หน้าหลัก » Blogs » เสริมสร้างทักษะ ณ ค่ายฤดูดร้อน (ตอนที่ 5 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ค่ายฤดูร้อนในอังกฤษ มิได้เป็นส่วนสำคัญของวัยเด็กในประเทศอังกฤษ เมื่อเปรียบกับลักษณะโครงการในทวีปอเมริกาเหนือ คำว่า “ค่ายฤดูร้อน” (Summer camp) ไม่นับว่า เป็นภาษาอังกฤษของชาวอังกฤษ (British English) ด้วยซ้ำ แม้จะมีสมาคมกิจกรรมวันหยุดแห่งอังกฤษ (British Activity Holiday Association) ที่ดูแลค่ายต่างๆ ในประเทศอังกฤษ

โครงการหลากหลายกิจกรรม (Multi-activity) อาทิ การผจญภัยในที่แจ้งซึ่งผสมผสานกับความสนุกสนานทางสังคม ได้รับความนิยมมากขึ้นใน 20 ถึง 30 ปีที่ผ่านมา พร้อมทางเลือก (Options) มากขึ้น อาทิ ค่ายที่จัดตามหัวเรื่อง (Theme) และค่ายทางศาสนา อาทิ Christadelphians ซึ่งเป็นค่ายที่แพร่หลายไปทั่วประเทศ

สภาวันหยุดพักอาณานิคมสำหรับเด็กนักเรียน (Council of Colony Holidays for Schoolchildren) เป็นผู้จัดตั้งค่ายฤดูร้อนที่ชื่อ “อาณานิคม” (Colonies) จากกลางปีทศวรรษ 1960 (ประมาณ พ.ศ. 2503) จนถึงกลางทศวรรษ 1980 (ประมาณ พ.ศ. 2523) โดยมิได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกิจกรรมกลางแจ้ง แต่เป็นรูปแบบการผจญภัยภาคปฏิบัติ (Action adventure)

รูปแบบดังกล่าว เน้นหนักกิจกรรมหลากหลายในช่วงวันหยุด ที่ออกแบบเพื่อดูดความสนใจของเด็กๆ ตามแบบฉบับของฝรั่งเศส แต่อาศัยอาสาสมัคร ที่ทำงานโดยตรงกับเด็กๆ ซึ่งรู้จักกันนาม “ผู้เฝ้าติดตาม” (Monitors) แต่องค์กรนี้ก็สิ้นสุดการดำเนินงานลงในทศวรรษ 1980 แม้จะมีความพยายามรณรงค์ให้สนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว

ค่ายฤดูร้อนหรือวันหยุดในอังกฤษ มักดูแลเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8 ขวบ ซึ่งต้องขึ้นทะเบียนกับทางราชการ เพื่อให้รัฐสามารถเข้าไปตรวจสอบ และทำให้แน่ใจว่าค่ายดังกล่าว ปลอดภัยและเด็กๆ ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ค่ายที่มีเด็กอายุมากกว่านี้ ก็ต้องขึ้นทะเบียนและสอบผ่านการควบคุมคุณภาพที่เข้มข้น

ในประเทศเกาหลีใต้ ค่าย “ชุบตัวภาษาอังกฤษ” (English Immersion) ซึ่งเน้นหนักการเรียนภาษาอังกฤษภายในกรอบกำหนด (Structured) และกิจกรรมต่างๆ ที่ปรับเฉพาะ (Tailored) เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เกาหลีใต้มีรูปแบบที่ไม่ซ้ำแบบใคร (Unique) ในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ

ส่วนครูผู้นำค่าย (Cabin leader) ในช่วง 2 - 4 สัปดาห์ดังกล่าว ก็มาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่พูดภาษาอังกฤษ สำหรับครูภาษาอังกฤษซึ่งอยู่ในเกาหลีใต้อยู่แล้ว ก็ถือเป็นการหยุดพักร้อนจากงานประจำ ในขณะหลายคน ก็มาจากประเทศตนเองเพื่อทำงานภายใต้วีซาพิเศษ ในการเป็นผู้นำค่าย

ค่ายหลายแห่ง มีการจ้างพนักงานที่เป็นชาวเกาหลีใต้ ในจำนวนที่ไล่เลี่ยกับผู้สอนภาษาอังกฤษ เพื่อลดช่องว่าง (Gap) ทางวัฒนธรรมและการสื่อสาร ค่ายที่ดีมักมีพร้อมซึ่งอุปกรณ์และตำรา (ที่ได้รับการวิจัยแล้วว่า) เหมาะสำหรับแต่ละชั้นของเด็กนักเรียน อัตราส่วนของครูต่อเด็กนักเรียนในแต่ละห้อง จะอยู่ที่ประมาณ 1 : 11 เพื่อเพิ่มประสิทธิผลสูงสุดของการเรียน

ณ ค่ายบางแห่ง เด็กนักเรียนจะนอนในหอพัก (Dormitory) ที่ได้รับการเฝ้าระวัง (Monitor) ตลอดคืนโดยพนักงานของค่าย สำหรับค่ายกลางวัน (Day camp) นั้น เด็กนักเรียนจะได้รับการดูแลในรถบัส ขาไปจากบ้านถึงค่าย และขากลับจากค่ายถึงบ้าน ครูใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเด็กนักเรียน โดยกินด้วยกัน เล่นกีฬาด้วยกัน และดูแลเด็กนักเรียนเมื่อมีกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม

การเข้าค่ายฤดูร้อน เพื่อเรียนรู้วิชาการนอกหลักสูตร นับเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างมาก แก่บรรดาเด็กเล็กและเยาวชนในวัยเรียน ในการสร้างคุณค่าและเสริมพัฒนาการต่างๆ ด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ นอกชั้นเรียนที่สนุกสนาน ปัจจุบันพ่อแม่มีทางเลือกมากมายในเรื่องกิจกรรมช่วงปิดเทอมใหญ่ เพียงต้องใช้วิจารณญาณว่า กิจกรรมไหนเหมาะสมกับอุปนิสัยของลูก ต้องการปลูกฝังทัศนคติอะไรในตัวลูก และอยากจะให้ลูกได้รับการฝึกฝนทักษะอันใด เป็นต้น

แหล่งข้อมูล:

  1. ศึกษาพาที : ปิดเทอมหยุดเรียน เข้าค่าย-เรียนหลักสูตรนอกตำรา - http://www.naewna.com/local/47782 [2013, April 26].
  2. Summer camp - http://en.wikipedia.org/wiki/Summer_camp [2013, April 26].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน