หน้าหลัก » Blogs » Day Care พื้นฐานปฐมวัย (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เมื่อไม่นานมานี้ คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแผนปฏิบัติการตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ.2555-2559 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย แผนปฏิบัติการดังกล่าว ประกอบด้วยโครงการ/แผนงานใน 4 ยุทธศาสตร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับสถานรับเลี้ยงเด็ก (Day-care centers หรือ Child-care centers) โดยให้มีการประชุมสัมมนาผู้ปกครองของเด็กที่รับบริการ ณ สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน และการฝึกอบรมแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านเด็กปฐมวัย จากข่าวนี้ ผู้ปกครองหลายท่านอาจต้องการทราบว่า สถานรับเลี้ยงเด็กนั้นมีความเป็นมาอย่างไร และจำแนกเป็นประเภทใดได้บ้าง

สถานรับเลี้ยงเด็ก นับเป็นการจัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ต่างมีการพัฒนาโรงเรียนสำหรับเด็กขึ้นอย่างแพร่หลาย เมื่อ ค.ศ. 1770 โอเบอร์แลง (Frederick Oberlin) ได้ตั้งโรงเรียนเด็กเล็กขึ้นในประเทศฝรั่งเศส โดยมีการดำเนินการสอนภาษา ฝึกกล้ามเนื้อมือ ออกกำลังกาย และ การเล่น ต่อมาในปี ค.ศ. 1820 โอเวน (Robert Owen) ได้เปิดโรงเรียนสำหรับเด็กเล็ก (Infant school) ขึ้นที่สหรัฐอเมริกา เพราะมีพื้นฐานความเชื่อว่า วัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้และพัฒนาบุคลิกภาพ ต่อมาปี ค.ศ. 1837 เฟรอเบล (Friedrich Froebel) ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลขึ้นในประเทศเยอรมัน

การศึกษาสำหรับเด็กเล็กในระยะแรกเน้นเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป เพราะเชื่อว่าเป็นวัยที่พร้อมต่อการเรียน แต่ด้วยโครงสร้างทางสังคมที่เปลี่ยนไป ประมาณ ปี ค.ศ. 1950 ในประเทศสหรัฐอเมริกา แม่บ้านต้องประกอบอาชีพนอกบ้าน มีผลทำให้การจัดการศึกษาอนุบาลต้องขยายขอบเขตจาก 3-6 ปี เป็นตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 8 ปี

ด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ การเมือง อุดมคติ และเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป ทำให้คำที่ใช้เกี่ยวกับการศึกษาเด็กเปลี่ยนไปเป็น “การศึกษาปฐมวัย (Early childhood education) โดยให้หมายถึง การบริการ การดูแล และการให้การศึกษาแก่เด็กแรกเกิดจนถึง 8 ปี โดยจัดเป็นระบบเดียวกัน เรียกว่า Educare ทำให้มีการขยายขอบเขตของการศึกษาสำหรับเด็กให้ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลเด็กทารก การดูแลเด็กเล็ก และโรงเรียนอนุบาล

เริ่มแรกนั้น แม้การศึกษาก่อนเข้าโรงเรียน จะเปลี่ยนเป็นการศึกษาปฐมวัยแล้วก็ตาม ยังพบว่าการเรียนในชั้นอนุบาลหรือการเรียนชั้นเตรียม ป. 1 มีความสำคัญกับการศึกษาปฐมวัยมากที่สุด จึงเน้นการผลิตครูอนุบาลเป็นหลัก ต่อมาจึงรวมวิชาการศึกษาปฐมวัยเข้าไปในหลักสูตรครูอนุบาล สุดท้ายจึงได้มีการปรับหลักสูตรการศึกษาครูเป็น 2 ระดับ คือ ครูผู้ทำหน้าที่ดูแลเด็ก (Child-care teacher) และครูอนุบาล มีการออกใบอนุญาตแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มครูที่ทำงานกับเด็กแรกเกิดถึงอายุ 4 ปี และกลุ่มครูที่ทำงานกับเด็กอายุ 5 ปี ถึง 8 ปี เหตุผลเพราะทั้งสองกลุ่มต่างมีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งด้านการบริหาร การสอน และการดูแล

หลังจากที่มีการปรับขอบเขตของการศึกษาปฐมวัยให้ครอบคลุมถึงการดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 8 ปีแล้ว ทำให้ผู้ที่มาทำหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย จะต้องผ่านการฝึกอบรมด้านการศึกษาปฐมวัยและจิตวิทยาพัฒนาการเด็กโดยเฉพาะ อีกทั้งต้องมีความรู้ และสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม มีเจตคติที่ดี และที่สำคัญสามารถดูแลและเลี้ยงเด็กได้โดยใช้หลักเหตุผล ทั้งนี้ ในปี ค.ศ. 1982 National Association for the Education of Young Children (NAEYC) และ Association for Childhood Education International (ACEI) ได้กำหนดแนวทางการสำหรับครูปฐมวัยว่าจะต้องประกอบด้วยพื้นฐานความรู้ ดังต่อไปนี้

  • พื้นฐานด้านการศึกษาปฐมวัย
  • ความรู้ด้านหลักสูตร
  • ความรู้ด้านศิลปศาสตร์
  • ความรู้ด้านกระบวนการเรียนการสอน
  • ความรู้ด้านการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็ก
  • มีประสบการณ์การนิเทศการทำงานกับเด็กเล็ก

แหล่งข้อมูล:

  1. Day Care http://en.wikipedia.org/wiki/Day_care [2013, September 13]
  2. ความหมายของการศึกษาปฐมวัย http://www.vcharkarn.com/vblog/39525 [2013, September 13]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน