หน้าหลัก » บทความ » โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

เด็กทุกคนย่อมมีความกังวลใจ หรือความวิตกกังวลต่างๆ ในใจ แต่เด็กที่มีอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive disorder) หรือที่เรียกโดยย่อว่า “โอซีดี” (OCD) จะไม่สามารถหยุดความกังวลของพวกเขาได้แม้ว่าจะต้องการหยุดสักแค่ไหนก็ตาม ความวิตกกังวลเหล่านั้นมักจะผลักดันให้เด็กตอบสนองด้วยพฤติกรรมบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงและซ้ำไปซ้ำมา เนื่องจากโรคย้ำคิดย้ำทำเป็นอาการอย่างหนึ่งของความผิดปกติทางอารมณ์และความกังวล เด็กที่มีอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำจะหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่บางครั้งอาจเป็นอันตราย เป็นสิ่งผิด ไม่สมควร หรือความคิดในแง่ลบว่าสิ่งร้ายๆ จะเกิดขึ้น ด้วยอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ ทำให้เด็กเกิดความคิดที่ทำให้ผิดหวัง เสียใจ หรือหวาดกลัว ที่เรียกกันว่าเป็นความหมกมุ่น เด็กอาจกังวลกับเรื่องแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ เช่น การไม่อยู่ในกฎระเบียบที่ถูกต้องเสมอ หรือกังวลกลัวของหาย หรือให้ความสนใจเก็บสะสมของที่คนอื่นอาจะไม่เห็นว่ามีประโยชน์อะไรเลย ในบางกรณีเด็กอาจมีความรู้สึกต้องการที่จะทำอะไรซ้ำๆ จนแทบจะเรียกได้ว่าทำเป็นพิธีกรรม เพื่อจะลบความกลัวและความกังวลต่างๆ ออกไป และเพื่อจะได้รู้สึกปลอดภัยจากการกระทำที่ซ้ำๆ และเป็นแบบแผน

โรคย้ำคิดย้ำทำ

โรคย้ำคิดย้ำทำมีลักษณะอย่างไร?

โรคย้ำคิดย้ำทำ ทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันของเด็กเป็นไปได้ยากกว่าเด็กทั่วไป พฤติกรรมที่เป็นการทำซ้ำมักจะทำให้เสียเวลาและพลังงานอย่างมาก ทำให้กิจกรรมต่างๆ เสร็จช้าลง เช่น การทำการบ้าน งานบ้าน หรือแม้กระทั่งการทำกิจกรรมนันทนาการที่ทำให้เด็กได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ในระยะยาว เด็กที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำอาจกลายเป็นเด็กที่มีความมั่นใจและความเคารพในตัวเองต่ำ เนื่องมาจากความรู้สึกอาย ความโกรธตัวเอง หรือรู้สึกผิดที่ไม่สามารถควบคุมความคิดและความรู้สึกของตนได้ (เด็กมักจะทราบว่าความกลัวและความวิตกของพวกเขาเกินกว่าเหตุและไม่จริง รวมทั้งการทำกิจกรรมซ้ำๆ ซากๆ ก็จะไม่ช่วยให้ความกลัวของพวกเขาหายไปด้วย) เด็กอาจมีตวามรู้สึกกดดันร่วมด้วย เพราะเมื่อไม่มีเวลาทำสิ่งต่างๆ ให้เสร็จภายในเวลาที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง เด็กจะรำคาญที่จะต้องนอนดึกกว่าคนอื่น หรือต้องงดกิจกรรมบางอย่างเพื่อใช้เวลาทำกิจกรรมซ้ำๆ ที่ติดเป็นนิสัยเพื่อลบความกลัว ซึ่งลักษณะอาการหลักๆ ของโรคย้ำคิดย้ำทำ คือ

  • มีลักษณะการคิดเรื่องเดิมซ้ำๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับความกังวลหรือความกลัว และมีการกระทำซ้ำๆ เช่นบิดมือ ดึงผม ล้างมือหรืออาบน้ำบ่อยๆ แม้จะเลอะเทอะเพียงเล็กน้อย
  • อาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการที่เยอะ หรือดูเกินจริง ไม่สมเหตุสมผล
  • อาการที่เกิดขึ้นรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และพัฒนาการของเด็ก

ในเด็กที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ สภาวะหมกมุ่นที่พบบ่อยได้แก่

  • กลัวเชื้อโรคและสิ่งสกปรก
  • กลัวการปนเปื้อน แปดเปื้อนจากสิ่งต่างๆ
  • ต้องการความเป็นระบบระเบียบ ความถูกต้องเที่ยงตรง และความสมมาตรในเรื่องต่างๆ
  • สนใจเรื่องศาสนาหรือเรื่องจริยธรรมในระดับหมกมุ่น
  • ยึดมั่นกับเรื่องโชคลาง เช่น เลขมงคล เลขกาลกิณี
  • คิดเกี่ยวกับเรื่องเพศและความรุนแรง
  • กลัวอันตรายหรือความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองหรือญาติพี่น้อง

โรคย้ำคิดย้ำทำมีสาเหตุมาจากอะไร?

แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุของการเกิดโรคย้ำคิดย้ำทำ ถึงแม้ว่างานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้จะทำให้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับโรคย้ำคิดย้ำทำ และสาเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า โรคย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวข้องกับระดับของสารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า “เซโรโทนิน” (Serotonin) ซึ่งสารสื่อประสาทคือสารเคมีที่เป็นตัวส่งสัญญาณในสมอง เมื่อการหลั่งสารเซโรโทนินถูกยับยั้ง ระบบ “สัญญาณเตือนภัย” ของสมองจะตีความข้อมูลและส่งข้อความเตือนที่ผิดพลาด แทนที่สมองจะกรองเอาข้อความเหล่านั้นออกไป สมองกลับจดจำสิ่งเหล่านั้นไว้ ทำให้บุคคลผู้นั้นเกิดความกลัวและความสงสัยที่ไม่สมเหตุผล มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าโรคย้ำคิดย้ำทำ มีแนวโน้มที่จะติดต่อกันโดยคนในครอบครัว หลายคนที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ มีสมาชิกในครอบครับจำนวนหนึ่งคนหรือมากกว่านั้นที่เป็นโรคดังกล่าว หรือเป็นโรควิตกกังวลชนิดอื่นอยู่ก่อนแล้ว โดยโรคเหล่านี้เป็นผลมาจากระดับของสารเซโรโทนินในสมอง และเพราะสิ่งเหล่านี้ นักวิทยศาสตร์จึงเริ่มเชื่อว่าภาวะที่สารเซโรนินในสมองไม่สมดุลกันซึ่งเป็นสาเหตของการเกิดโรคย้ำคิดย้ำทำนั้น สามารถส่งต่อได้โดยพันธุกรรม แต่อย่างไรก็ตามการที่มีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่จะเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ไม่ได้หมายความว่าคนคนหนึ่งจะเป็นโรคดังกล่าวเสมอไป แต่หมายความว่ามีแนวโน้มสูงที่คนคนนั้นจะเป็น บางครั้งการไม่สบายหรือบางเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดก็อาจก่อให้เกิดอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ ในคนที่มีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่จะเกิดโรคอยู่แล้ว

เรื่องสำคัญที่ผู้ปกครองควรทำความเข้าใจ คือพฤติกรรมของโรคย้ำคิดย้ำทำไม่ใช่สิ่งที่เด็กจะสามารถหยุดเองได้โดยอาศัยความพยายาม แม้จะพยายามอย่างหนักเพียงใดก็ตาม เพราะโรคย้ำคิดย้ำทำเป็นอาการผิดปกติซึ่งเหมือนกับความผิดปกติทางด้านร่างกายชนิดอื่นๆ ตัวอย่างเช่น โรคเบาหวาน หรือโรคหอบหืด นอกจากนั้นโรคชนิดนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กจะสามารถควบคุมได้หรือเกิดขึ้นจากตัวพวกเขาเอง และโรคย้ำคิดย้ำทำก็ยังไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ทำให้เกิดขึ้นด้วย ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในชีวิต (เช่น การเข้าโรงเรียน หรือการตายของบุคคลที่เป็นที่รัก) อาจกระตุ้นหรือทำให้การเกิดของโรคย้ำคิดย้ำทำในเด็กที่มีโอกาสเป็นโรคนี้แสดงอาการหนักขึ้นได้ก็ตาม

การช่วยเหลือหรือแก้ไขเด็กที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำมีความสำคัญอย่างไร?

โรคย้ำคิดย้ำทำไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาเล็กน้อย หรือพฤติกรรมแปลกๆ ประจำตัว แต่เป็นความผิดปกติที่ต้องการได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจังเพื่อพัฒนาการที่ดีของเด็ก เด็กที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ จะต้องประสบกับความความวิตกกังวลอย่างร้ายแรง ได้รับความอับอายจากการความผิดปกติของตน หรือบางครั้งอาจถึงขั้นที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ อาการของโรคย้ำคิดย้ำทำโดยมากจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าสังคมของเด็ก ทั้งการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น รวมถึงทำให้เด็กไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ที่โรงเรียน ทำให้เด็กไม่สามารถมีชีวิตวัยเด็กที่เทียบเท่ากับเด็กทั่วไปได้ กล่าวได้ว่าผลของโรคนี้สามารถกลายเป็นปมที่สร้างความเจ็บปวดและฝังใจไปจนตลอดชีวิตของเด็กผู้ป่วย แต่เรื่องที่ดีก็คือ โรคย้ำคิดย้ำทำสามารถรักษาให้หายขาดได้แล้วในปัจจุบัน โดยอาศัยการกระตุ้น และการแทรกแซงการแสดงอาการของโรคอย่างเหมาะสม เป็นประจำสม่ำเสมอ เด็กและวัยรุ่นส่วนมากสามารถต่อสู้กับอาการของโรคจนสามารถควบคุมอาการและกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้

ปัจจุบันทางรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำนั้นมีการพัฒนาหาวิธีกันเรื่อยมาและค่อนข้างได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยอาศัยทั้งการรักษาด้วยยา และการทำพฤติกรรมบำบัด (ในกรณีนี้รวมถึงการใช้จิตวิทยาในการบำบัดร่วมด้วย) ด้านการรักษาด้วยยานั้น ปัจจุบันมีตัวยาหลายขนานที่ได้รับการยอมรับแล้วว่ารักษาอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำได้ผล เช่น clomipramine, fluoxetine, fluvoxamine, sertraline และ paroxetine ถ้าหากใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ผล ก็สามารถเปลี่ยนไปรักษาด้วยตัวยาชนิดอื่นแทนได้ ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีการวิจัยเพื่อค้นหาตัวยาอื่นๆ ที่จะใช้ได้ผลเพิ่มเติมด้วย ส่วนทางด้านพฤติกรรมบำบัด มีวิธีการรักษาโดยให้ผู้ป่วยได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่กังวลหรือกลัว และให้นักจิตวิทยาช่วยแนะนำการป้องกันการกระทำซ้ำๆ ที่จะเกิดขึ้น และรับมือกับความกลัวหรือความกังวลนั้นได้ดียิ่งขึ้น เรียกวิธีการนี้ว่า “Exposure and response prevention”

นอกจากนี้ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วเบื้องต้นว่า โรคย้ำคิดย้ำทำ บางครั้งอาจก่อให้เกิดผลเสียอื่นๆ ตามมาได้ เช่น อาการของโรคซึมเศร้า ความผิดปกติในการรับประทานอาหาร ปัญหาการถูกล้อเลียน หรือรังแก เกิดโรคเครียด หรือโรคที่เกี่ยวกับความกังวลอื่นๆ ตามมา ซึ่งโรคย้ำคิดย้ำทำนี้บางครั้งก็วินิจฉัยได้ยาก เพราะอาการย้ำคิดย้ำทำนี้ สามารถเกิดขึ้นโดยที่เป็นอาการประกอบ หรือเกิดขึ้นมาพร้อมกับความผิดปกติทางสมองอื่นๆ ได้ เช่น โรคทูเร็ตต์ (Tourette’s syndrome) ซึ่งเป็นอาการกระตุกซ้ำๆ ของกล้ามเนื้อ เป็นต้น การตรวจสอบอาการให้พบยิ่งเร็วเท่าใด ก็ยิ่งจะทำให้เริ่มการรักษาอย่างถูกต้อง และได้ผลเร็วมาขึ้นเท่านั้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาโรคย้ำคิดย้ำทำได้อย่างไร?

สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถทำเพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำ มีดังนี้

  • หากสงสัยว่าเด็กจะมีอาการย้ำคิดย้ำทำควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง
  • การมีเด็กที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำอยู่ในครอบครัว ผู้ปกครองต้องเรียนรู้ลักษณะอาการของโรค และให้การเลี้ยงดูเด็กโดยเน้นการให้กำลังใจและให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ รวมถึงต้องเตรียมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบและขั้นตอนการรักษาต่างๆ
  • ศึกษาทางเลือกในการรักษาเพิ่มเติม เช่น การบำบัดด้วยวิธีการปรับความคิด (Cognitive therapy) การใช้วิตามินหรืออาหารเสริมบางจำพวก เป็นต้น
  • พิจารณาระบบการศึกษาพิเศษที่อาจเหมาะสมสำหรับเด็ก
  • ผู้ปกครองควรมีเวลาใกล้ชิดกับเด็กเพื่อรับทราบปัญหาต่างๆ เช่น การโดนล้อเลียนหรือกลั่นแกล้ง ที่เด็กอาจเลี่ยงที่จะบอกให้ผู้ปกครองทราบโดยตรง

เกร็ดความรู้เพื่อครู

สำหรับครูที่สงสัยว่าจะมีเด็กที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำในชั้นเรียน หรืออาการใกล้เคียง ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างใกล้ชิด เพื่อมองหาความผิดปกติที่เป็นสัญญาณบ่งชี้ ดังนี้

  • เมื่อเด็กขาดเรียนบ่อยๆ ทั้งที่ปกติแล้วเด็กเข้าเรียนสม่ำเสมอ
  • ประสิทธิภาพในการทำการบ้าน การเรียน หรือสมาธิในห้องเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • เด็กไม่มีสมาธิในการเรียนในชั้นเรียน
  • เด็กมีอาการลังเลที่จะมีปฏิสัมพันธ์หรือเข้าร่วมในการทำกิจกรรมในชั้นเรียน

และหากพบว่าเด็กมีอาการย้ำคิดย้ำทำจริง ก็ควรให้การดูแลและความช่วยเหลือ ดังนี้

  • พูดคุยกับผู้ปกครองของเด็ก เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างราบรื่นทั้งทางบ้านและที่โรงเรียน กรณีเด็กเล็ก อาจสนับสนุนให้เด็กเขียนบันทึกประจำวัน ที่ผู้ปกครองสามารถนำมาให้ครูได้อ่านเพื่อเข้าใจความคิดและความรู้สึกของเด็กมากขึ้น
  • พิจารณาอนุญาตให้เด็กเลือกโต๊ะและที่นั่งเองได้ตามความชอบ เพื่อความสบายใจของเด็ก
  • พิจารณาการวัดผลการเรียนรู้ของเด็กที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำ และพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับการทดสอบวัดผล เพื่อตรวจสอบความรู้สึกหรือความเครียดของเด็ก
  • ควรทราบปัญหา ลักษณะอาการของเด็กในปกครอง เช่น เด็กที่มีอาการย้ำคิดย้ำแบบกลัวการติดเชื้อโรคอาจขอออกไปเข้าห้องน้ำบ่อยผิดปกติ การห้ามไม่ให้เด็กในกรณีนี้ไปใช้ห้องน้ำอาจก่อให้เกิดอาการวิตกกังวลกับเด็กได้

บรรณานุกรม

  1. Living with Obsessive Compulsive Disorder - http://www.teachersupport.info/living-obsessive-compulsive-disorder#.UchaNSE5PIU [2013, June 21]
  2. Childhood Obsessive-Compulsive Disorder - http://childdevelopmentinfo.com/child-psychology/child_ocd/ [2013, June 20]
  3. Obsessive-Compulsive Disorder - http://kidshealth.org/parent/emotions/behavior/OCD.html [2013, June 11]
  4. Obsessive-Compulsive Disorder In Children And Adolescents - http://www.aacap.org/cs/root/facts_for_families/obsessivecompulsive_disorder_in_children_and_adolescents [2013, June 21]
  5. Obsessive-Compulsive Disorder (OCD) - Symptoms and Treatment of Compulsive Behavior and Obsessive Thoughts - http://www.helpguide.org/mental/obsessive_compulsive_disorder_ocd.htm [2013, June 21]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
supawan