หน้าหลัก » Blogs » โพลวันครู ชี้เสียงสะท้อนเด็ก (ตอนที่ 2 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การสำรวจสืบเนื่องจากวันครูของ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่เด็กกลัวและไม่ชอบมากที่สุดในครูของตน ก็คือการถูกทำโทษทางร่างกายหรือการตีด้วยไม้เรียว ซึ่งเป็นการลงโทษโดยเจตนาให้เกิดความเจ็บปวด เพื่อยับยั้งหรือป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เช่นเดียวกับครู ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ อาจเป็นการยากที่จะรู้ว่าควรรับมือกับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อย่างไร? สมาคมวิชาการของแพทย์ประจำครอบครัวอเมริกัน (American Academy of Family Physicians) ได้นำเสนอวิธีการต่างๆ สำหรับพ่อแม่ที่ต่อต้านการหวดก้นลูกด้วยไม้เรียว โดยให้ใช้รูปแบบอื่นของการลงโทษที่เหมาะสมกับลูกตั้งแต่วัยเด็กเล็กจนถึงเด็กโตในแต่ละสถานการณ์

กล่าวคือ แทนที่จะใช้วิธีที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด การหันมาใช้วิธีตรงกันข้ามต่อไปนี้ อาจช่วยให้สร้างระเบียบวินัยและได้ใจเด็กมากกว่า โดยที่สิ่งแรกเป็นการให้เด็กเรียนรู้ผลสืบเนื่องตามธรรมชาติ (Natural consequences) กล่าวคือผลลัพธ์โดยตรงแก่เด็กที่ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่พ่อแม่ได้กำหนดไว้

ตัวอย่างเช่น ยอมปล่อยให้เด็กทำของเล่นพังเพื่อเขาจะได้เรียนรู้การถนอมของเล่น จะได้ไม่ทำของเล่นพังอีก อย่างไรก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก อาทิ ไม่ปล่อยให้เด็กเพ่นพ่านกลางถนน ที่อาจมีรถวิ่งผ่านไปมา หรือปล่อยให้เด็กเล่นไม่ขีดไฟ จนเกิดอุบัติเหตุได้

วิธีขอเวลานอก (Time-out) คือ การให้เวลานอกทั้งกับเด็กและพ่อแม่ หรือตัวครูเอง เหมาะกับสถานการณ์ที่มีเด็กหลายคน และสถานการณ์ที่กำลังเกิดอารมณ์รุนแรง การให้เวลานอก เพื่อแยกเด็กที่มีปัญหาออกจากกัน จะมำให้ทุกฝ่ายใจเย็นลงและมีสติมากขึ้น แต่ไม่ควรใช้เป็นมาตรการลงโทษ อาทิ ส่งเด็กไปอยู่ในห้องอื่นเป็นเวลานาน จนเด็กมีความรู้สึกว่า “ถูกปล่อยเกาะ”

วิธีเพิกเฉย (Ignoring) เหมาะกับสถานการณ์ที่เด็กอาละวาด หรือประพฤติตัวไม่ดี เพื่อเรียกร้องความสนใจ การเพิกเฉยจึงถือเป็นวิธีการรับมือที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะกับการอาละวาดที่เกินจริง ตราบใดที่การเพิกเฉย ไม่ทำอันตรายผุ้อื่น หรือทำลายทรัพทย์สิน ในทางกลับกัน การให้ความใส่ใจเมื่อเด็กประพฤติตัวดี ก็จะถือเป็นการให้รางวัล และสนับสนุนพฤติกรรมที่ดีต่อไป

และวิธีสุดท้าย คือ การยับยั้งสิทธิพิเศษต่างๆ (Withholding privileges) เด็กๆ นั้นอยู่ในวัยที่ทำอะไรตามแรงบันดาลใจของสิ่งที่พวกเขาต้องการ อาทิ เวลาชมโทรทัศน์ เวลากินขนม แลเวลาเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ดังนั้น การสร้างระเบียบวินัยด้วยวิธีนี้จึงถือเป็นการแลกเปลี่ยนกับเด็กๆ สิ่งที่เขาชอบจะถูกระงับไป หากไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบวินัยที่ตั้งไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรยับยั้งกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ อาทิ เวลาออกกำลังกาย เวลาทำการบ้าน เวลาอ่านหนังสือ (ยกเว้นหนังสือการ์ตูนที่เด็กชอบ) หรือเวลาใช้คอมพิวเตอร์เพื่อค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

แหล่งข้อมูล

  1. โพลวันครู ชี้ นักเรียนส่วนใหญ่ อยากให้ครูเป็นครูที่ดี ใจดี /มีเวลา ทุ่มเทตั้งใจสอนเด็กเต็มที่ - http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1358145640&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, January 23].
  2. NON-SPANKING DISCIPLINE METHODS - http://www.livestrong.com/article/513663-non-spanking-discipline-methods/ [2013, January 23].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน