หน้าหลัก » Blogs » แนวโน้มเด็กไทยอ้วนอันดับหนึ่งของโลก (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เมื่อเร็วๆ นี้ นายชายกร สินธุสัย นักวิชาการศูนย์พันธุ์วิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Center for Genetic Engineering and Biotechnology : BIOTEC) ผู้จัดการโครงการนำร่องอาหารปลอดภัยกับการยกระดับสุขภาพอนามัยในโรงเรียน กล่าวว่า ไบโอเทค และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกันจัดโครงการวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าซึ่งสนับสนุนให้เด็กนักเรียนนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพของตนเองและคนในชุมชน และในปี พ.ศ. 2556 นี้ ได้นำโครงการดังกล่าวมาดำเนินการร่วมกับโครงการนำร่องอาหารปลอดภัยกับการยกระดับสุขภาพอนามัยในโรงเรียน ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินโครงการมาเป็นระยะเวลา 6 เดือนผ่านเครือข่ายโรงเรียนในแต่ละภูมิภาค ผลการจัดโครงการพบว่า นักเรียนมีสุขภาวะในด้านการบริโภคมากขึ้น กล่าวคือ

  1. รับประทานผักและผลไม้มากขึ้น
  2. อัตราท้องร่วง อาหารเป็นพิษลดลง
  3. นักเรียนได้เคลื่อนไหวแทนการอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว มากขึ้น
  4. ภาวะโรคอ้วน น้ำหนักเกินในหมู่นักเรียนลดลง

ส่วนสาเหตุที่ต้องมีโครงการที่ให้ความรู้แก่นักเรียนในเรื่องของการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์และถูกสุขลักษณะนั้น มีความเกี่ยวเนื่องกับสถิติของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับสัดส่วนของเด็กไทยที่มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเป็นเด็กอ้วนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาในปี พ.ศ. 2558 เด็กก่อนวัยเรียนในประเทศไทยจะกลายเป็นเด็กอ้วนในสัดส่วนที่สูงถึง 1 ใน 5 กล่าวคือ เด็ก 5 คน จะมีเด็กอ้วน 1 คน ส่วนเด็กในวัยเรียน จะมีสัดส่วนของเด็กอ้วนอยู่ที่ 1 ใน 10 ซึ่งนับว่าเป็นอุบัติการณ์โรคอ้วนในเด็กไทยนั้น เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากทีเดียว

สถิติดังกล่าวอาจทำให้สรุปได้ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเพิ่มของโรคอ้วนในเด็ก (Childhood obesity) เร็วที่สุดในโลก โดยเฉพาะช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนเด็กก่อนวัยเรียนอ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 36 และเด็กวัยเรียน (6-13 ปี) อ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 สาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาโรคอ้วนในเด็กไทยคือ พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น อาหารขยะ (Junk food) และน้ำอัดลม เป็นต้น

พฤติกรรมการบริโภคของเด็กส่งผลถึงประสิทธิภาพในการเรียน สติปัญญา และคุณภาพพลเมืองในอนาคต ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่ทุกฝ่ายต้องเร่งให้ความรู้แก่เด็กเพื่อปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคให้เหมาะสม เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่สะอาดและมีคุณภาพ การออกกำลังกาย การกระตุ้นชุมชนรอบตัวให้เห็นความสำคัญ

ในทางการแพทย์แล้ว รองศาสตราจารย์ พญ. ชุติมา ศิริกุลชยานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “อ้วน” ถือเป็น “โรค” เพราะสามารถก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และมีความเสี่ยงต่อไปก็เป็นโรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ เป็นต้น

แม้ที่ผ่านมา บรรดานักวิชาการได้พยายามให้ความรู้ และมีหลายหน่วยงานได้ออกมากระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถชะลออัตราการเพิ่มของโรคอ้วนในเด็กได้เท่าที่ควร

ดังนั้น สถาบันครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้เองอย่างมากที่จะดูแลไม่ให้ลูกเข้าข่ายเด็กอ้วนด้วยการช่วยลูกจัดการกับพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมและวิถีชีวิตที่เอื้อต่อการเกิดโรคอ้วน ด้วยการสนับสนุนให้ลูกบริโภคแต่สิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ รวมทั้งปลูกฝังให้ลูกรักการออกกำลังกายโดยพ่อแม่ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

แหล่งข้อมูล:

  1. อึ้ง! 10 ปีที่ผ่านมา เด็กไทยอ้วนพุ่งอันดับหนึ่งของโลก - http://www.thairath.co.th/content/edu/357119 [2013, July 29]
  2. เด็กอ้วน-อีกเรื่องของไทยที่กำลังติดอันดับโลก..!!! http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9560000011504 [2013, July 29]
  3. Childhood Obesity: A Weighty Problem - http://www.nationmultimedia.com/life/Childhood-Obesity-A-Weighty-Problem-30198882.html [2013, July 29]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน