หน้าหลัก » Blogs » โรงเรียนพอเพียง (Sufficiency School) - ตอนที่ 2 และตอนจบ

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


โรงเรียนพอเพียง

ประการที่สี่ กิจกรรมสอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวคือ การบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามแบบภูมิสังคมของโรงเรียน คือ มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ให้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมใกล้ตัวเด็ก โดยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องความเป็นอยู่และอาชีพของคนในชุมชน รวมทั้งมีการใช้อุปกรณ์วัสดุในท้องถิ่นมาใช้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เด็กที่อยู่ในชุมชนที่มีการทำสวนทุเรียน ก็ควรได้เรียนรู้เรื่องทุเรียน การทำขนมโดยมีทุเรียนเป็นวัตถุดิบ เป็นต้น ส่วนในด้านคุณธรรมและการดำเนินชีวิต ครูควรปลูกฝังการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติตนในทางสายกลางให้นักเรียน มีความพอประมาณด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม มุ่งให้เด็กๆ ก้าวหน้าไปได้อย่างสมดุล และมีความคิดสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน โดยปลูกฝังให้เด็กรู้จักตัวตนของตนเอง กล่าวคือรู้จักประมาณตน รู้จักนับถือ ยอมรับ มีความภาคภูมิใจในตนเองและครอบครัว

ประการที่ห้า บูรณาการทักษะทางวิชาการลงในกิจกรรม กล่าวคือ มีการจัดกิจกรรมที่ผสมผสานทักษะวิชาการด้านต่างๆ เข้าไปด้วย ได้แก่ ทักษะทางภาษา ทักษะทางคณิตศาสตร์ ทักษะทางวิทยาศาสตร์ และทักษะทางสังคม ยกตัวอย่างเช่น สำหรับทักษะวิชาการด้านภาษาควรเริ่มต้นโดยให้เด็กได้ฝึกพัฒนาด้านการฟังและพูดจากนิทาน ปริศนาคำทาย เรื่องเล่า คำคล้องจอง จากนั้นจึงต่อยอดด้วยทักษะการอ่านและการเขียนผ่านการจำภาพ ทายภาพ ทายคำ รวมทั้งควรจัดกิจกรรมโดยการบูรณาการภาษาท้องถิ่นหรือภาษาต่างประเทศที่สอดคล้องกับโรงเรียนและชุมชนด้วย ในส่วนของทักษะทางวิทยาศาสตร์ ควรฝึกเด็กๆ ทั้งทักษะด้านการสังเกต การสำรวจ และการลงความเห็นจากข้อมูล ส่วนทักษะทางคณิตศาสตร์ไม่ควรสอนเด็กแค่เรื่องจำนวน และการนับ แต่ควรสอดแทรกเรื่องการเปรียบเทียบ รูปร่าง การวัด การชั่ง การตวง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้เข้าไปด้วย ที่สำคัญคือ ควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้ประสบการณ์ตรงจากการไปทัศนศึกษา ได้ฟังวิทยากร และเรียนรู้จากชุมชนโดยตรง และต้องอย่าลืมสอดแทรกทักษะทางสังคมและจริยธรรมเข้าไปในทุกๆ วิชา เช่น หน่วยร่างกายของเรา ก็สามารถสอดแรกเรื่องการป้องกันการแพร่เชื้อโรคจากเราไปสู่เพื่อนหรือคนอื่นในชุมชนด้วยได้

ประการที่หก ใช้วัสดุท้องถิ่นและนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักคิดในการผลิตสื่อประกอบการเรียนการสอนกล่าวคือ เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ ราคาถูก เป็นของจริงที่มีอยู่ใกล้ตัว เป็นของจริงตามธรรมชาติหรือหาได้ในท้องถิ่น มาใช้เป็นผลิตเป็นสื่อการเรียนการสอน มีการจัดทำสื่อที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้อย่างการสร้างสรรค์ เช่น การนำฝักบัวแห้ง น้ำเต้าแห้งมาทำเครื่องเคาะจังหวะ ใช้ใยมะพร้าวและกากมะพร้าวปลูกต้นไม้ ใช้ไม้ในท้องถิ่นแกะสลักเป็นของเล่น นำผักและผลไม้ที่หาได้ในท้องถิ่นมาประกอบอาหารต่างๆ หรือผลิตสื่อการเรียนจากวัสดุที่หาได้ง่าย เช่น ใช้กิ่งไม้มาเรียงเป็นภาพ ใช้สีสกัดจากดอกไม้ ใช้กรวด ทราย ถ่าน มาทำเครื่องกรองน้ำ ที่สำคัญคือ ต้องให้เด็กเองมีส่วนในการผลิตสื่อการเรียนการสอนด้วย สอนให้เด็กรู้จักคิดเองทำเอง ส่วนครูก็ต้องรู้จักดัดแปลงและเลือกวัสดุที่ปลอดภัยกับเด็กมาใช้ เช่น การใช้สีที่สกัดจากดอกไม้ในการทำงานศิลปะแทนสารเคมี การใช้เทปกาวใสทำม้าก้านกล้วยแทนไม้เสียบ เป็นต้น

อีกสิ่งที่ครูควรคำนึงถึง คือ ข้อหลีกเลี่ยงและข้อควรระวังในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับปฐมวัย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อเด็กๆ ในภายหลัง เช่น ไม่ควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้เด็กเรียนรู้ด้านอาชีพเพียงเพื่อหารายได้อย่างเดียว ซึ่งเป็นการรับรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในมิติด้านวัตถุเท่านั้น และไม่ควรจัดกิจกรรมโดยที่ไม่สอนให้เด็กทราบถึงวัตถุประสงค์ของการกระทำนั้นๆ เช่น ให้เด็กนำเงินมาหยอดกระปุกเก็บออมทุกวัน แต่ไม่ได้บอกเด็กถึงเหตุผลของการออม เด็กก็อาจจะทำตามแค่เพียงเพราะเชื่อฟังครูหรือกลัวครู แต่ไม่ได้เข้าใจจริงๆ ว่าประโยชน์ของการออมคืออะไร เป็นต้น

แหล่งข้อมูล:

  1. Do&Don't รูปแบบการจัดกิจกรรมบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับปฐมวัย -http://www.sufficiencyeconomy.org/ebook/ebook508/#/1/ [2014, April 5]
  2. ตามรอยพ่อ ชีวิตพอเพียง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน- http://www.sufficiencyeconomy.org/ebook/ebook305/#/8 [2014, April 5]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน