หน้าหลัก » บทความ » แบบฝึกหัดสำหรับเด็กปฐมวัย (The exercise for Young Children)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

แบบฝึกหัดสำหรับเด็กปฐมวัย (The exercise for Young Children) หมายถึง สิ่งที่ครูปฐมวัยมอบหมายให้เด็กปฐมวัยทำ เพื่อฝึกฝนให้เด็กเกิดทักษะและเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กในด้านต่างๆ โดยให้เด็กได้ฝึกฝนในเนื้อหาสาระที่ได้เรียนไปแล้ว เพื่อให้เด็กเกิดทักษะและความชำนาญ และควรเป็นการฝึกฝนที่เด็กสามารถนำสิ่งที่ฝึกไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ การจัดให้เด็กปฐมวัยทำแบบฝึกหัดจึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กมีพัฒนาการและทักษะทางด้านต่างๆ เป็นไปตามวัยเพื่อเติมเต็มศักยภาพของเด็ก ดังนั้น การทำแบบฝึกหัดจึงเป็นการทบทวนสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ไปแล้วในสาระหรือทักษะที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 การจัดทำหรือเลือกแบบฝึกหัดควรคำนึงถึงหลักของพัฒนาการและจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก และให้คำนึงว่า การบังคับให้เด็กทำแบบฝึกหัดโดยไม่คำนึงถึงความพร้อม วุฒิภาวะ ความต้องการและความสนใจของเด็ก ย่อมทำให้เด็กเกิดความเครียดและมีผลต่อการพัฒนาเด็กโดยรวมในอนาคตต่อไป

แบบฝึกหัดสำหรับเด็กปฐมวัย

แบบฝึกหัดมีความสำคัญอย่างไร?

จุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 มุ่งให้เด็กบรรลุมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สำหรับพัฒนาการด้านร่างกายนั้นมุ่งพัฒนาเด็กให้มีร่างกายเจริญเติบโตตามวัย มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ สามารถใช้กล้ามเนื้อเล็กและกล้ามเนื้อใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่วและพัฒนาให้การทำงานของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆสามารถทำงานได้อย่างประสานสัมพันธ์กัน ซึ่งการที่เด็กจะบรรลุซึ่งมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ได้นั้น ขึ้นอยู่กับการจัดประสบการณ์ของครูที่โรงเรียนและสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้ปกครองขณะอยู่ที่บ้าน การจัดประสบการณ์ในแต่ละวันอาจใช้วิธีการสนทนาอภิปราย การระดมความคิด การสาธิตเป็นตัวอย่าง กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ การประกอบอาหาร การศึกษานอกสถานที่ การร้องเพลง การเล่านิทาน การแสดงบทบาทสมมติ การเชิญวิทยากร ฯลฯ นอกจากครูปฐมวัยจะจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ ด้วยการจัดกิจกรรมให้กับเด็กโดยตรงแล้ว การจัดบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่เป็นบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็ก

นอกจากการจัดประสบการณ์ กิจกรรม และบรรยากาศที่มีความเหมาะสมที่ครูและผู้เกี่ยวข้องนำมาจัดเพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพแล้ว การจัดกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการฝึกฝนทักษะการเรียนรู้ของเด็กทั้งทางด้านภาษา คณิตศาสตร์ การสร้างเสริมลักษณะนิสัย การคิด วิทยาศาสตร์ ฯลฯ จากการจัดให้เด็กได้ฝึกฝนทักษะจากการทำแบบฝึกหัดหรือการทำแบบฝึกทักษะที่สอดคล้องและเหมาะสมกับวัยเด็ก แต่จากการศึกษาลักษณะการจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยพบว่า ครูปฐมวัยหรือผู้ปกครองยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเรื่องของการพัฒนาหรือฝึกฝนเด็กโดยใช้แบบฝึกหัด ส่วนใหญ่ละเลือกแบบฝึกหัดหรือแบบฝึกทักษะที่ยากต่อความเข้าใจของเด็ก และจะเน้นในเรื่องการอ่านคัดเขียน หรือการบวกลบเลขที่เป็นเนื้อหาสำหรับนักเรียนในระดับประถมศึกษา ซึ่งจะพบว่า เด็กที่ได้รับการฝึกทักษะโดยใช้แบบฝึกหัดที่ยากเกินความสามารถเหล่านี้มีแนวโน้มจะเบื่อการเรียน และจะทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับที่สูงขึ้นมีคะแนนต่ำกว่าเด็กที่ได้รับการฝึกทักษะที่ใช้แบบฝึกหัดที่มีความเหมาะสมกับพัฒนาการเด็กตามวัย

ดังนั้นการที่ครูหรือผู้ปกครองเด็กปฐมวัยจะเลือกแบบฝึกหัดให้กับเด็กควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่เป็นด้านบวก ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาเด็กและเสริมการเรียนรู้ของเด็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด สำหรับแบบฝึกหัดที่นำมาใช้เพื่อให้เด็กฝึกฝนและปฏิบัติกันเพื่อเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัย มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ เช่น แบบฝึกหัดที่ส่งเสริมความพร้อมทางด้านคณิตศาสตร์ จะมีลักษณะของแบบฝึกที่มุ่งเน้นให้เด็กได้สังเกตลักษณะของสิ่งต่างๆ เช่น การสังเกตความเหมือนความค่างในด้านรูปร่าง สี ขนาด จำนวน ปริมาณ การเปรียบเทียบสิ่งต่างๆ เช่น การเปรียบเทียบขนาดของวัตถุ สิ่งของ ใหญ่กว่า เล็กกว่า หรือเท่ากัน การเรียงลำดับเหตุการณ์หรือขนาดหรือจำนวนจากมากไปหาน้อย การนับจำนวน และแบบฝึกหัดที่เน้นการเรียนรู้ค่าและจำนวนต่างๆ ส่วนแบบฝึกหัดที่มุ่งพัฒนาความพร้อมด้านวิทยาศาสตร์ จะมีลักษณะของการให้เด็กรู้จักสังเกต จำแนก เปรียบเทียบ การจัดหมวดหมู่ การจัดกลุ่ม การลงความเห็น การคาดคะเน นอกจากนี้ยังมีแบบฝึกหัดที่มุ่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา มิติสัมพันธ์ การคิดอย่างมีเหตุผล ฯลฯ ซึ่งแบบฝึกหัดที่ใช้กับเด็กส่วนใหญ่จะเป็นการให้เด็กโยงเส้นจับคู่ความสัมพันธ์ การกากบาทับภาพ การวาดภาพระบายสีภาพ การเติมคำหรือตัวเลข ซึ่งจะออกแบบอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระของแบบฝึกหัดและความเหมาะสมกับพัฒนาการและวัยของเด็กเป็นสำคัญ

แบบฝึกหัดมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การที่เด็กจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ มีผลสืบเนื่องมาจากการที่เด็กมีความพร้อม การมีวุฒิภาวะ หรือความสามารถตามระดับพัฒนาการ และระดับอายุของเด็ก ดังนั้น การจัดกิจกรรมใดๆ ก็ตามให้กับเด็กปฐมวัยต้องคำนึงถึงความพร้อมของเด็กที่เกิดจากการเจริญงอกงามตามธรรมชาตินั่นคือ การถึงวุฒิภาวะในด้านนั้นก่อน แล้วควรจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาให้เป็นไปตามศักยภาพแห่งตนของเด็ก เช่น ถ้าเด็กมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมือในการจับหรือควบคุมการใช้มือให้สัมพันธ์กับการทำงานของตา นั่นหมายความว่า การจัดกิจกรรมการเขียนควรเริ่มต้นฝึกฝนให้เกิดกับเด็กได้ แต่ถ้าเด็กยังไม่มีวุฒิภาวะหรือความพร้อมในด้านการเขียนแล้ว การบังคับหรือพยายามให้เด็กฝืนทำกิจกรรมที่เด็กไม่มีความพร้อมย่อมไร้ผลเช่นเดียวกัน ลักษณะของความพร้อมของเด็กส่วนใหญ่ความพร้อมจะมีลักษณะของการทำงานที่สอดคล้องกันของพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ความพร้อมทางด้านร่างกาย ความพร้อมทางด้านจิตใจและอารมณ์ ความพร้อมทางด้านสังคม และความพร้อมทางด้านสติปัญญา ดังนั้น การฝึกฝนเด็กโดยการให้ทำแบบฝึกหัดจึงควรคำนึงถึงความพร้อมของเด็กในด้านต่างๆดังที่กล่าวมาข้างต้น สำหรับประโยชน์ของแบบฝึกหัดเพื่อเตรียมความพร้อมมีประโยชน์และคุณค่าต่อเด็กปฐมวัยดังนี้

  • แบบฝึกหัดจะช่วยให้เด็กสามารถทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปแล้ว ทำให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจหรือมีความคิดรวบอดในสิ่งที่เรียนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • แบบฝึกหัดเป็นการฝึกฝนที่ส่งเสริมเด็กให้มีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา เนื่องจากแบบฝึกหัดที่เด็กทำแต่ละครั้งจะมีจุดมุ่งหมายเฉพาะและการฝึกฝนเป็นประจำและต่อเนื่องจะทำให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน
  • การให้เด็กทำแบบฝึกหัดเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมความมีวินัยในตนเอง และความรับผิดชอบที่มีต่อตนเอง อีกทั้งยังเป็นวิธีการที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การกำกับตนเองอีกด้วย
  • การทำแบบฝึกหัดจะช่วยให้เด็กสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ที่เรียนในแต่ละวันไปสู่การเรียนรู้ที่กว้างไกลออกไป ทำให้เด็กมีความคิดรวบยอดที่ใหม่ๆเกิดขึ้นในสมอง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
  • การทำแบบฝึกหัดช่วยพัฒนาทักษะทางด้านต่างๆ ให้กับเด็ก เช่น แบบฝึกหัดเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์ แบบฝึกหัดเตรียมความพร้อมทางด้านภาษา แบบฝึกหัดเตรียมความพร้อมทางด้านวิทยาศาสตร์ ฯลฯ
  • การให้เด็กทำแบบฝึกหัดโดยการให้ไปทำเป็นการบ้านเป็นวิธีการหนึ่งที่โรงเรียนจะได้สร้างสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครู โรงเรียน และผู้ปกครอง โดยเฉพาะการออกแบบฝึกหัดที่ให้โอกาสผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการทำแบบฝึกหัด เช่น การให้ผู้ปกครองอ่านคำสั่งให้กับเด็ก การให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการประเมินผลงานการทำแบบฝึกหัดของเด็ก
  • แบบฝึกหัดจะช่วยให้เด็กที่มีความเสียเปรียบในการเรียนรู้สามารถพัฒนาตนเองได้ทัดเทียมกับเด็กทั่วๆ ไป เด็กบางคนอาจจะอยู่ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ แต่เด็กบางคนอาจอยู่ในพื้นที่หรือสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดในการเรียนรู้ การที่เด็กได้ฝึกฝนด้วยการใช้แบบฝึกหัดทำให้เด็กได้รับการพัฒนาความสามารถในด้านต่างๆ ได้ดีในอีกระดับหนึ่ง และเป็นวิธีการที่ช่วยสร้างการเรียนรู้ให้ครอบคลุมเด็กที่ด้อยโอกาสได้
  • การทำแบบฝึกหัดจะช่วยให้เด็กที่เรียนไม่ทันสามารถเรียนรู้ได้อย่างครบถ้วน เด็กบางคนอาจจะขาดเรียนเนื่องจากสาเหตุต่างๆ การขาดเรียนของเด็กมีผลต่อการเรียนรู้ทั้งทางด้านเนื้อหาและทักษะด้านต่างๆ การให้เด็กได้เสริมด้วยการให้ทำแบบฝึกหัดจะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้

ครูจัดทำและเลือกแบบฝึกหัดให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

แบบฝึกหัดสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ครูปฐมวัยอาจจัดทำขึ้นด้วยตนเองหรือเรียกว่า การพัฒนาสื่อ นอกจากนี้ครูอาจเลือกแบบฝึกหัดที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมาให้เด็กได้ฝึกหัดก็ได้ แต่ครูจะมีหลักเกณฑ์ทั้งการสร้างแบบฝึกหัดหรือการคัดเลือกแบบฝึกหัดให้เหมาะสมกับเด็ก ดังต่อไปนี้

  • เนื้อหาสาระในแบบฝึกหัดสอดคล้องกับเรื่องหรือหน่วยการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546
  • แบบฝึกหัดเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการเด็กปฐมวัย เช่น แบบฝึกหัดของเด็กอนุบาล 1 มีเนื้อหาที่ง่ายกว่าแบบฝึกหัดของเด็กชั้นอนุบาล 2
  • ภาษาที่ใช้ในแบบฝึกหัดหรือคำสั่งง่าย เหมาะสนมกับวัยเด็ก 3 –5 ปี
  • เวลาที่ใช้ในแต่ละแบบฝึกหัดควรเหมาะสมกับวัยเด็ก ไม่ใช้เวลานานจนกินไป
  • เป็นแบบฝึกหัดในลักษณะของการเตรียมความพร้อม สอดคล้องกับจุดประสงค์ของการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546
  • เป็นแบบฝึกที่ช่วยขยายการเรียนรู้ของเด็กและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเด็กได้
  • มีเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัยเด็กและสอดคล้องกับบริบทของเด็ก โดยเฉพาะแบบฝึกหัดที่ครูสร้างให้กับเด็กในชั้นเรียนที่สอนอยู่ จะคำนึงถึงบริบทของเด็กในแต่ละท้องถิ่น
  • ใช้จิตวิทยาในการสร้าง มีคำชี้แจงสั้นๆ เรียงลำดับจากง่ายไปหายาก ใช้ภาพประกอบที่น่าสนใจ และเร้าความสนใจของเด็ก
  • เป็นแบบฝึกหัดที่น่าสนใจ ท้าทายความสามารถของเด็ก ดึงดูดความสนใจทั้งในเรื่องรูปเล่มและเนื้อหาสาระที่อยู่ในแบบฝึกหัด
  • ใช้ประโยคหรือข้อความสั้นๆ และเป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
  • มีหลายแบบเพื่อให้เด็กไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และใช้การเสริมแรงในระหว่างการทำแบบฝึกหัด เพื่อกระตุ้นให้เด็กรู้สึกอยากทำแบบฝึกหัดในลำดับต่อไป
  • ถ้าเป็นแบบฝึกที่ครูสร้างขึ้นใช้เอง จะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพโดยผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิและได้รับการพัฒนาจนเชื่อถือได้ ทั้งนี้เพื่อที่จะให้แบบฝึกสามารถนำไปเผยแพร่ใช้ในวงกว้างขวางมากขึ้น
  • กระดาษหรือวัสดุที่นำมาเป็นแบบฝึกหัดเหนียว และคงทนถาวรพอสมควร เพื่อจะทำให้แบบฝึกสามารถใช้ได้นานและคุ้มค่าต่อการสร้างเพื่อใช้กับเด็กหลายๆกลุ่ม
  • แบบฝึกหัดที่ครูให้เด็กไปทำเป็นการบ้านเพื่อให้ผู้ปกครองมีโอกาสในการประเมินความสามารถของเด็กขณะทำแบบฝึกหัดเป็นระยะๆ และเพื่อกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ของเด็ก
  • สีที่ใช้กับภาพในแบบฝึกหัดเป็นสีที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่ใช้สีสะท้อนแสงหรือสีที่ทำให้ตาเด็กพร่ามัว และเน้นสีในโทนอ่อนๆ มองแล้วสบายตา

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะเลือกแบบฝึกหัดให้ลูกได้อย่างไร?

นอกจากโรงเรียนหรือครูจะเป็นผู้จัดทำหรือเลือกแบบฝึกหัดให้มีความเหมาะสมกับเด็กปฐมวัยแล้ว การส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กมีทักษะด้านต่างๆ และเตรียมความพร้อมทางด้านพัฒนาการของเด็กปฐมวัย พ่อแม่ผู้ปกครองถือเป็นบุคคลที่มีสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กได้ ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรเลือกแบบฝึกหัดสำหรับเด็กปฐมวัยโดยคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

  • ก่อนที่จะเลือกแบบฝึกหัดให้กับลูก พ่อแม่ผู้ปกครองควรปรึกษาหารือกับครูที่โรงเรียนเกี่ยวกับการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กที่โรงเรียน เพื่อที่จะได้เลือกแบบฝึกหัดมาให้เด็กได้ฝึกฝนในส่วนที่ยังต้องพัฒนาแก้ไข เช่น เมื่อทราบจากครูว่าเด็กมีปัญหาในเรื่องของความพร้อมทางคณิตศาสตร์ ผู้ปกครองก็จะได้ไปเลือกแบบฝึกหัดในเรื่องของคณิตศาสตร์มาฝึกเด็กที่บ้าน
  • ควรยึดหลักพัฒนาการของเด็ก เพื่อให้การเลือกเลือกแบบฝึกหัดที่นำมาใช้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัย เช่น เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 1 ควรเรียนรู้ค่าและจำนวน 1 –5 ส่วนเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 2 ควรเรียนรู้ค่าจำนวน 1 –10 ทำให้ผู้ปกครองสามารถคัดเลือกแบบฝึกหัดมาให้เด็กเรียนรู้ที่บ้านได้อย่างเหมาะสมไม่ยากหรือง่ายเกินไปสำหรับเด็ก
  • ควรคำนึงถึงหลักของการเลือกแบบฝึกหัดตามแบบที่ครูใช้พัฒนาเด็กที่โรงเรียน เช่น ความสอดคล้องกับจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ลักษณะของรูปเล่ม สีสัน ภาพประกอบ ตัวอักษร เนื้อหาสาระในแบบฝึกหัด ประโยชน์ที่เด็กได้รับ ฯลฯ
  • ผู้ปกครองควรมีบทบาทในการสนับสนุนช่วยเหลือ และให้การเสริมแรงแก่เด็กในการทำแบบฝึกหัด เพื่อให้เด็กเกิดแรงจูงใจในการทำแบบฝึกหัดให้สำเร็จ ซึ่งเป็นแรงจูงใจภายในที่เกิดจากความต้องการของเด็กโดยไม่ใช่เป็นการบังคับให้เด็กทำไปเพราะความต้องการของผู้ปกครอง
  • ในการทำแบบฝึกหัด บางครั้งผู้ปกครองอาจใช้สถานการณ์จริงในชีวิตประจำวันให้เด็กได้ฝีกปฏิบัติ เช่น การให้เด็กแยกของเล่นลงในตะกร้าตามประเภทของของเล่นนั้นๆ การให้เด็กจับคู่วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจวัตรประจำวัน การให้เด็กจัดเก็บอุปกรณ์การเรียน ฯลฯ ทั้งนี้การให้เด็กทำแบบฝึกหัดควรมีลักษณะเป็นกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ให้เด็กได้ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนไปแล้วและให้เป็นการสมัครใจในการปฏิบัติของเด็กจึงจะทำให้การทำแบบฝึกหัดนั้นประสบความสำเร็จ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การให้เด็กทำแบบฝึกหัดเป็นเรื่องของการเสริมการเรียนรู้และฝึกทักษะด้านต่างๆ ให้กับเด็ก ดังนั้น ครูปฐมวัยจึงไม่ควรเข้มงวดกับเรื่องการทำแบบฝึกหัดจนเกินไป ซึ่งในบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องให้เด็กทำแบบฝึกหัดทุกวัน ถ้าเป็นหนังสือแบบฝึกหัดที่ซื้อมาให้เด็กใช้ ก็ควรวางไว้เพื่อให้เด็กได้หยิบไปฝึกฝนในช่วงเวลาที่เด็กว่าง เช่น ตอนกลางวันหรือก่อนกลับบ้าน แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกทำแบบฝึกหัดไม่ใช่เป็นการบังคับให้เด็กในชั้นเรียนทำแบบฝึกหัดเหมือนกันทุกคน เพราะการกระทำดังกล่าวจะไม่ช่วยให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกหัด

บรรณานุกรม

  1. มณเทียน ทุมพันธ์. (2546). บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเด็กปฐมวัยที่ใช้การบ้านแบบมีส่วนร่วม.ปริญญานิพนธ์กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินมรวิโรฒประสานมิตร ถ่ายเอกสาร.
  2. เยาวพา เดชะคุปต์. (2542). การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : บริษัทสำนักพิมพ์แม็ค จำกัด.
  3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว..

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน
paranee.rukaksorn Chewin zenchan picha3436525 namnuea_chanikan