หน้าหลัก » Blogs » ไข้หวัดในเด็กเล็ก (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ข้อควรระวังก็คือ ยาแอสไพริน (Aspirin) ไม่ควรให้แก่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี [และเด็กวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 19 ปี ก็ไม่ควรได้รับยาแอสไพรินระหว่างป่วยด้วยเชื้อไวรัส] เพราะอาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นอาการไร (Reye syndrome) แม้ว่าจะพบยาก แต่รุนแรงมากอาจถึงตายได้

[Reye syndrome ตั้งชื่อตามแพทย์พยาธิ (Pathologist) ชาวออสเตรเลีย ผู้ค้นอาการนี้ในปี พ.ศ. 2506 ซึ่งมีผลกระทบต่อสมองและตับในเด็กส่วนใหญ่ที่เพิ่งฟื้นไข้จากการติดเชื้อไวรัส แม้ในปัจจุบัน อาการดังกล่าวยังไม่เป็นที่เข้าใจกันนัก แต่หลังการแนะนำมิให้เด็กกินยาแอสไพรัสเพื่อแก้หวัด กรณี (Case) ของอาการดังกล่าว ก็ลดน้อยถอยลงมาก]

แม้ว่า พ่อแม่อาจได้รับการชักจูงให้ใช้ยาแก้หวัด คัดจมูก และลดน้ำมูกจากร้านขายยา แต่ก็มีหลักฐานสนับสนุนเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลยว่ายาเหล่านี้จะได้ผล ซึ่งจริงๆ แล้วยาแก้คัดจมูกสามารถทำให้เกิดประสาทหลอน ขี้โมโห และหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้

โดยเฉพาะในเด็กทารก และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี ไม่ควรใช้ยาแก้หวัด โดยปราศจากการปรึกษาแพทย์ และในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า ไม่มีเหตุผลที่จะใช้ยาเหล่านี้ในเด็กต่ำกว่า 6 ปี เลย การปฏิบัติที่ช่วยลดอาการไม่สบายจากไข้หวัด ได้แก่

  • ล้างจมูกโดยการหยดน้ำเกลือในรูจมูก เพื่อลดอาการคัดจมูก (สามารถหาซื้อน้ำเกลือจากร้านขายยา)
  • ให้ละอองน้ำเย็นเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ
  • ใช้ขี้ผึ้ง วาสลีน ทาบนผิวหนังใต้จมูกเพื่อบรรเทาผิวแห้ง
  • อมลูกอม หรือ ยาน้ำแก้ไอ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ (สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป)
  • อาบน้ำอุ่น หรือใช้แผ่นประคบร้อน เพื่อที่จะบรรเทาอาการปวด
  • ใช้ไอน้ำร้อนจากฝักบัวจะช่วยให้เด็กหายใจคล่องขึ้น

มักมีคำถามจากพ่อแม่ว่า แล้วซุบไก่เป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีการพิสูจน์จริงๆ ว่าการกินซุบไก่จะสามารถรักษาไข้หวัดได้ แต่มีการรักษาผู้ป่วยได้โรคหวัดด้วยซุบไก่มามากกว่า 800 ปี เพราะว่าซุบไก่ประกอบด้วยเยื่อเมือกของกรดอะมิโน (Amino) บางๆ ที่เรียกว่า “ซิสเทอีน” (Cysteine) และนักวิจัยบางคนได้แสดงให้เห็นว่า ซุบไก่สามารถช่วยการรวมตัวของเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า “นิวโตรฟิลส์” (Neutrophils) ได้

อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดคือ พ่อแม่ควรให้ลูกกินอาหารเมื่อถึงเวลาหิว และดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้มากๆ เพื่อชดเชยของเหลวที่ร่างกายสูญเสียไประหว่างมีไข้ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน [อาทิในน้ำอัดลม] ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ปัสสาวะบ่อยๆ และเพิ่มความเสี่ยงของการสูญเสียน้ำ

คำถามต่อไปจากพ่อแม่ ก็คือ แล้วเมื่อไร จึงควรไปพบแพทย์ แม้ว่าแพทย์ อาจไม่สามารถแยกแยะเชื้อไวรัสจำเพาะที่เป็นสาเหตุของอาการไข้หวัด แต่สามารถตรวจสอบคอและหูของเด็กได้ และเพาะเลี้ยงเชื้อ (Culture) ที่คอ เพื่อให้แน่ใจว่าอาการป่วยไม่ได้เกิดจากสาเหตุอื่น ซึ่งต้องได้รับการรักษาเป็นพิเศษ

แหล่งข้อมูล:

  1. ยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กเล็ก พัฒนาสุขภาพกายสุขภาพจิต - http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000108005&Keyword=%ca%d8%a2%c0%d2%be [2013, September 17].
  2. Kid’s common cold - http://kidshealth.org/parent/infections/common/cold.html#cat20029 [2013, September 17].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน