หน้าหลัก » บทความ » เล่นเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ (Developing Gross Motor Skills)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นออกกำลังเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ ซึ่งได้แก่ แขน ขา และลำตัว นับเป็นรางวัลที่มีคุณค่าสำหรับเด็ก เนื่องจากเด็กในระดับปฐมวัยเป็นวัยที่มีความกระตือรือร้น และต้องการเคลื่อนไหวร่างกายส่วนต่างๆตลอดเวลา กิจกรรมที่เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวด้วยการเดิน วิ่ง กระโดด แกว่งแขน ขา ม้วนตัว ฯลฯ รวมไปถึงการเคลื่อนไหวที่มีความสมดุลและประสานสัมพันธ์กันของอวัยวะส่วนต่างๆ จะนำไปสู่การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ให้กับเด็กปฐมวัยได้

การเล่นเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่สำคัญอย่างไร?

การที่เด็กมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีการเจริญเติบโตตามวัย มีน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บที่บั่นทอนสุขภาพนั้น จะนำไปสู่การเสริมสร้างพัฒนาการในด้านอื่นๆ ทั้งทางด้านอารมณ์ สังคมและสติปัญญา ดังนั้น การเล่นเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การเคลื่อนไหวของทั้งร่างกายหรือส่วนใหญ่ของร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อใหญ่ส่วนต่างๆ เช่น การคืบ คลาน กลิ้งหรือม้วนตัว กระโดด ขว้างปา ซึ่งการเคลื่อนไหวของร่างกายจะครอบคลุมถึงความสมดุล ความว่องไว ความแข็งขัน ความกระฉับกระเฉง การทำงานประสานกัน การยืดหยุ่น ความแข็ง แกร่ง ความเร็ว และความทนทานของพัฒนาการกล้ามเนื้อใหญ่ แม้ว่าพัฒนาการของกล้ามเนื้อใหญ่จะมีขั้นตอนต่อเนื่อง แต่อัตราการพัฒนาแตกต่างกัน พัฒนาการของกล้ามเนื้อใหญ่จะพัฒนาก่อนกล้ามเนื้อเล็ก การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่สามารถกระทำได้ถ้าผู้เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กพัฒนาได้ถูกทิศทาง กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่จึงเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้เด็กได้พัฒนาความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขา การเคลื่อนไหวของลำตัว และความ สามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแขน ขา และลำตัวอย่างประสานสัมพันธ์ ซึ่งโดยธรรมชาติของเด็กปฐม วัยจะมีความกระตือรือร้นและชอบการเคลื่อนไหวมาก เด็กจะชอบเล่นด้วยการใช้ส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น การวิ่ง การกระโดด การม้วนตัว การไถล การควบม้า ปีนป่าย เล่นเครื่องเล่นสนาม และชอบเล่นกับเพื่อนเป็นกลุ่ม ดังนั้น กิจกรรมที่ส่ง เสริมการพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ให้กับเด็กในวัยนี้ ได้แก่ กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง กิจกรรมการเล่น การออกกำลังกาย และการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเล่น

เด็กจะได้รับประโยชน์อะไรจากการเล่นเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่?

  • เด็กจะได้รับความสนุกสนาน กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง การเล่นในร่ม การเล่นออกกำลังกาย และการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นกิจกรรมที่เด็กได้เล่นอย่างสนุกสนาน เป็นการระบายอารมณ์ให้กับเด็ก
  • เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแขน ขา มือ ลำตัว และทุกส่วนของร่างกายรวมไปถึงการฝึกฝนการพัฒนาทางร่างกายในด้านการควบคุมการทรงตัว การประสานสัมพันธ์ของประสาทและการรับรู้ด้านร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายมีความแข็งแกร่ง ทนทาน ว่องไว นำไปสู่การทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพ เช่น การเล่นปีนป่ายช่วยให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อแขนและขาให้แข็งแรง การเล่นน้ำและทรายช่วยพัฒนากล้ามเนื้อแขนและตา การโยนลูกบอลพัฒนากล้ามเนื้อแขนขาและลำตัว การเล่นมอญซ่อนผ้าพัฒนากล้ามเนื้อแขน ขาและการทรงตัว เป็นต้น
  • เด็กได้เกิดทักษะหรือคุณลักษณะอื่นๆ เช่น ความมีระเบียนวินัย การรอคอย การสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อน ความมีน้ำใจ ความอดทน การควบคุมอารมณ์ การคิดจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์

ครูจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ให้ลูกอย่างไร?

กิจกรรมการเล่นเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ที่ครูจัดในสถานศึกษา มีดังนี้

  • กิจกรรมกลางแจ้ง (outdoor play) เป็นกิจกรรมที่เน้นให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่เป็นหลัก เนื่องจากเด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วนทั้งแขน ขา ลำตัว และการประสานสัมพันธ์ในการเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละวันครูจัดให้เด็กได้เล่นกลางแจ้งวันละประมาณ 40 – 60 นาที โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระและการเล่นเกมพลศึกษา สำหรับการเล่นเครื่องเล่นสนามซึ่งทางโรงเรียนจัดไว้ให้ เช่น ชิงช้า ม้าหมุน ราวไต่ โครงไต่ กระดานลื่น บ้านจำลอง บ่อทราย เป็นต้น เมื่อเด็กได้เล่นอุปกรณ์เครื่องเล่นเหล่านี้ จะทำให้เด็กได้พัฒนาทั้งกล้ามเนื้อแขน ขา และลำตัว ส่วนเกมพลศึกษาเป็นกิจกรรมที่ครูจัดให้กับเด็กเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ ซึ่งลักษณะของกิจกรรมเกมดังกล่าวจะเน้นการเล่นที่มีขั้นตอนการเล่น มีกฎ กติกา ข้อตกลง มีการแข่งขันแบบทีม เช่น เกมการวิ่งเก็บของ เกมการโยนลูกบอลลงตะกร้า เกมโยนลูกช่วง เกมแข่งขันการเดินทรงตัวบนกระดานทรงตัว เป็นต้น
  • กิจกรรมการเล่นในร่ม (indoor play) เป็นการเล่นที่อยู่ภายในอาคารเรียนมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่เช่นเดียวกันกับการเล่นกลางแจ้ง การเล่นประเภทนี้ เช่น การเล่นบล็อกต่างๆ การเล่นมอญซ่อนผ้า เก้าอี้ดนตรี กาฟักไข่ เป็นต้น
  • กิจกรรมการออกกำลังกาย (exercise) กิจกรรมการออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ครูจัดให้เด็กเพื่อให้เด็กสามารถควบคุมกล้ามเนื้อใหญ่ของร่างกาย ส่วนใหญ่กิจกรรมนี้ครูจะเป็นผู้นำให้เด็กปฏิบัติตาม เช่น การให้เด็กกระโดดขึ้น/ลง การกระโจนลง การแกว่งแขน การกระโดดและตบมือ การกระโดดสูง กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง เป็นต้น
  • กิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกาย (physical movement) เป็นการเคลื่อนไหวที่ใช้ในกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะที่ให้เด็กเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายเพื่อสร้างความตระหนักให้กับเด็กในเรื่องหน้าที่ของร่างกาย สามารถควบ คุมการใช้งานส่วนต่างๆของร่างกายให้สัมพันธ์กันถูกจังหวะเวลา การเคลื่อนไหวประกอบด้วยการควบคุม การทรงตัว การควบคุมการใช้กล้ามเนื้อแขน ขา และการตระหนักเรื่องการเคลื่อนไหว ซึ่งในระดับปฐมวัยการเคลื่อนไหวร่างกายแบ่งออก เป็น 2 ประเภทคือ การเคลื่อนไหวพื้นฐานและการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ/ดนตรี การเคลื่อนไหวพื้นฐาน ได้แก่ การนั่ง การยืน การเดิน การวิ่ง การกระโดด การกระโจน การเคลื่อนไหวพื้นฐานสามารถนำมาจัดเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ได้ เช่น การเคลื่อนไหวตามสัญญาณ การเคลื่อนไหวตามผู้นำ การเคลื่อนไหวเลียนแบบสัตว์ ส่วนการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ/ดนตรี เป็นการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายของเด็กเมื่อได้ยินเสียงจากการเครื่องเคาะ เครื่องตี หรือการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายเมื่อได้ยินเสียงดนตรี เช่น ดนตรีเร็วให้เคลื่อนไหวแบบเร็ว ถ้าได้ยินเสียงดนตรีที่มีจังหวะช้าก็ให้เคลื่อน ไหวร่างกายแบบช้า เป็นต้น

พ่อแม่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ให้ลูกได้อย่างไร?

พ่อแม่ ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กในทุกด้าน โดยเฉพาะพัฒนาการทางด้านร่างกาย เนื่องจาก เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด จึงควรมีบทบาทในการกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและกล้ามเนื้อใหญ่ ดังนี้

  • สร้างสุขนิสัยการรักษาความสะอาดของร่างกาย การดูแลสุขภาพตา ผิวหนัง จมูก ฟัน มือ ผม เท้า การดูแลความสะอาดของเครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม การสร้างสุขนิสัยในเรื่องการพักผ่อนและการนอนหลับ และที่สำคัญคือการสร้างสุขนิสัยเรื่องการออกกำลังกาย ด้วยการส่งเสริมให้ลูกได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันก็จะเป็นสิ่งที่ดี
  • สร้างบรรยากาศภายในบ้านหรือบริเวณบ้านให้มีพื้นที่ว่างให้ลูกได้ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ให้ลูกได้ขี่จักรยาน เล่นลูกบอล โยนห่วง เป็นต้น
  • ครอบครัวที่มีลูกหลายคน พ่อแม่ควรจัดอุปกรณ์เครื่องเล่นหรือของเล่นที่ส่งเสริมการเล่นเป็นกลุ่ม เช่น การเล่นแข่งลูกบอลลงตะกร้า การเล่นวิ่งเก็บของ การที่พี่น้องได้เล่นด้วยกันไม่เพียงแต่ได้พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่เท่านั้น แต่จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกในครอบครัวอีกด้วย
  • พาลูกไปเล่นในที่ซึ่งมีเครื่องเล่นไว้บริการเป็นของสาธารณะ เช่น ศูนย์นันทนาการ สนามเด็กเล่นของหมู่บ้าน หรือเป็นศูนย์เครื่องเล่นในห้างสรรพสินค้าต่างๆ
  • สำหรับเครื่องเล่นและของเล่นที่จัดหามาไว้ให้เด็กเล่นที่บ้านนั้น ควรคำนึงในเรื่องของความสะอาด ปลอดภัย ไม่มีสารพิษและเกิดอันตรายต่อเด็ก ถ้าเป็นไปได้ ควรดัดแปลงวัสดุเหลือใช้มาใช้เป็นเครื่องเล่น เช่น ใช้ไม้กระดานสำหรับการเดินทรงตัว ใช้ล้อยางรถยนต์สำหรับการลอด โหน ใช้เชือกหวายสำหรับทำเป็นชิงช้าหรือสำหรับเล่นแกว่ง ใช้กล่องสบู่ ยาสีฟัน กล่องนมแทนไม้บล็อก เป็นต้น
  • เล่นกับลูก กิจกรรมต่างๆเหล่านี้ผู้ปกครองสามารถเล่นกับลูกได้ โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงานหรือจะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีในการออกกำลังกาย ส่งเสริมการพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ให้กับลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูมีบทบาทสำคัญในการจัดประสบการณ์ตามตารางกิจกรรมประจำวันให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ขณะอยู่ที่โรงเรียนโดยการจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนและภายนอกห้องเรียนที่ส่งเสริมการพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ เช่น จัดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตนเอง จัดพื้นที่ให้เด็กได้เคลื่อนไหวในห้องเรียน และไม่มีสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตราย จัดมุมเล่นและมุมประสบการณ์ให้เด็กได้มีโอกาสเข้าเล่น สำหรับการจัดสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนนั้น ครูควรจัดให้มีเครื่องเล่นสนาม ดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณโรงเรียนและสนามเด็กเล่นให้กับเด็กตลอดเวลาและจัดกิจกรรมการเล่นเกมขณะเล่นในสนาม เช่น เกมการแข่งขันด้านพลศึกษา เกมการละเล่นทั่วไป และการละเล่นพื้นบ้านแบบไทย เป็นต้น

บรรณานุกรม

  1. ภรณี คุรุรัตนะ (2535). การเล่นของเด็ก. กรุงเทพฯ : ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
  2. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2537). ประมวลการสอนชุดวิชา การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพ: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
  3. สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์. (2537). ประมวลสาระชุดวิชา การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย หน่วยที่ 7 การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านด้านร่างกาย´กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
  4. สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2550). เอกสารการสอนวิชา การศึกษาปฐมวัย.กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต.
  5. Hurlock, E.B. (1959). Developmental Psychology. 2 nd ed. New York: McGraw - Hill.
  6. Piaget, J., Gattegno, C. and Hodgson, F. M. (1962). Play Dreams and Imitation in Children. New York: W.W. Norton.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน
winais knapom