หน้าหลัก » Blogs » DIY : ฝึกลูกเป็นนักประดิษฐ์ (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ฝึกลูกเป็นนักประดิษฐ์

ในโลกยุคดิจิตอลทุกวันนี้ เด็กๆ มีโอกาสมากมายที่จะได้บริหารกล้ามเนื้อมือและนิ้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นการเล่นวิดีโอเกมซึ่งไม่ได้เปิดโอกาสให้เด็กๆ สร้างสรรค์เท่าไรนัก พ่อแม่ยุคใหม่ลองถามตัวเองสักนิดว่า ลูกได้นั่งวาดรูป ระบายสี หรือทำกิจกรรมสร้างสรรค์ครั้งล่าสุดเมื่อไร

เพราะสภาพของยุคปัจจุบันซึ่งเด็กๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างกว้างขวาง เด็กส่วนใหญ่จึงใช้เวลากับอุปกรณ์เทคโนโลยี เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต ค่อนข้างมาก ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมอื่นที่ฝึกความคิดสร้างสรรค์มากนัก เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้จัดกิจกรรม “D.I.Y. ขยะแปลงร่าง” จากขวดพลาสติกเหลือใช้ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับบุตรหลานของตน

DIY เป็นคำย่อมาจากคำว่า Do –it-yourself ซึ่งหมายถึง การสร้าง การดัดแปลง หรือการซ่อมแซม ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เด็กๆ ก็สามารถทำ DIY ได้เช่นกัน ด้วยการทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุเหลือใช้ หรือวัสดุรอบๆ ตัว งานประดิษฐ์นี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Crafts การสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์นั้นสามารถช่วยเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ ด้วยเช่นกัน เช่น การเรียนภาษา ดนตรี ศิลปะ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และสุขศึกษา เป็นต้น

งานประดิษฐ์นั้นมีมาแต่สมัยโบราณเมื่อผู้คนยังต้องทำของใช้ขึ้นมาเองกับมือ แรกเริ่มเดิมทีนั้น เราทำงานประดิษฐ์เพื่อนำไปขาย เพื่อแสดงออกถึงความเชื่อหรือศิลปะ และเพื่อสร้างสรรค์ของใช้และของตกแต่งบ้าน แต่ในปัจจุบัน งานประดิษฐ์นับเป็นงานอดิเรกและสื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กได้อย่างดี เพราะมันไม่เพียงแต่ทำให้เด็กๆ เพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดพัฒนาการด้านต่างๆ อีกด้วย เช่น การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก พัฒนาความคิดความเข้าใจเรื่องสี จำนวน และ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กาวสามารถทำให้วัสดุติดกันได้ หรือ กาวจะแห้งถ้าทิ้งไว้ให้โดนลม เป็นต้น นอกจากนั้น งานประดิษฐ์ยังเปิดโอกาสให้เด็กๆ ใช้ความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

ประโยชน์ของงานประดิษฐ์สำหรับเด็กมีดังนี้

  1. ความคิดสร้างสรรค์ : การมีความคิดสร้างสรรค์นั้นเป็นความสามารถติดตัวมาตามธรรมชาติโดยที่คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ตัว เรามักจะได้ยินหลายๆ คนพูดว่า “ฉันทำไม่ได้เพราะฉันไม่มีความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งจริงๆ แล้วเหตุผลที่หลายคนไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ ก็คือ การกลัวความล้มเหลวมากกว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว แต่ละคนจะมีสิ่งที่ตัวเองถนัดต่างกันไป การได้ลองผิดลองถูกเวลาทำงานประดิษฐ์จะช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้
  2. ความอดทนอดกลั้น : ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับการกลัวความล้มเหลวอีกเช่นกัน เวลาที่เราลองทำบางสิ่งบางอย่างแล้วไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ เรามักจะมีปฏิกิริยาสองแบบ คือ เลิกทำ หรือไม่ก็ลองใหม่จนกว่าจะสำเร็จ ความอดทนอดกลั้นนี้เองที่เป็นคุณสมบัติที่พบได้ในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และนักกีฬามืออาชีพ งานประดิษฐ์สอนให้เด็กๆ รู้ว่าเมื่อบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหมาย ต้องอย่าท้อ และให้พยายามใหม่อีกครั้งจนกว่าจะสำเร็จ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ก็จะพยายามจนสำเร็จได้นั่นเอง

ประโยชน์ของงานประดิษฐ์ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ในตอนต่อไป ผู้เขียนจะกล่าวถึงประโยชน์ของงานประดิษฐ์ข้อที่เหลือ รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ที่จะสามารถนำมาเสริมระหว่างการทำงานประดิษฐ์ และวิธีที่ผู้ปกครองจะส่งเสริมให้บุตรหลานสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ได้

แหล่งข้อมูล:

  1. โลกสดใส กายสุขสันต์ D.Y.I ขวดแปลงร่าง สร้างสรรค์จินตนาการ http://www.naewna.com/local/74835 [December 3, 2013]
  2. Do it yourself - http://en.wikipedia.org/wiki/DIY [December 3, 2013]
  3. The benefits of arts and crafts for kids – http://www.examiner.com/article/the-benefits-of-arts-and-crafts-for-kids [December 3, 2013]
  4. Benefits of crafts for kids - http://www.kidspot.com.au/Development-Development-Benefits-of-craft-for-kids+5382+553+article.htm [December 3, 2013]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน