หน้าหลัก » Blogs » ไม่กินมื้อเช้า จะเอาแรงที่ไหนมา (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


อธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการกินอาหารเช้าโดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัยในปี พ.ศ. 2555 ในเรื่องเด็กวัยเรียน พบว่า เด็กอายุ 6 - 11 ปี ไม่กินอาหารเช้า 30% และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเมื่อเด็กเติบโตขึ้น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนหญิง อายุ 12 - 14 ปี ไม่กินอาหารเช้าถึง 52%

[เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก] พ่อแม่จึงควรให้ความสำคัญกับอาหารเช้า ยิ่งในช่วงเปิดเทอมแล้ว หากเด็กวัยเรียนไม่กินอาหารเช้าจะส่งผลเสียต่อการเรียนและสุขภาพ เพราะร่างกายจะทำงานเพื่อเผาผลาญตลอดเวลาแม้ในขณะนอนหลับอยู่

เมื่อขาดอาหารเช้า ร่างกายของเด็กก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิดอารมณ์เสีย อาจถึงขั้นหน้ามืดเป็นลมได้ เมื่อสมองได้รับน้ำตาลกลูโคสไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ จะทำให้เด็กไม่มีสมาธิในช่วงเวลาเรียน และอาจเป็นโรคกระเพาะจนถึงขั้นต้องพักการเรียนได้

"หลักโภชนาการที่ถูกต้อง ควรกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อโดยเฉพาะมื้อเช้าซึ่งถือเป็นมื้อที่สำคัญมาก หากไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้าเองก็ควรจะเพิ่มเวลาซัก 10 - 20 นาทีเพื่อออกไปเลือกเมนูอาหารเช้าที่เหมาะสมนอกบ้าน เพราะทุกวัยโดยเฉพาะเด็กวัยเรียนเป็นวัยที่ต้องการพลังงานสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย ให้เพียงพอต่อร่างกาย"

ในขณะที่ผู้ใหญ่จำเป็นต้องกินอาหารเช้าทุกๆ วัน เพื่อให้มีแรงทำงาน เด็กๆ ก็มีความจำเป็นมากกว่า ร่างกายของเด็กที่กำลังโต และสมองที่กำลังพัฒนา ต้องอาศัยการกินอาหารอย่างสม่ำเสมอ หากเด็กๆ อด (Skip) กินอาหารเช้า เป็นระยะเวลายาวนาน อาจลงเอยด้วยปัญหาที่มีผลกระทบ [ในทางลบ] ต่อร่างกาย สติปัญญา และพฤติกรรม

ถ้าพ่อแม่และลูกพร้อมใจกันอดอาหารเช้า อย่างสม่ำเสมอเพื่อประหยัดเวลา ลดจำนวนแคลอรี หรือ นอนได้ยาวนานขึ้นอีก 10 - 20 นาที ก็ควรเข้าใจใหม่ว่า การกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ (Nutrition) ในมื้อเช้า อาจช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าในระยะยาว การ “เติมพลัง” (Re-charging) ให้สมองและร่างกาย จะทำให้สมาชิกของครอบครัวมีประสิทธิภาพขึ้นในทุกๆ สิ่งที่ทำ

การศึกษาวิจัย พบว่า เด็กที่อดอาหารเช้า มักไปโรงเรียนสาย และขาดเรียนบ่อยกว่าเด็กที่กินอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ การปรุงอาหารเช้าที่ดี อาจทำได้อย่างรวดเร็วและง่าย อาทิ การเทนมใส่ในข้าวซีเรียล (Cereal) เวลาที่ลงทุนไปในอาหารเช้ามีคุณค่ามากกว่าการนอนที่ยาวนานขึ้น 10 - 20 นาที

ถ้าพ่อแม่เห็นว่าลูกของตนไม่สามารถตื่นนอนทันกินอาหารเช้า ก็ควรพิจารณาเตรียมห่อกับข้าวในคืนก่อนนอน เพื่อให้ลูกจะได้กินระหว่างเดินทางไปโรงเรียนเช้าวันรุ่งขึ้น หรือไปซื้อกินที่โรงอาหารของโรงเรียน หากมีการจำหน่ายในโรงเรียน ในขณะเดียวกัน พ่อแม่ควรต้องให้การอบรมลูกในเรื่องความสำคัญของอาหารมื้อเช้า และบทบาทสำคัญของอาหารมื้อเช้าที่มีต่อการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและป้องกันมิให้ป่วยเป็นโรคอ้วน (Obesity) เป็นต้น

อาหารเช้า ควรประกอบด้วยแหล่งโปรตีนที่เหมาะสมและเต็มไปด้วยอาหารเส้นใย (Fiber) ส่วนผลสมทั้งสองจะช่วยสนองตอบความหิวโหย และจะช่วยให้ลูกลดความอยากอาหารจนกว่าจะถึงมื้อกลางวัน ส่วนโปรตีนอาจมาจากเนื้อที่มีไขมันต่ำ ผลิตภัณ์นมที่มีไขมันต่ำ หรือถั่วและเนยถั่ว

แหล่งข้อมูล:

  1. ไม่กินอาหารเช้าเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน - http://www.naewna.com/local/54301 [2013, June 8].
  2. Why Breakfast Is the Most Important Meal of the Day? - http://www.webmd.com/food-recipes/most-important-meal [2013, June 8].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน