หน้าหลัก » Blogs » โรงเรียนสาธิต แนวคิดมิติใหม่ (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศ. นพ. รัชตะ รัชตะนาวิน เปิดเผยถึงมิติใหม่ของโรงเรียนสาธิต ในกำกับของมหาวิทยาลัย มหิดลว่า จะนำไปสู่การสร้างสิ่งสำคัญคือ “ทักษะ [ประสบการณ์] ชีวิต” แก่ผู้เรียน เป็นการเตรียมความพร้อมของนักเรียน ที่จะเข้าสู่ระบบอุดมศึกษา เพื่อก้าวไปเป็นคนไทยที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้ แต่ต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นคนไทย วัฒนธรรมไทย มรรยาทที่ดีของคนไทย

การศึกษาก้าวหน้า (Progressive education) สามารถแกะรอยย้อนหลังไปถึงผลงานของจอห์นลอค (John Locke) และ ฌอง จาค รุสโซ (Jean-Jacques Rousseau) ต้นแบบของความคิดแรกเริ่มรุ่นพ่อ (Paternal forerunners) ซึ่งส่งผลต่อความคิดของจอห์น ดิวอี (John Dewey) ในเวลาต่อมา

จอห์น ล็อค คาด (Speculate) ว่า “ความจริงและความรู้ . . . เป็นสิ่งที่ได้จากการสังเกตและประสบการณ์ มากกว่าการกลั่นกรอง (Manipulation) จากความคิด” เขากล่าวต่อ ถึงความจำเป็นสำหรับเด็กนักเรียน ผู้ต้องได้รับประสบการณ์ที่ชัดเจนและจับต้องได้ (Concrete) จึงจะเกิดการเรียนรู้

รุสโซ ขยายข้อสมมุติฐาน (Assumption) ในหนังสือว่าด้วยเรื่องธรรมชาติของการศึกษา Émile โดยมีจุดยืน (Standpoint) ที่ต่อต้านการที่นักเรียนต้องจำนน (Subordinate) ต่อครู และต่อต้านการท่องจำของข้อมูล ซึ่งได้นำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาในเวลาต่อมา

ในต้นแบบของความคิดแรกเริ่มของการศึกษาก้าวหน้า ยังมีอีกท่านหนึ่งคือ โจฮัน (Johann Heinrich Pestalozzi) ผู้มีชีวิตระหว่าง พ.ศ. 2289 – ถึง พ.ศ. 2370 การวิจัยและทฤษฎีของท่านคล้ายคลึงกับหัวข้อที่รุสโซกล่าวถึงใน Émile ซึ่งทำให้เขาได้รับการพิจารณาจากหลายคน ให้เป็น “บิดาแห่งการศึกษาสมัยใหม่” (Father of Modern Educational Science)

ทฤษฎีจิตวิทยาของเขาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา มุ่งเน้นเรื่องพัฒนาการการสอนสิ่งที่จับต้องได้ (Object teaching) กล่าวคือ เขารู้สึกว่า ผู้คนเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านประสบการณ์และการกลั่นกรองสิ่งที่จับต้องได้ เขาคาด (Speculate) ว่า เด็กนักเรียน เรียนรู้ผ่านแรงจูงใจภายใน (Intrinsic) มากกว่าการบังคับ (Compulsion) จากภายนอก (Extrinsic) ดังนั้น งานของครูจึงเป็นเพียงช่วยนำทาง ให้นักเรียนแต่ละคนเรียนรู้ด้วยตนเองตามธรรมชาติ

การเคลื่อนไหวเพื่อการศึกษาก้าวหน้า (Progressive Education Movement) ซึ่งเริ่มต้นในคริสต์ทศวรรษ 1880 (ประมาณ พ.ศ. 2423) แล้วดำเนินไปประมาณ 60 ปี ได้มีส่วนสร้างระบบโรงเรียนรัฐ จาก “หน่อความคิด” (Budding) ไปสู่มาตรฐาน โดยมี จอห์น ดิวอี (John Dewey) เป็นแรงผลักดันสำคัญอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวจากประมาณ พ.ศ. 2423 จนถึงปี พ.ศ. 2447

จอห์น ดิวอี เป็นผู้วางรากฐานปรัชญาการศึกษา และการปฏิรูปโรงเรียน (School reforms) อย่างเป็นรูปธรรม ปฏิกิริยาของเขาต่อทฤษฎีและปฏิบัติการในวงการการศึกษาในเวลานั้น นำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุง และแนะนำให้ครูและผู้บริหาร ผนวก “การศึกษาแนวใหม่” (New Education) เข้าไปในประวัติศาสตร์ของพัฒนาการทางความคิดการศึกษา ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงต้น ศตวรรษที่ 20 จอห์น ดิวอีให้ความสำคัญกับการประยุกต์ในทางปฏิบัติ (Pragmatism) และลักษณะคุณธรรม (Moral absolute) ซึ่งรวมทั้ง “จริยธรรมตามสถานการณ์” (Situational ethics)

แหล่งข้อมูล

  1. ปั้นเด็กสาธิต ม. มหิดล สู่สังคมโลก ยึดมั่นแนวทางพื้นฐานของความเป็นไทย - http://www.naewna.com/local/47243 [2013, April 10]
  2. Progressive education. http://en.wikipedia.org/wiki/Progressive_education [2013, April 10].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน