หน้าหลัก » Blogs » Day Care : พื้นฐานปฐมวัย (ตอนที่ 3 และเป็นตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การจัดการศึกษาปฐมวัยของไทยนั้นย้อนกลับไปตั้งแต่โบราณกาล คือ ตั้งแต่ในสมัยกรุงสุโขทัย แต่ในยุคนั้นยังคงเป็นการศึกษาแบบไม่เป็นทางการ (Informal Education) กล่าวคือไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นแบบแผน ไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ไม่มีโรงเรียนสำหรับเรียนโดยเฉพาะ ไม่มีหลักสูตร ไม่มีการบังคับ ไม่มีค่าจ้างหรือค่าเล่าเรียน

การเรียนจึงขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เรียน รัฐมอบให้วัดเป็นผู้จัดการศึกษา การจัดการศึกษาปฐมวัยมีลักษณะนี้เรื่อยมาจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในรัชสมัยนั้น เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้านในประเทศ การศึกษาก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย

กล่าวคือ เกิดการปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญซึ่งส่งผลให้การจัดการศึกษาปฐมวัยมีรูปแบบที่ชัดเจนขึ้น ถือเป็นยุคเริ่มต้นที่การศึกษาปฐมวัยดำเนินอย่างมีระเบียบแบบแผน มีการจัดตั้ง "โรงเลี้ยงเด็ก" และโรงเรียนราชกุมาร และ โรงเรียนราชกุมารี สำหรับพระเจ้าลูกยาเธอ และพระเจ้าลูกเธอที่ยังทรงพระเยาว์

นับเป็นสถานศึกษาปฐมวัยแห่งแรกที่เปิดดำเนินการอย่างเป็นระบบโดยมีการกำหนดชั้นเรียน วิชาเรียน และเวลาเรียนที่ชัดเจน ในช่วงปลายรัชสมัย เกิดความตื่นตัวเกี่ยวกับการจัดการศึกษาปฐมวัยด้วย กล่าวคือ มีการเผยแพร่แนวความคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยตามแบบตะวันตกของเฟรอเบล (Froebel) และมอนเตสซอรี่ (Montessori) เข้ามาในไทยเป็นครั้งแรก

แนวความคิดทั้งสองนี้ ได้ก่อให้เกิดการศึกษาในรูปแบบ "อนุบาล" ขึ้นในสมัยต่อมาอย่างแพร่หลาย โดยเริ่มในลักษณะโรงเรียนราษฎร์เป็นส่วนใหญ่ โรงเรียนราษฎร์ที่เปิดสอนในระยะแรกมี 3 แห่ง คือ วัฒนาวิทยาลัย มาแตร์เดอี และราชินี หลักสูตรที่ใช้ในโรงเรียนทั้งสามแห่ง คือ แนวหลักสูตรของเฟรอเบล และมอนเตสซอรี่

นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ส่งบุคลากรไปดูงานด้านการอนุบาลศึกษาในต่างประเทศ และได้นำแนวคิดมาจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลของรัฐในปี พ.ศ. 2483 คือ โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ ซึ่งยึดแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ และเริ่มมีหลักสูตรใช้อย่างเป็นทางการ นับเป็นต้นแบบของโรงเรียนอนุบาลของรัฐในระยะต่อมา

ในปัจจุบัน การศึกษาปฐมวัย มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่หลายหน่วยงาน และมีโครงสร้างที่เป็นแบบแผน ดังนี้

  • สถานบริบาลทารก รับเด็กอายุแรกเกิด – 2 ขวบ เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองที่ต้องออกไปประกอบอาชีพ ดูแลเรื่องอาหารและสุขภาพและอนามัย การฝึกหัดการบริหารร่างกาย การส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา
  • ศูนย์เลี้ยงเด็ก (Child Care Center) รับเด็กตั้งแต่อายุ 2-6 ขวบ ทั้งภาครัฐและเอกชนช่วยกันจัด เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองและส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจเด็ก กิจกรรมที่จัดจะมุ่งเรื่องโภชนาการ สุขภาพอนามัย และการฝึกสุขนิสัยต่างๆ การส่งเสริมทางร่างกายและสติปัญญา
  • โรงเรียนอนุบาล (Kindergarten ) รับเด็กตั้งแต่อายุ 3- 6 ปี

การศึกษาชั้นอนุบาลในประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณะสุข และภาคเอกชนซึ่งจะได้รับเงินสนับสนุนบางส่วนจากทางภาครัฐ โดยโรงเรียนอนุบาลของภาครัฐและเอกชนจะจัดการศึกษา

หลังจากจบการศึกษาในระดับอนุบาลแล้วเด็กจะเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล กล่าวโดยสรุปได้ว่า การจัดการศึกษาปฐมวัยเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเป็นการวางรากฐานเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการการจัดการศึกษาของมนุษย์อันเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอีกด้ว

แหล่งข้อมูล:

  1. ความเป็นมาของการศึกษาไทยและวิวัฒนาการการศึกษาปฐมวัยของตะวันตก http://www.buriram1.go.th/index.php?view=article&id=229&option=com_content&format=pdf [September 20, 2013]
  2. ศจีมาศ พลทรัพย์ วิวัฒนาการหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย -http://www.rncc.ac.th/Media/Early...3_54_2/unit2.ppt‎ [September 20, 2013]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน