หน้าหลัก » Blogs » ไม่กินมื้อเช้า จะเอาแรงที่ไหนมา (ตอนที่ 3 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


อาหารมื้อเช้าควรประกอบด้วยไข่ เพราะไข่เป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน โดยมีไขมันอิ่มตัว (Saturated fat) ต่ำ แม้ไข่เพียงฟองเดียว ก็ให้ปริมาณแคลอรีถึง 75 หน่วย อาจสร้างความอิ่มเอมใจให้บางคนได้ และสามารถช่วยขจัดความหิวโหยให้หลุดพ้นไป นอกจากนี้อาหารเช้าควรเส้นใยมาก รวมทั้งผลไม้ ผักและธัญพืชเต็มเม็ด (Whole grains) ในรูปแบบ 100%

อาหารเช้าที่เหมาะสมต่อสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องฟุ่มเฟือย (Extravagant) หรือใช้เวลานานในการเตรียมและปรุง ลองอาหารเช้าแบบฝรั่งอย่างง่ายๆ อาทิ ไข่ต้ม ขนมปังที่ทำด้วยธัญพืชเต็มเม็ด และน้ำผลไม้สด 100% ถ้วยหนึ่ง หรืออาจเป็นข้าวซีเรียลทำจากธัญพืชเต็มเม็ดชามหนึ่ง พร้อมผลไม้และนมไขมันต่ำ แต่อย่าลืมตรวจสอบฉลากของข้าวซีเรียลถึงจำนวนกรัมของน้ำตาล

พ่อแม่อาจซื้อข้าวซีเรียลในรูปแบบต่างๆ กัน อาทิ เป็นแท่ง แต่ต้องระวังปริมาณน้ำตาลในแต่ละแท่ง หากเด็กไม่ชอบกินอาหารเช้าเป็นสิ่งแรกของวัน พ่อแม่ก็สามารถแบ่งเป็นสองมื้อย่อย โดยกินไข่ต้ม หรือโยเกิร์ตถ้วยหนึ่ง ก่อนออกจากบ้าน หลังจากนั้นสัก 1 ชั่วโมง หรือเมื่อมาถึงโรงเรียน ก็อาจกินผลไม้ อาทิ แอปเปิลและฝรั่ง หรือถั่วที่ดีต่อสุขภาพ อาทิ ถั่วลิสงและถั่วลันเตา

หลังจากได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ระดับน้ำตาลในเลือด (Glucose) จะลดต่ำลงมาก เนื่องจากการได้นอนยาวนานถึง 8 -10 ชั่วโมง โดยที่ร่างกายไม่ได้รับอาหารเลย ดังนั้นท้องจึงว่างจนถึงรุ่งเช้า การกินอาหารเช้าเป็นมื้อใหญ่ จะเป็นการเติมน้ำตาลในเลือดให้กลับไปที่ระดับเดิม เพราะน้ำตาลดังกล่าว คือแหล่งพลังงาน (Source of energy)

สมองของเด็กอยู่ได้ด้วยน้ำตาลในเลือด แต่สมองก็มิได้เก็บน้ำตาลดังกล่าว เด็กจะมีความคิดฉลาดปราดเปรื่องและมีสมาธิ (Concentration) เมื่อมีการกินอาหารเช้ามื้อใหญ่ หากเด็กมีกิจกรรมที่ต้องทำมากในตอนเช้า พ่อแม่ก็ควรจัดแจงให้เด็กได้กินอาหารเช้ามื้อใหญ่ก่อน ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีพลังมหาศาลได้ เพราะน้ำตาลในเลือดช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ (Muscles) ทำให้เด็กรู้สึกเหนื่อยน้อยลง

การกินโดนัท (เคลือบน้ำตาล) เป็นอาหารเช้า จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเด็กสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Quick spike) สร้างความกระปรี้กระเปร่า แต่หลังจากนั้นระดับน้ำตาลในเลือดจะตกลงฮวบฮาบ แล้วทำให้เด็กหิวอีกครั้งหนึ่ง จนต้องกินอาหารเพิ่มในเวลาต่อมา (ซึ่งทำให้น้ำหนักเพิ่มโดยปริยาย) และนี่ไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ต้องการ

การศึกษาวิจัยครั้งแล้วครั้งเล่า แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่อดอาหารเช้ามักลงเอยด้วยน้ำหนักมากกว่าผู้ที่กินอาหารเช้าที่ทรงคุณค่าทางโภชนาการ (Nutrition) หากเด็กไม่เคยกินอาหารเช้ามื้อใหญ่มาก่อน ก็อาจเริ่มต้นด้วยปริมาณน้อยก่อน อาทิ ขนมปังปิ้งสักแผ่น แล้วทาด้วยแย้มผลไม้ จากนั้น ค่อยๆ เพิ่มปริมาณในวันต่อๆ มา

จุดสำคัญอยู่ที่การกินอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสมต่อสุขภาพ อาทิ การกินธัญพืชเต็มเม็ด 100% ที่ช่วยในการย่อยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความกระปรี้กระเปร่าตลอดวัน หากได้กินอาหารเช้าเต็มอิ่ม เด็กก็จะไม่หิวโหยเมื่อถึงเวลาอาหารมื้อกลางวัน จากนั้นก็ค่อยๆ ลดปริมาณลง (โดยเฉพาะเนื้อสัตว์) ในเวลาที่เหลือของวัน เมื่อถึงเวลาอาหารมื้อเย็น เด็กอาจไม่ต้องการกินอะไรมากนัก และพร้อมจะเข้านอนในเวลาอันสมควร

แหล่งข้อมูล:

  1. Why is Breakfast so important? - http://www.mrhealthy.com/articles/diet-nutrition/breakfast-important.aspx [2013, June 8].
  2. What You Need to Know About Skipping Breakfast - http://nutrition.about.com/od/nutrition101/a/breakfast.htm [2013, June 8].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน