนจำเป็นต้องเรียนรู้การทำงานในชุมชนและร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

การนำระบบ PBL มาใช้นั้น เห็นประโยชน์ได้ชัดในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ลำบากและขัดสน เมื่อนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบชุมชน ความมั่นใจในตนเองของเด็กจะทวีขึ้นไปด้วย ในการทดสอบตามมาตรฐาน โรงเรียนที่ขาดแคลนได้รับคะแนนวัดระดับเพิ่มขึ้นหลังจากนำระบบการสอนแบบ PBL มาใช้

แม้นักเรียนจะต้องทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม แต่พวกเขาก็เป็นอิสระขึ้นเพราะรับคำสั่งจากครูน้อยลง ทั้งยังได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ ที่จะได้นำไปใช้ในการศึกษาขั้นสูงต่อไปอีก เด็กได้เรียนรู้มากกว่าแค่การหาคำตอบ ระบบการสอนแบบ PBL ช่วยให้ความคิดของเด็กกว้างไกลขึ้นและคิดไปได้ไกลว่าที่เคยเป็น

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการนำระบบการสอนแบบ PBL มาใช้ บอกถึงผลเสียของโครงงานว่า บทเรียนที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาส่งผลให้เสียเวลาการเรียนที่มีค่าไปได้ ไม่มีวิธีการสอนแบบใดที่ดีไปกว่ากัน ผู้ที่ไม่เห็นด้วยยังบอกอีกว่าการสอนแบบบรรยายหรือแบบการออกคำสั่งตามผู้สอนก็ให้ความรู้กับผู้เรียนได้พอๆ กัน โดยใช้เวลาในชั้นเรียนน้อยกว่าด้วย

แม้โครงงานจะเป็นเครื่องมือพื้นฐานของการเรียนรู้ แต่ก็ยังไม่มีเกณฑ์ใดๆ ที่ใช้ร่วมกันในการวัดว่าโครงงานที่ดีควรประกอบด้วยอะไร หรือควรเป็นอย่างไรบ้าง โครงงานแต่ละชิ้นนั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกรอบของคำถามที่ตั้งขึ้นมา ความชัดเจนของเป้าหมายการเรียนรู้ เนื้อหาของกิจกรรม และคำสั่งจากครูผู้สอน

ความยากสำหรับครูอย่างหนึ่งก็คือ การให้ความสำคัญกับโครงงานที่ซับซ้อนหลายโครงงานขณะที่ต้องคอยสนใจการเรียนของนักเรียนแต่ละคนแบบปัจเจกชนด้วยนั้น ต้องใช้กลยุทธ์การสอนที่แยบยลยิ่ง รวมถึงต้องมีการจัดการเกี่ยวกับโครงงานต่างๆ อย่างหนักด้วย

นอกจากนี้ นักเรียนที่ด้อยโอกาสก็จะมีโอกาสน้อยกว่าในการเรียนรู้เนื้อหาวิชาการนอกชั้นเรียน เวลาในชั้นเรียนที่เสียไปเนื่องมาจากบทเรียนที่ไม่จำเพาะเจาะจงนำไปสู่ปัญหาได้ ครูผู้สอนเองก็อาจเข้าใจผิดด้วยว่าตราบเท่าที่นักเรียนมีส่วนร่วมในชั้นและลงมือทำสิ่งต่างๆ หมายความว่านักเรียนกำลังเรียนรู้ไปด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วอาจไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้ ถ้าโครงงานนั้นๆ ไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนกำลังจดจ่อหรือต้องทำ นักเรียนจะไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้สิ่งนั้นๆ และการเรียนการสอนก็จะไร้ประสิทธิภาพไปในที่สุด

แหล่งข้อมูล:

  1. Project-based learning - http://en.wikipedia.org/wiki/Project-based_learning [2013, June 3].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน