หน้าหลัก » Blogs » เรียนรู้สภาเศรษฐกิจโลก จากรายงานการศึกษาอาเซียน (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มูลนิธิของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก บริษัทสมาชิกกว่า 1,000 แห่งที่เป็นวิสาหกิจขนาดใหญ่ระดับโลก รวมกันแล้วมีรายได้กว่า 5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 150 พันล้านบาท) ในนานาอุตสาหกรรมและนานาภูมิภาค ซึ่งมีอิทธิพลมากต่ออนาคตของโลก โดยค่าสมาชิกจะสูงขึ้นไปตามระดับการมีส่วนร่วมในการประชุม ในโครงการ และในความคิดริเริ่ม (Iinitiatives)

ในองค์กรนี้ มีกลุ่มของเยาวชนผู้นำโลก (Forum of Young Global Leaders) ซึ่งมีช่วงอายุ 30 - 40ปี จำนวน 800 คนโดยการคัดเลือกจากตัวแทนทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งเป็นผู้นำสังคมที่มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) บนพื้นฐานของความสำเร็จในวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญ พันธสัญญาต่อสังคม และความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคทั้งมวล

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 สภานี้ได้พยายามส่งเสริมรูปแบบ (Model) ที่พัฒนาโดยวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social entrepreneurs) ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขประตูสู่สังคมก้าวหน้า และแก้ไขปัญหาสังคม อาทิ องค์กรเพื่อช่วยเหลือเด็ก [ทั่วโลก] ผ่านสายโทรศัพท์นานาชาติ (Child Helpline International)

มูลนิธินี้ยังเป็นแหล่งรวมความคิด (Think tank) และตีพิมพ์รายงานต่างๆ โดยเฉพาะทีมงานเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการผลิตรายงานต่างๆ ในเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน (Ccompetitiveness) [อาทิ ทางเศรษฐกิจและทางการศึกษา] ความเสี่ยงระดับโลก (Global risk) [อาทิ ความหายนะทางเศรษฐกิจ] และจินตนาการสถานการณ์เป็นฉากๆ (Scenario thinking)

ในปี พ.ศ. 2554 สภานี้ได้เริ่มต้นเครือข่ายทั่วโลกของผู้มีอายุระหว่าง 20 - 30 ปี ซึ่งมีศักยภาพเป็นผู้นำในสังคมในอนาคต เรียกว่า "ชุมชนผู้ทรงอิทธิพลต่อโลก" (Community of Global Shapers) ตามนานาศูนย์กลาง ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อสังคมท้องถิ่นที่ตนอาศัยอยู่

ความคิดริเริ่มทางสุขภาพระดับโลก (Global Health Initiative) ได้เปิดตัวในการประชุมประจำปี พ.ศ. 2545 โดยนายโคฟี่ อันนัน (Kofi Annan) เลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 7 และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ (Nobel Peace Prize) ในปี พ.ศ. 2544 กลุ่มนี้มีพันธกิจสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการต่อสู้กับโรคเอดส์ วัณโรค และไข้มาเลเรีย

ความคิดริเริ่มทางการศึกษาระดับโลก (Global Education Initiative) ได้เปิดตัวในการประชุมประจำปี พ.ศ. 2546 โดยนำบริษัทนานาชาติทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มาประชุมร่วมกับรัฐบาลประเทศจอร์แดน อียิปต์ และอินเดีย จนส่งผลให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ในชั้นเรียน และครูท้องถิ่นจำนวนมากได้รับการฝึกอบรมในเรื่องการเรียนรู้ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) ซึ่งมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชีวิตเด็กนักเรียน จนเป็นรูปแบบหรือพิมพ์เขียวทางการศึกษา (Educational blueprint) ที่ปรับขนาดได้ (Scalable) แต่ยั่งยืน (Sustainable) สำหรับประเทศด้อยพัฒนา

ความคิดริเริ่มทางสิ่งแวดล้อมระดับโลก (Global Environmental Initiative) ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และน้ำ โดยเป็นเวทีชักชวนชุมชนธุรกิจ ในการพัฒนาข้อเสนอแนะช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas emissions) [เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก อันเป็นสาเหตุหลักของโลกที่ทวีความร้อนขึ้นทุกวัน]

แหล่งข้อมูล:

  1. World Economic Forum - http://www.weforum.org/ [2013, September 10].
  2. World Economic Forum - http://en.wikipedia.org/wiki/World_Economic_Forum [2013, September 10].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน