หน้าหลัก » Blogs » โรงเรียนสาธิต แนวคิดมิติใหม่ (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ศ. นพ. รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงการก่อตั้งโรงเรียนสาธิตนานาชาติ ในกำกับของมหาวิทยาลัยมหิดลว่า เกิดขึ้นจากแนวความคิดใน 4 มิติ ด้วยกัน กล่าวคือ (1) วิธีการเรียนรู้ โดยเน้นการสร้างปัญญาจากประสบการณ์ (2) ความเป็นเลิศทางวิชาการที่มุ่งเน้นการศึกษาและการเรียนการสอนที่เหนือมาตรฐาน (3) การเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมที่ควบคู่ไปกับการสร้างศักยภาพทางปัญญา และ (4) การเสริมสร้างเครือข่าย ให้แข็งแรงเพื่อเป็นรากฐานสู่อนาคต

โรงเรียนสาธิต (Demonstration School) เป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์จากวิวัฒนาการ การศึกษาก้าวหน้า (Progressive education) ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวด้านศิลปะการสอน (Pedagogical) ที่เริ่มต้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19 แล้ววิวฒนาในรูปแบบต่างๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน และเมื่อไม่นานมานี้ ได้กลายเป็นทางเลือก (Alternative) จากการเรียนการสอนที่อาศัยการทดสอบ (Test-oriented) เป็นหลัก

คำว่า “ก้าวหน้า” ใช้เพื่อแยกแยะความแตกต่างของการศึกษาจากหลักสูตร (Curriculum) แต่ดั้งเดิม ที่ใช้มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีรากลึกมาจากการเตรียมตัวพื้นฐาน (Classical preparation) สำหรับการศึกษาในมหาวิทยาลัย และการแบ่งชนชั้นสังคมตามเศรษฐฐานะ (Socio-economic)

การศึกษาก้าวหน้า ซึ่งมีรากลึกอยู่ในประสบการณ์ปัจจุบัน มีคุณลักษณะ (Qualities) ดังนี้

  • ตอกย้ำการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ อาทิ การทำโครงงาน (Project) การเดินทางสำรวจ (Expeditionary) และการอาศัยประสบการณ์ (Experiential)
  • หลักสูตรบูรณาการ (Integrated curriculum) ที่มุ่งเน้นหัวเรื่งเฉพาะ (Thematic)
  • บูรณาการความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ในการศึกษา
  • เน้นหนักการแก้ปัญหา (Problem solving) และการคิดเชิงวิจารณ์ (Critical thinking)
  • การทำงานเป็นหมู่คณะและพัฒนาการของทักษะทางสังคม (Social skills)
  • ความเข้าใจและปฏิบัติการ (Action) แทนการเรียนรู้แบบท่องจำ (Rote)
  • โครงการความร่วมมือ (Collaborative) และการเรียนรู้แบบสหกรณ์ (Cooperative learning)
  • การศึกษาสำหรับความรับผิดชอบต่อสังคม (Social responsibility) และประชาธิปไตย (Democracy)
  • การศึกษาเฉพาะบุคคล (Personalized) เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายแต่ละบุคคล (Individualized)
  • บูรณาการบริการชุมชน (Community service) และโครงงานการเรียนรู้บริการให้เข้ากับหลักสูตรแต่ละวัน
  • การคัดเลือกเนื้อหาวิชา (Subject content) โดยการมองไปข้างหน้า แล้วตอบคำถามว่า ทักษะอะไรที่จำเป็นในสังคมอนาคต
  • การไม่เน้นหนักตำราเรียน แต่เน้นหนักทรัพยากรหลากหลายที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้
  • การตอกย้ำการเรียนรู้ตลอดขีวิต (Lifelong learning)
  • การประเมินโครงงานและการผลิต (Production) ของเด็กนักเรียน

แหล่งข้อมูล

  1. ปั้นเด็กสาธิต ม. มหิดล สู่สังคมโลก ยึดมั่นแนวทางพื้นฐานของความเป็นไทย - http://www.naewna.com/local/47243 [2013, April 9]
  2. Laboratory school. http://en.wikipedia.org/wiki/Laboratory_school [2013, April 9].
  3. Progressive education. http://en.wikipedia.org/wiki/Progressive_education [2013, April 9].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน