หน้าหลัก » Blogs » เรียนรู้สภาเศรษฐกิจโลก จากรายงานการศึกษาอาเซียน (ตอนที่ 4 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มิเชล เปโตชิ (Michele Petochi) ผู้อำยวยการเครือข่ายวิชาการ (Director of Academic Networks) แห่งสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) กล่าวว่า การศึกษาสามารถตอบโจทย์ “พลวัตรการฟื้นฟูสู่สภาพเดิม” (Resilient Dynamism) ซึ่งเป็นหัวข้อหลัก (Theme) ของการประชุมประจำปี พ.ศ. 2556 ที่เมือง Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สภาวะเศรษฐกิจและสังคมของโลกสามารถฟื้นฟูสู่สภาพเดิมได้ ด้วยการสร้างพลวัตรตั้งแต่เยาว์วัย บนพื้นฐานของแนวความคิดผู้บุกเบิก (Pioneers) อย่าง จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) และมาเรีย มอนเตสซอรี่ (Maria Montessori) ในปัจจุบัน มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องผลประโยชน์ที่ได้รับของการศึกษาปฐมวัย ทั้งในแง่เศรษฐกิจและสังคม

การศึกษาปฐมวัย มีศักยภาพที่จะฝึกฝนให้เด็กนักเรียน กลายเป็นพลเมืองที่มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในโรงเรียน และสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมในช่วงเวลาต่อมาของชีวิต ผ่านผลิตภาพทางเศรษฐกิจ (Economic productivity) และภาษีอากร แต่การประกันการเข้าถึงและคุณภาพของการศึกษาปฐมวัย เป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถมิใช่น้อย

การเข้าถึงการศึกษาปฐมวัย ยังคงอยู่ในวงจำกัด แม้จะอยู่ในวาระแห่งชาติหรือวาระแห่งภูมิภาค จากประเทศเยอรมัน จนถึงประเทศจีน ยกเว้นประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย คุณภาพก็เป็นปัญหา ในขณะที่การให้บริการด้านนี้ ก็มักเป็นแค่ศูนย์เลี้ยงเด็กเล็ก [ที่ไม่เป็นทางการ เพราะเด็กเล็กขาดโอกาสการเรียนรู้] เพื่อเป็นทางออกของพ่อแม่ที่ต้องทำงานทั้งคู่

มีเหตุผลหลายประการของการไม่ใส่ใจในการลงทุนในการศึกษาของเด็กปฐมวัย ประเด็นแรกเป็นเรื่องของ ความคิดอ่าน(Mentality) และความไม่รู้ทันการณ์ (Ignorance) ซึ่งทำให้ผู้คน ครอบครัว และสังคมไม่เห็น “โอกาสทอง” ของการลงทุนในมนุษย์ (Human capital) แต่กลับเห็นว่า เป็นแค่ทางเลือกที่มีต้นทุนสูง

วัฒนธรรมก็มีผลกระทบคุณภาพของครู การไม่ยอมรับและให้ความสำคัญแก่ครูปฐมวัย ทำให้การศึกษาปฐมวัย กลายเป็นการดูแลเลี้ยงเด็กช่วงกลางวัน (Day care) ครูจึงมักได้ค่าตอบแทนต่ำ และขาดการฝึกอบรมที่จำเป็น ทำให้วิชาชีพที่สำคัญ สวยสดงดงาม และควรจะน่าสนใจ กลายเป็นวงจรที่ผิดพลาด (Vicious cycle)

ต้นทุนก็เป็นประเด็นใหญ่ การให้การศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นในภาครัฐหรือภาคเอกชน หรือไม่ว่าจะใช้วิธีการ (Methodology) ใด ล้วนมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง (ระดับครอบครัว ระดับชุมชน และระดับประเทศ) โดยที่ผู้กำหนดนโยบายมักเป็นนักการเมือง ที่ไม่สามารถนำเสนอให้น่าเชื่อถือถึงผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว

ประการสุดท้าย การศึกษาปฐมวัยมักได้รับการปฏิบัติเสมือนหนึ่งว่า มิใช่ประเด็นทางการศึกษา แต่เป็นประเด็นของครอบครัวและตัวเล็กเอง เนื่องจากความเร่งด่วนของการจัดให้มีสถานเลี้ยงเด็กช่วงกลางวัน และกระทรวงที่รับผิดชอบกลายเป็นกระทรวงแรงงาน หรือสังคมสงเคราะห์ มากกว่ากระทรวงศึกษาธิการ

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการจัดสรรเงินทุนที่ผิดพลาด (Misallocation of funds) และการกระจายอำนาจที่ไร้ประสิทธิภาพ (Ineffective decentralization) ปัญหาเหล่านี้ หันเหความสนใจจากแนวความคิดของพัฒนาการเด็กผ่านการศึกษา และโอกาสการลงทุนที่สำคัญยิ่ง

แหล่งข้อมูล:

  1. World Economic Forum - http://www.weforum.org/ [2013, September 12].
  2. Why early childhood education is a good start? - http://forumblog.org/2012/12/why-early-childhood-education-is-a-good-start/ [2013, September 12].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน