หน้าหลัก » Blogs » แนวโน้มเด็กไทยอ้วนอันดับหนึ่งของโลก (ตอนที่ 3 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในตอนจบนี้ ผู้เขียนจะกล่าวถึงการป้องกันไม่ให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก (Childhood obesity) ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียมากมายทั้งด้านร่างกายและจิตใจดังที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงแล้วในตอนที่ 2 โรคอ้วนในเด็กนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น สภาวะทางจิตใจ พื้นฐานรูปร่างของเด็กเอง ระดับการเผาผลาญต่ำ เป็นต้น

ข่าวจาก British Psychological Society (BPS) เมื่อต้นเดือนที่แล้ว กล่าวถึงผลการวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Rice University สหรัฐอเมริกาว่า เด็กที่พ่อแม่สมรสกันนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วนน้อยกว่าเด็กที่พ่อแม่อยู่ร่วมกันโดยไม่ได้สมรส หรือพ่อหรือแม่เดี่ยว (Single parent) งานวิจัยนี้ได้ศึกษากับเด็ก 10,400 คน โดยติดตามวิถีชีวิตตั้งแต่เด็กเกิด พบว่าเด็กที่พ่อแม่สมรสกันเป็นโรคอ้วนร้อยละ 17 ในขณะที่เด็กที่พ่อแม่อยู่ร่วมกันโดยไม่ได้สมรส หรือพ่อหรือแม่เดี่ยว นั้นเป็นโรคอ้วนถึงร้อยละ 31

ดร.ไมเคิล ซินแคลร์ (Michael Sinclair) นักจิตวิทยาปรึกษา กล่าวว่าสาเหตุที่เด็กที่พ่อแม่สมรสกันมีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนน้อยกว่านั้น อาจมาจากการที่ในบ้านที่พ่อแม่สมรสกันมักรับประทานอาหารร่วมกันซึ่งเป็นโอกาสที่เด็กจะซึมซับค่านิยมของครอบครัว รวมทั้งเด็กยังได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อีกด้วย ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะครอบครัวพ่อหรือแม่เดี่ยวหรือไม่ได้สมรส มักมีความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ พ่อแม่อาจต้องทำงานจนค่ำ ทำให้ไม่มีเวลาเตรียมอาหารที่มีประโยชน์ให้

ข่าวดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่า ครอบครัวมีความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็กเป็นอย่างมาก ที เจ โคล (T. J. Cole) กล่าวในหนังสือ Early Causes of Childhood Obesity and Implications for Prevention ว่าสาเหตุหลักของโรคอ้วนในเด็กคือการที่พ่อแม่ของเด็กเป็นโรคอ้วน เพราะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดโรคอ้วนในเด็กได้

ดังนั้นผู้ปกครองควรป้องกันไม่ให้บุตรหลานเป็นโรคอ้วน ซึ่งมีวิธีดังนี้

  1. ดูแลเรื่องอาหาร ให้เด็กรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และงดอาหารที่มีไขมันสูง อย่างไรก็ตาม การบริโภคนมสด (ที่ไม่ผ่านกรรมวิธีพร่องมันเนย) ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก และแนะนำให้เด็กปฐมวัยดื่มนมสดเป็นประจำ
  2. ให้เด็กทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว ลดกิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยีลง เช่น การเล่นวิดีโอเกม การใช้คอมพิวเตอร์ การดูโทรทัศน์ เป็นต้น รวมทั้งปลูกฝังให้แก่เด็กรักการออกกำลังกาย เพราะนอกจากจะทำให้ไม่อ้วนแล้วยังเป็นการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและมีการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสมด้วย
  3. หลีกเลี่ยงการกินอาหารนอกบ้าน เพราะอาหารเหล่านั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ถูกใจผู้บริโภค ส่วนใหญ่เน้นหวาน มัน กรอบ และมีแคลอรีสูง ซึ่งเอื้อต่อการเป็นโรคอ้วน
  4. ควรดูแลสภาพจิตใจของเด็ก ให้เด็กมีความมั่นใจในตนเอง ความเครียดและความวิตกกังวล ล้วนเป็นปัจจัยซึ่งเปลี่ยนวิถีการรับประทานอาหารของเด็กทั้งสิ้น เด็กที่เครียดและวิตกกังวลมักรับประทานอาหารมากกว่าปกติ
  5. เปลี่ยนค่านิยมบางอย่าง เช่น คิดว่าเด็กยิ่งอ้วนยิ่งน่ารัก หรือคิดว่าอ้วนตอนเด็กไม่เป็นไรโตขึ้นก็ผอมเอง เพราะจากงานวิจัยส่วนใหญ่พบว่าเด็กอ้วนส่วนมากเมื่อโตขึ้นก็จะอ้วนเช่นกัน

โดยสรุป โรคอ้วนมีผลกระทบต่อเด็กหลายประการด้วยกัน และจะส่งผลร้ายต่างๆ เหล่านั้นไปจนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่ ซ้ำร้ายยังทำให้อายุสั้นกว่าคนที่ไม่อ้วนอีกด้วย ดังนั้นครอบครัวควรช่วยกันป้องกันไม่ให้บุตรหลานกลายเป็นเด็กอ้วนด้วยการดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อที่พวกเขาจะได้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีร่างกายแข็งแรง อารมณ์แจ่มใสต่อไป

แหล่งข้อมูล:

  1. Childhood obesity - http://en.wikipedia.org/wiki/Childhood_obesity [2013, July 31]
  2. Cole T.J. (2006). Early Causes of Childhood Obesity and Implications for Prevention [2013, July 31]
  3. เด็กไทยเพิ่มจำนวนอ้วนเร็วที่สุดในโลก! ออกกำลังกายอย่างไรให้เหมาะสม - http://sport.mthai.com/sport-health-fit-firm/146525.html [2013, July 31]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน