หน้าหลัก » บทความ » เล่นเครื่องเล่นสัมผัส (Manipulation Activities)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การเล่นเครื่องเล่นสัมผัส หมายถึง การเล่นเครื่องเล่นที่นำมาจัดให้กับเด็กปฐมวัยได้เล่นเพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือและตา เครื่องเล่นสัมผัสอาจอยู่ในกิจกรรมสร้างสรรค์ หรือกิจกรรมเสรี เช่น ภาพตัดต่อ พลาสติกสร้างสรรค์ บล็อก หมุดปัก ลูกปัดสำหรับร้อย เป็นต้น

การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสสำคัญอย่างไร?

การส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็กให้กับเด็กปฐมวัยสามารถจัดประสบการณ์หรือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมด้วยการฝึกฝน และปฏิบัติกิจกรรมที่เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัส โดยเฉพาะการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือและตา จะทำให้เด็กสามารถควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างอวัยวะทั้งสองส่วน ซึ่งนำไปสู่ความพร้อมในการเขียนต่อไป เครื่องเล่นสัมผัสจึงเป็นเครื่องเล่นที่สามารถนำมาจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับพัฒนาการเด็ก โดยการคำนึงถึงหลักของพัฒนาการ วุฒิภาวะ ธรรมชาติ และการเรียนรู้ของเด็กเป็นสำคัญ ซึ่งพัฒนาการทางด้านร่างกายเป็นพัฒนาด้านแรกที่มีความสำคัญและส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านอื่นๆ โดย เฉพาะพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็ก (Fine-motor Development) เป็นความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อชิ้นที่เด็กใช้ในการหยิบจับ (Manipulation Abilities) สิ่งของต่างๆ เช่น การติดกระดุม การผูกเชือกรองเท้า การจับสีเทียน การจับดินสอ การใช้กรรไกรตัดกระดาษ การร้อยลูกปัด เป็นต้น ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของเด็กจะเกี่ยวข้องกับอวัยวะส่วนต่างๆ เช่น กล้ามเนื้อบริเวณมือ ข้อมือ นิ้วมือ การทำงานของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆเหล่านี้จะต้องมีการประสานสัมพันธ์กัน เช่น การประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือ ตา ข้อมือ นิ้วมือ เป็นต้น พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัยจะพัฒนาช้ากว่าพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อใหญ่ เนื่องมาจากการประสานสัมพันธ์ที่ไม่ดีพอ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อตากับมือ มีผลทำให้เด็กไม่สามารถใช้มือได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเด็กโตหรือวัยผู้ใหญ่ เช่น เด็กวัยประถมศึกษาหรือวัยผู้ใหญ่สามารถตัดกระดาษได้ตามเส้นหรือตามรอยหยักได้ดีกว่าเด็กในระดับปฐมวัย เด็กโตสามารถผูกเชือกรองเท้าได้คล่องแคล่วกว่าเด็กในวัยอนุบาล เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องมาจากพัฒนาการในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก และการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อเล็ก ซึ่งพัฒนาการในด้านนี้จะส่งผลต่อความสามารถในการอ่านและการเขียนของเด็ก เด็กปฐมวัยจึงต้องได้รับการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กในเรื่องของการควบคุมและการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อได้ก่อนที่จะไปจับดินสอเพื่อเขียนหนังสือหรืออ่านหนังสือจากซ้ายไปขวาได้ จากการสังเกตพฤติกรรมของพ่อแม่ หรือผู้ปกครองเกี่ยวกับความคาดหวังในการส่งลูกเข้าเรียนในระดับอนุบาลพบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่มุ่งเน้นให้เด็กมีความสามารถในการอ่าน คัดเขียน หรือมีความสามารถทางด้านวิชาการ โดยไม่ ได้คำนึงถึงความพร้อมของเด็กว่า เด็กจะมีพัฒนาการ วุฒิภาวะ ธรรมชาติการเรียนรู้เป็นอย่างไร ซึ่งในบางครั้งผู้ปกครองอาจ จะเร่งให้เด็กหัดเขียนตอนอายุ 2 – 3 ขวบ หรือตั้งแต่เข้าเรียนในระดับอนุบาลปีที่ 1 ซึ่งในช่วงอายุดังกล่าวนี้เด็กยังไม่สามารถควบคุมการทำงานระหว่างกล้ามเนื้อมือและตาได้ดี เนื่องมาจากการขาดวุฒิภาวะของเด็กที่พัฒนาการจะเริ่มจากการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ไปสู่การใช้กล้ามเนื้อเล็ก เด็กจะพัฒนาจากส่วนลำตัวก่อนที่พัฒนาอวัยวะส่วนย่อย เช่น เด็กจะพัฒนาความ สามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของส่วนลำตัว แขน ก่อนที่จะควบคุมการใช้มือหรือนิ้วมือ เป็นต้น ดังนั้นการบังคับให้เด็กเขียนหนังสือก่อนที่เด็กยังไม่มีวุฒิภาวะหรือความพร้อมในด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนบริเวณนิ้วมือก็จะไม่มีประโยชน์ เด็กจะเกิดอารมณ์เครียดและมีผลต่อการพัฒนาในด้านอื่นๆด้วย ดังนั้นการที่ผู้ปกครองคอยสังเกตเด็กและพยายามศึกษาหลักการพัฒนาเด็กในระดับปฐมวัยโดยการอาศัยความร่วมมือระหว่างครูและผู้ปกครอง จะทำให้การพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นไปตามทิศทางที่เหมาะสม

เด็กจะได้รับประโยชน์อะไรจากการเล่นเครื่องเล่นสัมผัส?

เครื่องเล่นสัมผัสเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้เด็กได้พัฒนาทั้งทางด้านกล้ามเนื้อเล็ก การประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือกับตา รวมทั้งตอบสนองต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์จิตใจ เนื่องจากกิจกรรมการใช้ประสาทสัมผัสทำให้เด็กผ่อนคลายและเพลิด เพลินใจ ไม่รู้สึกเบื่อเป็นการสร้างสมาธิและช่วยขยายช่วงความสนใจของเด็กได้ นอกจากนี้เด็กยังได้พัฒนาด้านสังคมจากการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เช่น การเล่นบล็อกเป็นกลุ่ม ทำให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กันและแก้ปัญหาร่วมกัน อีกทั้งยังพัฒนาด้านการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และการคิดอย่างมีเหตุผลให้กับเด็กได้ด้วย

ครูจัดกิจกรรมการเล่นเครื่องเล่นสัมผัสให้ลูกอย่างไร?

ครูมักนำเครื่องเล่นสัมผัสมาใช้พัฒนาเด็กในการจัดกิจกรรมหลักประจำวัน โดยการจัดให้มีเครื่องเล่นสัมผัสในช่วงของกิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรี และเกมการศึกษา ดังนี้

  • ภาพตัดต่อ (Jigsaw puzzle) เป็นเครื่องเล่นสัมผัสที่เกิดจากการนำภาพที่ถูกตัดออกเป็นชิ้นๆในรูปทรงต่างๆ เพื่อให้เด็กได้นำมาวางประกอบขึ้นใหม่ให้เป็นรูปที่สมบูรณ์ ซึ่งจุดประสงค์ของภาพตัดต่อจะมุ่งให้เด็กพัฒนากล้ามเนื้อเล็กด้านการประสานกันระหว่างมือกับตาด้วยการมองหาชิ้นส่วนต่างๆของภาพตัดต่อแล้วนำมาวางให้ถูกต้อง อีกทั้งยังพัฒนาด้านการสังเกต การคิดเชิงเหตุผล และด้านอารมณ์ให้กับเด็กอีกด้วย ส่วนใหญ่ภาพตัดต่อจะเป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เล่นในช่วงเกมการศึกษาหรือกิจกรรมเสรี ส่วนจำนวนชิ้นของภาพตัดต่อที่เหมาะกับเด็กแต่ละวัย คือ เด็ก 3 ขวบ ประมาณ 5 - 7 ชิ้น เด็ก 4 ขวบ ประมาณ 7 – 12 ชิ้น เด็ก 5 ขวบ ประมาณ 10 – 15 ชิ้น
  • พลาสติกสร้างสรรค์ (Creative plastics) เป็นเครื่องเล่นสัมผัสที่จัดให้เด็กได้เล่นในช่วงกิจกรรมเสรี เพื่อให้เด็กได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อเล็กด้านการประสานกันระหว่างมือกับตา ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนพัฒนาการทางด้านอารมณ์ โดยให้เด็กนำพลาสติกสร้างสรรค์ที่มีสีสันต่างๆมาเล่นต่อกันตามจินตนาการ ส่วนใหญ่กิจกรรมนี้จะให้เด็กได้เล่นเป็นรายบุคคลเพื่อให้เด็กได้แสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่
  • บล็อกสร้างสรรค์ (Creative blocks) เป็นเครื่องเล่นสัมผัสที่ประกอบด้วยบล็อกรูปทรงต่างๆ เช่น บล็อกทรงสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ทรงกลม ทรงกรวย ครึ่งวงกลม บล็อกกลวง ซึ่งแต่ละรูปทรงจะมีหลากสี บล็อกสร้างสรรค์ช่วยให้เด็กได้พัฒนาทั้งกล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก การสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ส่วนใหญ่การเล่นบล็อกสร้างสรรค์จะจัดให้เป็นกิจกรรมการเล่นเสรี เด็กจะเล่นเป็นรายบุคคลหรือเล่นเป็นกลุ่มก็ได้
  • หมุดสร้างสรรค์ (Creative pins) เป็นเครื่องเล่นสัมผัสที่ช่วยให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อเล็กด้านการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา โดยให้เด็กนำหมุดที่มีสีต่างๆปักลงบนแผ่นกระดานที่เจาะรูไว้ ส่วนใหญ่รูที่เจาะบนแผ่นกระดานจะมีลักษณะเรียงกันเป็นแถวและมีระยะห่างเท่ากัน ลักษณะการเล่นเป็นการให้เด็กปักหมุดลงบนแผ่นกระดานให้เป็นรูปต่างๆตามความคิดและจินตนาการของเด็ก
  • กิจกรรมการร้อย (Lacing Activities) กิจกรรมการร้อยเป็นกิจกรรมที่ฝึกฝนการใช้ประสาทสัมผัสและการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กให้กับเด็กปฐมวัย วัสดุที่ใช้ในกิจกรรมนี้ได้แก่ เชือกสำหรับร้อย หลอดกาแฟ ลูกปัด ใบไม้ ดอกไม้ เช่น ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย ดอกเข็ม เป็นต้น กิจกรรมนี้จัดให้เด็กได้เล่นในช่วงกิจกรรมสร้างสรรค์หรือกิจกรรมเสรี

พ่อแม่จะเล่นเครื่องเล่นสัมผัสกับลูกได้อย่างไร?

นอกจากเครื่องเล่นสัมผัสจะส่งเสริมพัฒนาการเด็กในด้านต่างๆ แล้ว พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถนำเครื่องเล่นสัมผัสไปจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาขณะเด็กอยู่ร่วมกับผู้ปกครองได้ โดยจัดสภาพแวดล้อมให้มีพื้นที่ที่สงบ สบาย เด็กรู้สึกผ่อนคลาย และให้เด็กได้เล่นเครื่องเล่นสัมผัสในช่วงเวลาว่างตามความเหมาะสม เครื่องเล่นสัมผัสจะมีความเหมาะสมกับเด็กระดับปฐมวัยเพื่อเตรียมความพร้อมด้านกล้ามเนื้อเล็กที่จะนำไปสู่พื้นฐานด้านการเขียนของเด็ก เป็นการเสริมสร้างความพร้อมด้านการอ่านเขียน ทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านการเขียนได้เร็วขึ้น และเป็นกิจกรรมที่เด็กชอบอยู่แล้ว ทำให้ผู้ปกครองได้เรียนรู้การที่จะส่งเสริมด้านการอ่านเขียนได้อย่างถูกต้องตามหลักการศึกษาในระดับปฐมวัย นอกจากนี้ขณะที่เด็กเล่นเครื่องเล่นสัมผัส พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรอยู่ใกล้ชิดเด็กเพื่อที่จะได้ใช้คำถามให้เด็กได้มีการคิดอย่างหลากหลายและเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ได้อีกทางหนึ่งด้วย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูควรศึกษาวิธีการใช้เครื่องเล่นสัมผัสแต่ละชนิดให้เข้าใจและนำมาใช้อย่างเป็นกระบวนการอย่างมีขั้นตอน รวมทั้งการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมเด็กขณะทำกิจกรรม เพื่อที่จะประเมินความพร้อมของเด็กและสามารถนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมในครั้งต่อไป อีกทั้งครูควรจะให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในกิจกรรมการเล่นเครื่องเล่นสัมผัส เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้มีความหมายและเป็นการสร้างความรับผิดชอบให้กับเด็กอีกด้วย

บรรณานุกรม

  1. กาญจนา บุญสำรวย. (2550). การคิดเชิงมีเหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ทำกิจกรรมการเล่นร้อยลูกปัดตามบัตรต้นแบบ. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
  2. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ และคณะ. (2537). ประมวลสาระชุดวิชา การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย หน่วยที่ 7 การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านด้านร่างกาย. กรุงเทพ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
  4. สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2550). เอกสารการสอนวิชา การศึกษาปฐมวัย.กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต.
  5. หรรษา นิลวิเชียร. (2535). ปฐมวัยศึกษา : หลักสูตรและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : โอ. เอส พริ้นติ้ง.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน