หน้าหลัก » Blogs » ไม่กินมื้อเช้า จะเอาแรงที่ไหนมา (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บางคนอดอาหารเช้าในความพยายามที่จะลดน้ำหนัก แต่การปฏิบัติดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะเพิ่มน้ำหนักมากกว่า เพราะการอดอาหารมีสหสัมพันธ์ในเชิงบวกกับพัฒนาการของโรคอ้วน (Obesity) การศึกษาวิจัยแสดงผลของน้ำหนักเกิน (Overweight) และเด็กอ้วน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะอดอาหารเช้ามากกว่าเด็กทั่วไป

[คุณผู้อ่าน อาจสงสัยในความขัดแย้งกับความรู้สึกของคนทั่วไป] ปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเพราะเด็กที่อดอาหารเช้า มีแนวโน้มที่จะกินอาหารมื้อถัดไปมากกว่าปรกติ หรือ ขนมขบเคี้ยว (Nibble) ที่มีแคลอรีสูง [ระหว่างรอคอยอาหารมื้อต่อไป]

การศึกษาวิจัยหลายฉบับ แสดงว่า ผู้คนมีแนวโน้มที่จะสะสมไขมันในร่างกายมากขึ้น เมื่อกินอาหารจำนวนมื้อลดลง [จาก 3 มื้อต่อวัน] และกินในปริมาณมากในแต่ละมื้อที่กิน เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนแคลอรีที่เท่ากันกับเมื่อกิน ด้วยปริมาณน้อยในแต่ละมื้อ แต่ถี่ขึ้นในจำนวนมื้อที่กิน

ผลการศึกษาวิจัย ยังแสดงว่า เด็กที่กินอาหารเช้า จะทำคะแนนในการทดสอบการรับรู้ (Cognitive test) ในโรงเรียน ได้ดีกว่าเด็กที่อดอาหารเช้า ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาวิจัยในผู้ใหญ่ อาจเป็นเพราะสมองของเด็ก ก็จำเป็นต้องได้รับการ “เติม เชื้อเพลิง” (Re-fuel) เช่นผู้ใหญ่ จึงจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

เด็กสาววัยรุ่น มักอดอาหารเช้า เพื่อลดจำนวนแคลอรีและลดน้ำหนัก แต่น่าเสียดายที่กลยุทธ์นี้มักไม่ประสบผลสำเร็จ พ่อแม่ควรสอนลูกว่า ร่างกายคนเรา โดยเฉพาะสมอง ต้องมีการ “เติมเชื้อเพลิง” 2 - 3 ครั้งต่อวัน เมื่อเด็กไม่กินอาหารเช้า ก็จะรู้สึกหิวไปจนถึงมื้อเที่ยง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ก็จะทำให้กินอาหารมากกว่าปรกติ จึงหักล้างกับจำนวนแคลอรีที่ลดลงโดยการอดอาหารเช้า และเด็กมักจะเลือกอาหารที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ เมื่อเวลาหิวโหยจนตาลาย (Starving)

สำหรับหลายๆ คน การกินอาหารเช้า อาจเป็นส่วนสำคัญของการลดน้ำหนัก การศึกษาวิจัย พบว่า ผู้คนที่กินอาหารเช้ามีแนวโน้มที่จะรักษาน้ำหนักที่เหมาะสมต่อสุขภาพ (Healthy weight) ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า อาหารเช้าจะช่วยให้เกิดการเผาผลาญ (Metabolism) ที่มากขึ้น เพราะการอดอาหารเป็นสาเหตุให้ร่างกายปรับตัวเข้าสู่ “วิถีหิวโหย” (Starvation mode)

วิธีการนี้ ฟังดูแล้วดี แต่จริงๆ แล้วมิได้เกิดขึ้น เพราะร่างกายต้องใช้เวลา 3 วันของการขาดอาหาร ก่อนที่จะเริ่มชะลอกระบวนการเผาผลาญ นอกจากนี้ ผู้ที่กินอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ มักมีแนวโน้มที่จะเลือกรายการอาหารที่เหมาะสมในมื้ออื่นๆ ของวันด้วย

แม้การกินอาหารเช้าบ้าง อาจดีกว่าอดอาหารเช้าไปเลย แต่ก็ไม่ควรกินอาหารเช้าที่เต็มไปด้วยไขมันและแคลอรีสูง ยังมีอาหารประเภทที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะมีการเติมสารอาหารบางชนิดที่มากเกินความจำเป็น อาทิ น้ำตาล เกลือ (Sodium) ไขมันอิ่มตัว (Saturated fat) และแคลอรี ควรลดอาหารเช้าที่ใส่นมในข้าวซีเรียล (Cereal) แต่โรยด้วยน้ำตาล (ซึ่งมีมากกกว่า 5.0 กรัม ต่อการกินหนึ่งครั้ง) ขนมปังที่มีแคลอรีสูง (High-calorie pastries) และเนื้อติดมัน อาทิ เบคอน (Bacon) และไส้กรอกที่มีเกลือ (Sodium) และไขมันอิ่มตัวสูง

แหล่งข้อมูล:

  1. Why Breakfast Is the Most Important Meal of the Day? - http://www.webmd.com/food-recipes/most-important-meal [2013, June 7].
  2. What You Need to Know About Skipping Breakfast - http://nutrition.about.com/od/nutrition101/a/breakfast.htm [2013, June 7].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน