หน้าหลัก » บทความ » เลือกโรงเรียนประถม (Choosing primary school)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ในสังคมปัจจุบันการเลือกโรงเรียนให้กับลูกมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากยุคของสังคมเปลี่ยนไป เกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างเป็นตัวแปรที่ทำให้สังคมยุคปัจจุบันต่างจากสังคมในอดีตอย่างสิ้นเชิงทั้งสภาพแวดล้อม การศึกษา เศรษฐกิจ สมัยอดีตพ่อแม่แต่ละครอบครัวมีลูกมาก เพื่อให้ลูกช่วยทำงานแบ่งเบาภาระ สังคมปัจจุบันแต่ละครอบครัวมีลูกน้อยลง บางครอบ ครัวมีลูกแค่หนึ่งคนหรือสองคนเท่านั้นเอง การแข่งขันในยุคปัจจุบันก็มีสูงขึ้น พ่อแม่จึงทุ่มเทให้กับลูกทุกๆด้านโดยเฉพาะในด้านการศึกษาเพื่อเป็นการปูทางอนาคตให้กับลูก ดังนั้นการเลือกโรงเรียนจึงมีความสำคัญมากในยุคนี้ พ่อแม่หลายๆ ท่านก็คงกำลังดูและศึกษาหาโรงเรียนที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดให้กับลูกอยู่

การเลือกโรงเรียนให้ลูก พ่อแม่ควรพิจารณาอะไรบ้าง?

โรงเรียนที่ดีมีชื่อเสียง ก็มักจะมาจากความสามารถของนักเรียนที่สร้างผลงานให้กับทางโรงเรียนนั้นๆ และความสามารถในการสอนของครูก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ จึงทำให้จำเป็นต้องมีการสอบคัดเลือกเพื่อให้ได้นักเรียนที่มีคุณภาพ มีศักยภาพที่จะสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนต่อไป แต่เราต้องไม่ลืมว่าโรงเรียนที่ดีย่อมต้องมีอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิ ภาพ มีสถานที่เรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยเงินทุนจำนวนมากมาเป็นตัวผลักดัน แล้วเราจะเลือกโรงเรียนแบบไหนที่เหมาะกับลูกของเราดี มีข้อควรพิจารณา ดังนี้

  • ชื่อเสียงของโรงเรียน
  • แนวทางการเรียนการสอน
  • จำนวนนักเรียนต่อห้อง
  • สภาพแวดล้อมของโรงเรียน
  • ความเป็นศิษย์เก่าของพ่อหรือแม่
  • ค่าใช้จ่าย
  • ระดับชั้นเรียนตั้งแต่ประถมปีที่ 1 ถึงมัธยมปีที่ 6
  • ระยะทาง

แนวทางของแต่ละโรงเรียนมีอะไรบ้าง?

แนวทางการศึกษาของแต่ละโรงเรียนมีให้เลือกมากขึ้น เช่นโรงเรียนสาธิต โรงเรียนคาทอลิก โรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนอิน เตอร์ โรงเรียนสองภาษา ที่จะพูดถึงในที่นี้ จะพูดถึงแนวทางในการเลือกเข้าโรงเรียนสาธิต และแนวทางในการเลือกเข้าโรง เรียนคาทอลิก

แนวทางการเลือกเข้าโรงเรียนเครือสาธิต ปัจจุบันการเข้าโรงเรียนในเครือสาธิตมีการแข่งขันกันสูงมาก แต่ละสาธิตก็สามารถรับนักเรียนได้จำนวนจำกัด ทำให้ต้องมีการแข่งขันกันอย่างสูง บางแห่งรับนักเรียนจำนวนที่สอบได้ประ มาณ 100 คน แต่จำนวนนักเรียนที่เข้าสอบประมาณ 3,000 กว่าคน ในแต่ละปีการศึกษาสามารถรับนักเรียนได้ทั้งหมด 250คน แบ่งได้ ดังนี้

  • เป็นบุตรหลานของบุคลากรของมหาวิทยาลัยนั้นๆ
  • เป็นบุตรหลานที่ผู้ปกครองให้การร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาและกิจกรรมของโรง เรียนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
  • เป็นเด็กทั่วไปที่ต้องสอบเข้าเองประมาณ 100 คน

ทำให้นักเรียนที่สอบเข้าเองต้องมีการเตรียมตัวอย่างมากก่อนมีการสอบ ส่วนใหญ่แนวการสอบจะเป็นการวัดผลทางไอคิว ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ จึงทำเกิดให้การแข่งขันที่สูงมาก ในปัจจุบันข้อสอบที่ใช้สอบเข้ายากมาก เป็นการวัดไอคิวล้วนๆ สิ่งสำ คัญที่สุดคือต้องมีสมาธิที่ดีไม่วอกแวก ไม่สนใจกับสิ่งรอบข้าง โรงเรียนในเครือสาธิตเข้าไปได้แล้วก็จะเรียนง่ายกว่าการสอบ เพราะจำนวนการรับนักเรียนได้น้อย จึงต้องแข่งขันวัดผลจากผลคะแนนสอบ ทำให้พ่อแม่ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับลูกในทุกๆด้านทั้งทางด้านไอคิวและอีคิวเพื่อลงสู่สนามสอบ

แนวการเรียนของโรงเรียนในเครือสาธิตบางโรงเรียน ยกตัวอย่างเช่น วิชาภาษาอังกฤษ ระบบการพัฒนาจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งในระดับประถมปีที่ 1 และ 2 แต่จะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่เป็นหลัก Grammar ประมาณประถมปีที่ 3 ไม่ ใช่ว่าประถมปีที่ 1 และ 2 ไม่เรียนเลย แต่จะเรียนเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษโดยครูไทยสอน ไม่ใช่ครูต่างชาติ ยก เว้นนักเรียนที่จะไปสมัครเรียนกับสถาบันที่โรงเรียนจัด แต่ต้องไปต่อคิวตั้งแต่ตี 5 ถึงจะได้เรียน บางคนก็ได้เรียน บางคนก็ไม่ได้เรียน แต่ส่วนใหญ่ที่ได้เรียนจะเป็นการเน้นในด้านกิจกรรมมากกว่า โรงเรียนในเครือสาธิตจะมีการเน้นการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทย ให้นักเรียนได้เรียนวิชาภาษาไทยเขียนอ่านอย่างถูกต้องตามหลักวิชาภาษาไทย

โรงเรียนแนวสาธิตสอนให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเอง มีลักษณะความเป็นผู้นำ กล้าแสดงออก มีอิสระทางความคิด มีความเป็นตัวของตัวเอง รู้จักตนเองว่ามีความชอบ ความถนัด และความสามารถในด้านใดด้วยตนเอง

แนวทางการเลือกเข้าโรงเรียนเครือคาทอลิก เมื่อเราพูดถึงโรงเรียนเครือคาทอลิก เรามักจะนึกถึงความเข้มแข็งทางวิชาการ ความเคร่งครัดในระเบียบวินัย ซึ่งลูกจะได้รับการฝึกฝนดูแลเป็นอย่างดี มีความผูกพันแน่นแฟ้นในกลุ่มเพื่อนฝูงในรุ่นเดียวกัน เนื่องจากมีการใช้ระยะเวลาเรียนร่วมกันยาวนานโดยส่วนใหญ่ตั้งแต่ระดับประถมต้นจนถึงระดับมัธยมปลายโดยส่วนใหญ่โรงเรียนในเครือคาทอลิกก็จะมีการสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนแล้วแต่นโยบายของแต่ละโรงเรียน บางโรงเรียนสอบเด็กแล้วยังต้องมีการสอบผู้ปกครองด้วย บางโรงเรียนมีการสัมภาษณ์ผู้ปกครองถึงแนวทางการเลี้ยงดูลูก ซึ่งรายละเอียด วิธีการและกฎเกณฑ์ของการสอบคัดเลือกของแต่ละโรงเรียนอาจแตกต่างกันออกไป บางโรงเรียนมีการทดสอบเชาว์ทั้งด้านคณิตศาสตร์ เชาว์ด้านภาษาไทย และเชาว์ด้านความรู้ทั่วไป บางโรงเรียนสอบด้านทักษะความพร้อม เช่น ร้อยเชือกรองเท้า ติดกระดุมเสื้อ วาดรูปตามคำบอก บางโรงเรียนอาจสอบข้อเขียนทางวิชาการ ซึ่งเด็กๆต้องสามารถอ่านออกเขียนได้เพราะต้องอ่านโจทย์เอง ต้องรู้คำศัพท์ แนวข้อสอบบางที่ก็จะฝึกการสังเกต อ่านเรื่องจับใจความแล้วตอบคำถาม ดังนั้น แนวข้อ สอบของโรงเรียนแต่ละแห่งก็จะแตกต่างกัน ในแนวทางของโรงเรียนในเครือคาทอลิกอาจจะต้องมีการสนับสนุนเงินบริจาค ส่วนใหญ่พ่อแม่ผู้ปกครองมีความยินดีที่จะให้เงินบริจาค เพราะมีความเชื่อมั่นว่าทางโรงเรียนได้นำเงินบริจาคเพื่อมาพัฒนาในทุกๆด้านเพื่อการศึกษาของลูกและบุตรหลาน ทำให้ลูกและบุตรหลานได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะสนับสนุนทางด้านการศึกษาให้เกิดความพร้อมในสถานศึกษาในทุกๆด้าน เช่น การพัฒนาห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ปรับปรุงสนามฟุตบอล สร้างตึกการเรียนรู้ ขยายโรงเรียน ซึ่งในทุกด้านต้องอาศัยเงินสนับสนุนจากผู้ปกครอง เพราะรัฐบาลไม่สามารถให้การสนับสนุนได้ทั้งหมด

แนวการเรียนของโรงเรียนในเครือคาทอลิกก็จะเน้นไปในด้านวิชาการ ซึ่งเน้นในเรื่องภาษาต่างประเทศ บางโรงเรียนมีให้เลือกเรียน English Program (EP) ซึ่งหลายๆโรงเรียนในเครือคาทอลิกจะเน้นให้เด็กๆได้เรียนรู้หลัก Grammar และคำศัพท์บางโรงเรียนมีการสอนรากคำศัพท์ให้เด็กๆสามารถเดาคำศัพท์ได้ และสามารถเรียนรู้อ่านหนังสือนอกเวลาที่เป็นภาษาอัง กฤษอีกด้วย แต่ก็ไม่ได้เน้นด้านภาษาด้านเดียว เพราะยังเน้นเนื้อหาสาระแกนกลางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ส่วนใหญ่เด็กนักเรียนในโรงเรียนคาทอลิกจะเป็นเด็กที่มีระเบียบวินัย เข้าสังคมได้ดี มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น อยู่ในโอวาทของพ่อแม่ เคารพและมีความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ มีศีลธรรมอันดีงาม ในปัจจุบันนี้หลายๆโรงเรียนเริ่มปรับเป็นโรงเรียนสองภาษาแล้วเพิ่มเติมวิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาสังคมเป็นภาษาอังกฤษแล้ว เพื่อรองรับกับการเข้ามาของประเทศอา เซียนในปี 2558 นี้ ทำให้หลายๆโรงเรียนในเครือคาทอลิกเริ่มปรับเปลี่ยนวิชาการเรียนการสอน เพิ่มเติมเนื้อหาเป็นภาษาอัง กฤษ และเพิ่มเติมการเรียนรู้ด้านภาษาจีนเพิ่มมากขึ้น ถ้าถามถึงเรื่องเงินสนับสนุนจริงๆแล้วก็แทบจะทุกโรงเรียน แต่ว่าส่วนใหญ่จะตัดสินกันที่คะแนนสอบแล้วถึงมาดูที่เงินบริจาค

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนแนวสาธิตหรือโรงเรียนแนวคาทอลิกก็ตาม พ่อแม่ควรวางแผนไว้ให้ลูก โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพราะในวัยแรกเกิดถึง 7 ขวบกำลังเป็นวัยแห่งการพัฒนาการเรียนรู้ในทุกๆด้าน ในการตัดสินใจเลือกโรงเรียนให้ลูกคงจะมีข้อมูลบ้างไม่มากก็น้อยในการตัดสินใจ อย่าเอาความต้องการของพ่อแม่เป็นหลัก ควรดูจากความถนัดของลูกและความพร้อม ทุกอย่างที่เราคิดไม่ได้ถูกต้องและดีเสมอไป ควรวางแผนหาข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนก่อนตัดสินใจ เพราะพ่อแม่คือส่วนสำคัญที่สุดที่จะเป็นคนวางแผนในอนาคตให้กับลูก

เตรียมตัวลูกก่อนสอบเข้าชั้นประถมอย่างไร?

  • วินัย เตรียมเรื่องวินัยให้ลูก หากลูกยังคงเอาแต่เล่นและคุย ไม่ชอบการอ่านหนังสือ พ่อแม่ต้องคุยและตกลงกับลูกให้เวลาลูกได้เล่นได้คุย และมีเวลาที่ลูกจะต้องตั้งใจคิดตั้งใจทำงานจริงจัง อย่าใช้วิธีบังคับหรือลงโทษ ควรให้ลูกทำด้วยความสมัครใจ
  • สมาธิ ฝึกทำสมาธิก่อนนอนทั้งครอบครัว เพระการทำสมาธิจะช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดความกังวลใจ ผู้ที่มีสมาธิดีจะพร้อมรับข้อมูลและเรียนรู้ได้ไว
  • เตรียมความรู้ หาข้อสอบเก่าๆมาฝึกให้ลูกทำ หรือถ้าพ่อแม่ไม่มีเวลา หาที่เรียนพิเศษเสริมเพิ่มเติมความรู้
  • สนามสอบ พาลูกทำความคุ้นเคยกับสนามสอบก่อนวันสอบจริง เพื่อลดความตื่นเต้นและความกลัวสนามสอบ

ทำอย่างไรให้ลูกเก่ง?

  • ต้องไม่คาดหวังให้ลูกเป็นอัจฉริยะ
  • ดูว่าลูกทำอะไรได้ดีที่สุด พ่อแม่ต้องรีบสนับสนุนทันที
  • อย่าบังคับขู่เข็ญให้ลูกเป็นไปตามที่พ่อแม่ต้องการ
  • ให้ลูกได้มีโอกาสเจอกับคนอื่นโดยเฉพาะคนที่เก่งๆ เพื่อกระตุ้นศักยภาพออกมา
  • พ่อแม่ต้องทุ่มเทเวลาและความเข้าใจในการเลี้ยงดู เพราะศักยภาพเริ่มจากความรักให้ลูกทำในสิ่งที่เขารัก แล้วจะพัฒนาศักยภาพได้อย่างมีความสุข
  • พ่อแม่ต้องฝึกให้ลูกทำงานทุกชิ้นให้สำเร็จ ฝึกให้เป็นคนทำงานหนัก เพราะคนขี้เกียจจะไม่ประสบความสำเร็จ
  • พ่อแม่ที่ให้ลูกเรียนเก่งอย่างเดียว ท้ายที่สุดจะพบความล้มเหลวในการทำงานในอนาคต จึงอยากให้พ่อแม่ฝึกลูกให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เรื่องเรียนอย่างเดียว

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน